เสียงตอกเสาเข็มไม้สนเสียงดังสนั่นหวั่นไหวผสานกับเสียงตะโกนสั่งการของหัวหน้าช่างเหมา สะท้อนก้องไปทั่วบริเวณตีนเขาหลังหมู่บ้านหง H-80 กลิ่นหอมกรุ่นของดินเผาใหม่และไม้สนเนื้อดีลอยอบอวลปะปนกับไอแดดยามสาย
หลี่จินหรงยืนกอดอกมองโครงสร้างอิฐสีเทาเข้มที่ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นทีละน้อยด้วยแววตาเป็นประกาย ความฝันที่จะมีบ้านพักอาศัยที่แข็งแรง ทนทาน และเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในยุคที่เต็มไปด้วยข้อจำกัดนี้ กำลังกลายเป็นจริงต่อหน้าต่อตา
"จินหรง… น้องว่าตรงห้องครัวเราควรเพิ่มช่องระบายควันอีกสักหน่อยดีไหมครับ ช่างเหมาบอกว่าถ้าทำเตาฟืนขนาดใหญ่แบบที่น้องชอบ ควันอาจจะตลบอบอวลได้"
ลู่หานเจียงเดินเข้ามาใกล้ เสื้อเชิ้ตสีเขียวทหารของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อจนแนบไปกับแผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามจากการช่วยช่างยกของเมื่อครู่ ดวงตาคมเข้มทอดมองภรรยาด้วยความรักและทะนุถนอมอย่างปิดไม่มิด มือหนายื่นกระติกน้ำอลูมิเนียมที่บรรจุชาสมุนไพรเย็นชื่นใจมาให้
จินหรงรับมาจิบเบาๆ ก่อนจะอมยิ้มมุมปาก "พี่หานเจียงรอบคอบเสมอครับ เพิ่มช่องระบายควันสiครับ ดีกว่าทำให้อากาศในบ้านอับทึบ... อีกอย่าง ฉันตั้งใจจะทำเตาอบขนมปังแบบอิฐทนไฟเพิ่มไว้มุมนั้นด้วย เผื่อวันไหนอยากอบไก่ย่างสมุนไพรหรือขนมอร่อยๆ ให้พี่กิน"
คำว่า 'ให้พี่กิน' ทำให้ใบหน้าคมเข้มของนายทหารหนุ่มขึ้นสีแดงจางๆ อย่างรวดเร็ว แม้จะแต่งงานกันมาพักใหญ่แล้วและผ่านเรื่องราวมาด้วยกันมากมาย แต่หัวใจของลู่หานเจียงก็ยังคงเต้นแรงทุกครั้งที่ได้ยินภรรยาสาวเอ่ยคำพูดเอาอกเอาใจเช่นนี้
ในขณะที่สองสามีภรรยากำลังพูดคุยกันอย่างอบอุ่น บริเวณแนวรั้วไม้ไผ่ที่ไม่ห่างนัก กลับเต็มไปด้วยสายตาหลายคู่ที่จ้องมองมาด้วยความอิจฉาริษยาจนแทบจะลุกเป็นไฟ
"ดูพวกมันสิ! สร้างบ้านอิฐเชียวนะ! นั่นมันอิฐแดงและอิฐมอญจากในเมืองไม่ใช่เหรอ? ไหนจะปูนซีเมนต์ถุงตั้งมากมายนั่นอีก ใช้เงินไปเท่าไหร่กันวะเนี่ย!" เสียงกระซิบกระซาบของป้าเฉินดังขึ้นอย่างหมั่นไส้ ขณะยืนกอดอกหน้าบึ้งตึงอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ริมทางเดิน
"100 หยวนยังน้อยไปล่ะมั้งงานนี้ ฟังว่าจ้างช่างฝีมือดีจากอำเภอมาเชียวนะ สะใภ้รองบ้านลู่คนนี้มันเอาเงินมาจากไหนนักหนา วันๆ เห็นขังตัวอยู่แต่ในบ้าน ปลูกผักต้มซุป ประหลาดคนชะมัด" เพื่อนบ้านอีกคนเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงกระฟัดกระเฟียด
ข่าวลือเรื่องที่บ้านรองของตระกูลลู่กำลังสร้างบ้านอิฐหลังใหม่แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง แน่นอนว่าข่าวนี้ย่อมเดินทางไปถึงหูของแม่เฒ่าลู่ผู้เป็นแม่สามีที่เพิ่งถูกตัดขาดและไม่เคยยอมรับสะใภ้คนนี้
ร่างอวบอ้วนของแม่เฒ่าลู่เดินกระแทกกระทั้นเท้าเข้ามาในเขตก่อสร้างด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาตี่หรี่กวาดมองกองวัสดุก่อสร้างราคาแพงด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบในอก ราวกับว่าเงินที่ถูกใช้จ่ายออกไปนั้นเป็นเงินในกระเป๋าของนางเอง
"หลี่จินหรง! นังตัวดี! แกกล้าดียังไงเอาเงินทองของตระกูลลู่ไปผลาญเล่นแบบนี้ฮะ!"
เสียงแหลมสูงตะโกนแทรกเสียงตอกเสาเข็มขึ้นมาทันที ทำให้คนงานทั้งหมดต้องหยุดมือและหันมามองเป็นตาเดียว ลู่หานเจียงขมวดคิ้วมุ่นทันที ร่างสูงก้าวออกไปบังภรรยาไว้ด้านหลังด้วยสัญชาตญาณการปกป้อง
จินหรงไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย นางค่อยๆ วางกระติกน้ำลง ปัดมือเบาๆ แล้วก้าวออกมาเผชิญหน้ากับแม่สามีด้วยใบหน้าที่สงบนิ่งแต่แฝงรอยยิ้มเยาะเย้ย
"อ้าว คุณแม่… ลมอะไรหอบท่านมาถึงนี่ล่ะครับ? หรือว่าได้กลิ่นความเจริญของบ้านหลังใหม่จนทนอยู่บ้านเดิมไม่ไหว?" น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนของจินหรงทำเอาแม่เฒ่าลู่หน้าดำคร่ำเครียด
"แก! นังเนรคุณ! แกเอาเงินมาจากไหนมาสร้างบ้านหลังใหญ่โตขนาดนี้? เงินพวกนี้ต้องเป็นเงินที่ลูกชายฉันส่งกลับมาแน่ๆ มันเป็นเงินของตระกูลลู่ แกไม่มีสิทธิ์เอามาผลาญเล่นคนเดียว!" แม่เฒ่าลู่ชี้หน้าด่ากราด มือไม้สั่นเทาด้วยความโลภและโกรธเกรี้ยว
จินหรงหัวเราะในลำคอเบาๆ "เงินของตระกูลลู่? คุณแม่ครับ... ตั้งแต่ที่เราแยกบ้านกันอยู่ ท่านเคยส่งเสียพวกเราสักหยวนไหมครับ? หรือมีแต่จะมาคอยสูบเอาเงินและเสบียงจากพวกเรา? ส่วนเงินที่ใช้สร้างบ้านหลังนี้... เป็นเงินที่ได้จากการค้าขายผลผลิตในมิติ... เอ๊ย ในแปลงผักและฝีมือการทำอาหารของฉันเองครับ ไม่เกี่ยวกับเงินเดือนทหารของพี่หานเจียงสักแดงเดียว ถ้าไม่เชื่อ จะให้ฉันเอาสมุดบัญชีมาเปิดกางให้ชาวบ้านดูไหมล่ะครับว่าใครหาเงินเก่งกว่ากัน?"
ประโยคคำพูดที่ตรงไปตรงมาและสายตาเย้ยหยันของจินหรงทำให้แม่เฒ่าลู่ถึงกับสำลักคำพูดตัวเองหน้าแดงก่ำ ชาวบ้านที่แอบดูอยู่รอบๆ ต่างส่งเสียงฮือฮาขึ้นมาเบาๆ เพราะต่างรู้ดีว่าแม่เฒ่าลู่นั้นลำเอียงและเอาเปรียบครอบครัวรองมาตลอด
"แก… นังปากร้าย! แกมันตัวกาลกิณี!" แม่เฒ่าลู่กรีดร้องเตรียมพุ่งเข้ามาตบ
แต่ทว่า… ก่อนที่มือเหี่ยวย่นจะทันได้แตะตัวจินหรง ลู่หานเจียงได้เอื้อมมือคว้าข้อมือของมารดาไว้แน่น แรงบีบจากอุ้งมือของนายทหารหนุ่มทำให้แม่เฒ่าลู่ต้องร้องโอ๊ยออกมาด้วยความเจ็บปวด
"พอได้แล้วครับแม่!" น้ำเสียงของลู่หานเจียงเย็นเยียบและทรงพลังจนแม่เฒ่าลู่สะดุ้งเฮือก "ที่นี่ไม่ใช่บ้านของแม่ และบ้านหลังนี้ก็สร้างด้วยน้ำพักน้ำแรงของผมกับภรรยา ถ้าแม่ยังมายุ่งวุ่นวายหรือหาเรื่องจินหรงอีก ต่อไปนี้เบี้ยเลี้ยงรายเดือนที่ผมเคยส่งให้… อย่าหวังว่าจะได้เห็นอีกเลย!"
คำประกาศิตของลู่หานเจียงทำให้แม่เฒ่าลู่หน้าซีดเผือก ขาอ่อนยวบลงทันที นางรู้ดีว่าลูกชายคนนี้พูดคำไหนคำนั้น นางถลึงตาใส่จินหรงด้วยความแค้นเคืองสุดซึ้ง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินกะโผลกกระเผลกหนีหายลับไปท่าเสียงหัวเราะเยาะของชาวบ้าน
จินหรงหันกลับมามองสามีแล้วอมยิ้มกริ่ม "พูดจาเด็ดขาดใช้ได้นี่ครับ นายทหารลู่"
ลู่หานเจียงถอนหายใจยาว ก่อนจะหันมามองภรรยาด้วยแววตาอ่อนโยน "เพื่อปกป้องบ้านของเรา ผมทำได้มากกว่านี้อีกครับ"
ในขณะที่บรรยากาศกำลังกลับคืนสู่ความรื่นรมย์ ช่างเหมาที่เดินไปสำรวจพื้นที่ด้านหลังบ้านก็วิ่งหน้าตื่นกลับมา พร้อมกับถือวัตถุบางอย่างที่เพิ่งขุดพบในหลุมเสาเข็มลึกสามเมตรขึ้นมาด้วยสีหน้าตกตะลึง
"คุณลู่! คุณผู้หญิง! แย่แล้วครับ! ตอนที่พวกเราขุดดินทำฐานรากตรงมุมทิศตะวันออก… พวกเราบังเอิญขุดเจอหีบเหล็กโบราณฝังอยู่ใต้ดินครับ!"
จินหรงและลู่หานเจียงสบตากันทันทีด้วยความฉงน เมื่อช่างเหมาวางหีบเหล็กขึ้นสนิมเขรอะลงตรงหน้า และเมื่อฝาหีบถูกงัดเปิดออกด้วยความทุลักทุเล สิ่งที่ปรากฏอยู่ภายใน… กลับไม่ใช่เศษเหล็กไร้ค่า แต่มันคือ…
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างบ้านและสร้างรอยยิ้มไปกับสองสามีภรรยาตระกูลลู่เสมอนะครับ
ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80•ตอนที่ 14
สร้างเรือนพักใหม่หลังงาม
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!