ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80•ตอนที่ 24

สามีทหารรายงานตัว

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
ตัวเลขดิจิทัลสีแดงฉานที่กระพริบถี่อยู่บนกล่องพัสดุสีดำสนิท กำลังนับถอยหลังเข้าสู่เลขศูนย์อย่างเยือกเย็น... สาม... สอง... หนึ่ง... *กริ๊ง!* ไม่มีเสียงระเบิดกัมปนาทอย่างที่สมองสั่งการให้ระแวดระวัง มีเพียงเสียงกลไกดีดตัวเบาๆ ดังขึ้น พร้อมกับฝากล่องสีดำที่เลื่อนเปิดออกเองอย่างไร้ร่องรอย เผยให้เห็นไอหมอกสีขาวจัดที่พวยพุ่งขึ้นมาปะทะกับกลิ่นหอมกรุ่นของชาอู่หลงชั้นดี หลี่จินหรงหรี่ตาลงเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวที่ถือตะหลิวทำครัวอยู่ชะงักไปชั่วพริบตา ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาอย่างรู้ทัน นี่คือ "ระบบส่งของขวัญพิเศษประจำเทศกาล" จากห้างสรรพสินค้ามิติที่อัปเกรดใหม่ เธอยื่นมือเรียวไปหยิบวัตถุดิบชิ้นสุดท้ายที่ถูกส่งตรงมาจากมิติโลกอนาคต มันคือ "เนื้อวัววากิวเกรดพรีเมียม" ที่แทรกไขมันลายหินอ่อนอย่างงดงามราวกับงานศิลปะ สำหรับคนในชนบทมณฑลแห่งนี้ในปี 1980 เนื้อวัวชิ้นนี้ไม่ใช่แค่อาหาร แต่มันคือ "สิ่งมหัศจรรย์จากสรวงสวรรค์" ที่ต่อให้เอาเงินทั้งปีของครอบครัวชาวนามาแลกก็ยังหาซื้อไม่ได้ จินหรงกำลังจะหันกลับไปจัดการกับเครื่องเทศในกระทะเหล็กหล่อ ทว่า สัญชาตญาณอันเฉียบคมของเชฟมืออาชีพและอดีตนักธุรกิจหญิงกลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่ด้านนอกรั้วบ้าน ฝีเท้า... ฝีเท้าที่หนักแน่น มั่นคง และเปี่ยมด้วยวินัยทหาร ซึ่งดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนหยุดอยู่ที่หน้าประตูรั้วไม้ไผ่ที่เธอเพิ่งซ่อมแซมใหม่ *แอ๊ด...* เสียงประตูรั้วไม้ส่งเสียงร้องเบาๆ ตามแรงผลัก หลี่จินหรงวางตะหลิวลงบนขอบเตาอย่างใจเย็น ดวงตากลมโตคู่สวยหันไปมองยังเงาร่างสูงโปร่งที่ก้าวเข้ามาในลานบ้าน ร่างนั้นสวมชุดเสื้อผ้าสีเขียวขี้ม้าทหารที่แม้จะมีร่องรอยเปื้อนฝุ่นจากการเดินทางไกล แต่มันกลับขับเน้นให้ไหล่กว้างและช่วงเอวสอบดูโดดเด่นสะดุดตา ใบหน้าคมคายราวกับถูกแกะสลักด้วยมีด ดั้งจมูกโด่งเป็นสันคม และนัยน์ตาดำขลับที่ฉายแววเด็ดเดี่ยว ทว่าในยามนี้... นัยน์ตาทรงอำนาจคู่นั้นกลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างคนทำอะไรไม่ถูก ลู่หานเจียง... สามีหนุ่มผู้ซื่อสัตย์และคลั่งรัก ที่หายหน้าไปปฏิบัติภารกิจลับในค่ายทหารนานร่วมครึ่งปี กลับมาถึงบ้านแล้ว ความเงียบงันปกคลุมพื้นที่บริเวณลานบ้านชั่วขณะ ลู่หานเจียงยืนแข็งทื่ออยู่ที่เดิม รองเท้าคอมแบทของเขายังคงเหยียบอยู่บนพื้นดินหน้าประตู ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ บริเวณด้วยความรู้สึกราวกับว่าเขาเดินหลงเข้ามาในความฝัน นี่... คือบ้านของเขาจริงๆ หรือ? ภาพจำครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะเดินทางไปทำภารกิจ คือบ้านดินเก่าซอมซ่อ หลังคารั่วซึมเมื่อยามฝนตก และลานบ้านที่เต็มไปด้วยวัชพืชรกเรื้อ พร้อมกับเสียงบ่นด่าทอไม่เว้นแต่ละวันของแม่เฒ่าลู่ที่มีต่อภรรยาตัวน้อยของเขา แต่ทว่าในเวลานี้... บ้านดินหลังเดิมถูกรีโนเวทใหม่ด้วยฝาไม้ขัดมันอย่างประณีต หน้าต่างกระจกใสสะอาดสะอ้านที่สะท้อนแสงแดดยามบ่าย บริเวณข้างบ้านถูกเนรมิตให้กลายเป็นแปลงผักสวนครัวเขียวขจีที่จัดเรียงเป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับสวนหย่อมของคหบดีใหญ่ และที่สำคัญที่สุด... กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารจานเด็ดที่ลอยอวลเตะจมูก มันหอมเย้ายวนจนกระเพาะอาหารของนายทหารหนุ่มผู้ผ่านศึกหนักมานับไม่ถ้วนถึงกับส่งเสียงร้องประท้วงออกมาเบาๆ "คุณ... คุณชายหานเจียง?" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ หลี่จินหรงก้าวเท้าเดินออกมาจากห้องครัว เธอถอดผ้ากันเปื้อนออก เผยให้เห็นชุดเสื้อผ้าเนื้อดีสีสะอาดตาที่ขับให้ผิวพรรณผุดผ่องมีน้ำมีนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มีความซุกซนเจืออยู่จางๆ ลู่หานเจียงสะดุ้งราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่านร่าง เขารีบก้าวฉับๆ เข้ามาหาภรรยาด้วยความร้อนรน นัยน์ตาคมกวาดสำรวจร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความตื่นตะลึง มือหนาที่หยาบกร้านจากการฝึกฝนและถืออาวุธยกขึ้นค้างกลางอากาศราวกับไม่กล้าแม้แต่จะสัมผัส กลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่จะสลายหายไปหากเขาเอื้อมมือไปแตะต้อง "จิน... จินหรง?" เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มแหบพร่าเล็กน้อย ดวงตาคู่คมแดงก่ำขึ้นมาวูบหนึ่งด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งคิดถึง ตกใจ และไม่อยากจะเชื่อสายตา "นี่... นี่เธอจริงๆ ใช่ไหม? ผมไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?" หลี่จินหรงอดไม่ได้ที่จะหัวسะเบาๆ กับท่าทางที่เปลี่ยนจากเสือร้ายในสนามรบกลายเป็นลูกสุนัขตัวโตหลงทางของสามีหนุ่ม เธอขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนกระทั่งกลิ่นกายสะอาดผสมผสานกลิ่นอายแดดอ่อนๆ ของเขาโชยเข้าจมูก มือเรียวเล็กยื่นออกไปหยิกที่ต้นแขนแกร่งเบาๆ "โอ๊ย!" ลู่หานเจียงอุทานออกมาเบาๆ ไม่ใช่เพราะเจ็บ แต่เพราะตกใจ "เจ็บไหมล่ะครับ?" จินหรงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แกล้งใช้น้ำเสียงล้อเลียน "ถ้าเจ็บแสดงว่ายังไม่ตาย และนี่ก็ไม่ใช่ความฝัน... สามีผู้สูงส่งของฉัน ในที่สุดก็จำทางกลับบ้านได้แล้วสสินะครับ?" คำว่า "สามีผู้สูงส่ง" และสรรพนามที่เธอยกมาแซว ทำให้มุมปากของลู่หานเจียงกระตุกยิ้มขึ้นมาทันที ความตื่นตะลึงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่เอ่อล้นจนจุกอก ทันใดนั้นเอง ร่างสูงใหญ่ก็โผเข้าคว้าตัวภรรยาเข้าสู่อ้อมกอดอันแข็งแกร่งและอบอุ่นทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว อ้อมกอดนั้นแน่นแฟ้นและเต็มไปด้วยความคิดถึงที่สะสมมานานแรมเดือน ลู่หานเจียงซบใบหน้าลงกับลาดไหล่บางสูดดมกลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ จากเรือนผมของเธอ ราวกับต้องการยืนยันการมีอยู่จริงของภรรยาคนนี้ "ผมคิดถึงคุณ..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งจนคนฟังถึงกับใจกระตุก "คิดถึงทุกวัน... คิดจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว จินหรง" หลี่จินหรงนิ่งอึ้งไปชั่ววินาที มือที่ตั้งใจจะผลักอกเขาออกในตอนแรกค่อยๆ เปลี่ยนเป็นการยกขึ้นโอบรอบเอวสอบของเขาไว้หลวมๆ ความอบอุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มส่งผ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามา ทำให้หัวใจที่เคยแข็งกระด้างจากการต้องต่อสู้ดิ้นรนคนเดียวในยุคสมัยที่ยากลำบากนี้ เกิดความรู้สึกอ่อนยวบลงอย่างห้ามไม่ได้ นี่สินะ... ความรู้สึกของการมี "สามีคลั่งรัก" คอยหนุนหลัง "ปล่อยก่อนเถอะครับ หานเจียง" จินหรงกระซิบเสียงเบาเมื่อเริ่มได้ยินเสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยดังมาจากทางปากซอย "ถ้ามีใครมาเห็นเข้า คุณภาพชีวิตของนายทหารผู้เกรียงไกรคงไม่พ้นโดนชาวบ้านนินทาว่าเมารักกลางวันแสกๆ แน่" ลู่หานเจียงยอมคลายอ้อมกอดออกอย่างเสียดาย แต่สายตาคมกราบยังคงจดจ้องใบหน้าของภรรยาไม่วางตา ราวกับกลละสายตาไปแม้แต่วินาทีเดียวแล้วเธอจะหายตัวไป "ใครจะกล้านินทาภรรยาตัวเอง" ลู่หานเจียงเอ่ยเสียงทุ้ม แววตาฉายประกายดุดันขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อกวาดสายตามองรอบบ้านอีกครั้ง "ว่าแต่... นี่มันเกิดอะไรขึ้น? บ้านเรา... แปลกตาไปมาก แม่ล่ะ? แล้วพวกคนบ้านใหญ่ที่เคยมาสร้างความวุ่นวาย พวกมัน..." ชายหนุ่มหยุดคำพูดไว้แค่นั้น เมื่อสังเกตเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของภรรยา ดวงตากลมโตคู่สวยพราวระยับด้วยประกายแห่งความแสบสัน "อยากรู้เหรอครับ?" หลี่จินหรงเอียงคอเล็กน้อยอย่างน่ารัก "ถ้าอยากรู้... งั้นเรามาตกลงกันก่อน คุณเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ ผมเตรียมอาหารชุดพิเศษไว้รอพอดี เนื้อวัวเกรดพรีเมียมที่คุณไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน... ทานข้าวเสร็จแล้ว เดี๋ยวผมจะ 'เล่าเรื่องสนุกๆ' ให้ฟังทีละฉากเลยครับว่า ระหว่างที่คุณไม่อยู่ แม่สามีตัวแสบกับพวกญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อ พวกเขาต้อง 'ชดใช้' อะไรให้ผมบ้าง" ลู่หานเจียงมองรอยยิ้มนั้นแล้วพลانรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ที่สันหลังวาบ แม้เขาจะรู้ดีว่าภรรยาของตนไม่ใช่คนอ่อนแอให้ใครรังแกอีกต่อไป แต่พอได้เห็นประกายตาเจ้าเล่ห์เช่นนี้ เขากล้าเอาหัวเป็นประกันเลยว่า... ตระกูลลู่ฝั่งโน้นคงโดนภรรยาตัวน้อยของเขาจัดการจนแทบไม่มีแผ่นดินจะกลบหน้าเป็นแน่ "ตกลง" ลู่หานเจียงยิ้มกว้าง เผยให้เห็นเสน่ห์ปลายจวักของชายหนุ่มที่ทำเอาหัวใจคนมองเต้นผิดจังหวะ มือหนายื่นออกไปกุมมือเรียวของเธอไว้แน่น " ไม่ว่าคุณจะทำอะไรไป ผมสนับสนุนคุณทุกอย่าง... เมียรัก" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอุ่นและชวนให้หัวใจพองโตอยู่นั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบที่หน้าประตูรั้ว พร้อมกับเสียงตะโกนโหววกเหวกโวยวายด้วยความตื่นตระหนกของแม่เฒ่าลู่ ที่ดังทะลุเข้ามาในบ้าน "ลู่หานเจียง! เจ้าลูกอกตัญญู! แกกลับมาแล้วใช่ไหม รีบออกมาดูนี่เร็วเข้า! สะใภ้ตัวดีของแกมัน... มันทำเรื่องวิบัติอะไรลงไปอีกแล้ว!" ลู่หานเจียงขมวดคิ้วมุ่นทันที รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของนายทหารหนุ่มโดยอัตโนมัติ เขาหันไปมองหน้าภรรยา หลี่จินหรงเพียงแค่ถอนหายใจเบาๆ หยิบผ้ากันเปื้อนขึ้นมาผูกใหม่อย่างใจเย็น รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ดูท่าทาง... อาหารมื้อนี้ของเราคงจะมี 'แขกไม่ได้รับเชิญ' มาขอร่วมโต๊ะด้วยซะแล้วสิครับ หานเจียง" ... *[รี้ดเดอร์ที่รักครับ เรื่องราวกำลังเข้มข้นถึงขีดสุดเมื่อสามีทหารตัวจริงกลับมาพร้อมชนกับแม่สามีจอมวายร้าย งานนี้รับรองว่าสะใจทุกย่างก้าวแน่นอนครับ! ฝากกดติดตามและส่งกำลังใจให้ "ใบชาหอมหมื่นลี้" ด้วยนะครับ]*
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%