"คุณ... กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ"
คำถามนั้นหลุดรอดจากริมฝีปากของหลี่จินหรงพร้อมกับตะหลิวเหล็กในมือที่เกือบจะหล่นกระทบพื้น ครู่หนึ่ง หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวราวกับกลองเพล ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะร่างสูงใหญ่ของลู่หานเจียงที่ยืนนิ่งอยู่ตรงกรอบประตูรั้วไม้ไผ่ ต่างจากกำหนดการเดิมที่จดบันทึกไว้ในความทรงจำว่าเขาต้องติดภารกิจฝึกซ้อมยุทธ์ทางเหนืออีกสามวันเต็ม
แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของนายทหารหนุ่มกวาดมองผ่านชามซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนที่ยังส่งไอความร้อนกรุ่น ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ดวงหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อยของภรรยา
ลู่หานเจียงไม่เอ่ยคำใดในทันที เขาก้าวเท้าเข้ามาในเขตบ้านด้วยฝีเท้าหนักแน่นแต่มั่นคง หยาดเหงื่อที่ซึมอยู่ตามไรผมและเสื้อทหารสีเขียวเข้มที่เปียกชื้นเล็กน้อยฟ้องชัดว่าชายหนุ่มเดินทางไกลและรีบเร่งเพียงใดเพื่อกลับมายังบ้านหลังเล็กๆ แห่งนี้
"ผมเป็นสามีคุณ... คิดจะกลับบ้านก่อนกำหนด มันต้องขออนุญาตใครด้วยหรือครับ จินหรง"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความเหนื่อยล้า ทว่าแฝงความนัยบางอย่างที่ทำเอาหลี่จินหรงต้องรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เธอวางตะหลิวลงบนโต๊ะไม้ไผ่
"เปล่าเสียหน่อยครับ เพียงแต่คุณกลับมาเร็วกว่าที่บอกไว้ ผมกลัวว่าจะต้อนรับคุณไม่ทันต่างหากล่ะ" จินหรงยิ้มบางๆ พลางส่งสายตาไปยังเด็กชายตัวน้อยที่นั่งซดซุปอย่างเอร็ดอร่อย "เด็กคนนี้พลัดหลงมา ผมเลยแบ่งข้าวให้กินนิดหน่อย คุณคงไม่ว่าอะไรหรอกนะครับ"
ลู่หานเจียงมองเด็กน้อยสลับกับใบหน้าของภรรยา แววตาที่เคยแข็งกระด้างยามอยู่ในค่ายทหารพลันอ่อนแสงลงวูบหนึ่ง เขาพยักหน้าช้าๆ "คุณใจดีเสมอ... จินหรง ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ห้องครัวของเรามีอาหารชั้นดีแบบนี้ได้"
คำถามนี้คือจุดเปลี่ยนที่จินหรงรอคอย เธอรู้ดีว่าสายตาของสามีเฉียบคมปานใด หากอธิบายไม่ดี ความลับเรื่อง "ห้างสรรพสินค้ามิติ" อาจถูกจับพิรุธได้ แต่ด้วยความที่เป็นเชฟและนักธุรกิจสาวผู้ผ่านสมรภูมิการเจรจามาโชกโชน เธอย่อมมีคำตอบเตรียมไว้เสมอ
"ก็ฝีมือฉันเองน่ะสิครับ คุณคิดว่าภรรยาของคุณทำได้แค่ซักผ้าถูบ้านไปวันๆ หรือไง" จินหรงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทายด้วยความแสบสัน "ในเมื่อตระกูลลู่ฝั่งโน้นไม่เคยส่งข้าวสารมาให้เราเลยสักเมล็ด ถ้าฉันไม่ดิ้นรนหาทางเอาตัวรอด เราคงอดตายกันไปข้างหนึ่งแล้วล่ะครับท่านนายทหาร"
คำว่า 'ตระกูลลู่ฝั่งโน้น' ทำให้ลู่หานเจียงขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกผิดฉายชัดในแววตา เขาเข้าใจดีว่าแม่และน้องชายของตนใจร้ายกับภรรยาเพียงใดตลอดเวลาที่เขาไม่อยู่ ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้ภรรยา กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นอายแดนดินถิ่นทุรกันดารปะปนกับกลิ่นหอมกรุ่นของอาหาร ทำเอาหัวใจของจินหรงเผลอเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ
"ผมขอโทษ... ที่ปล่อยให้คุณต้องลำบาก" ลู่หานเจียงเอ่ยเสียงแผ่วเบa มือหนายื่นออกไปราวกับจะแตะไหล่บาง แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศ
จินหรงไม่ได้ถอยหนี เธอกลับอมยิ้มบางๆ ยื่นมือไปจับข้อมือหนาของสามีไว้เบาๆ แล้วดึงให้เขามานั่งลงที่เก้าอี้ไม้ไผ่ "คำขอโทษกินไม่ได้หรอครับคุณลู่ ถ้าคุณรู้สึกผิดจริงๆ ล่ะก็... กินข้าวซะ แล้วเดี๋ยวตอนบ่าย คุณต้องมาเป็นแรงงานให้ฉันหน่อย"
"แรงงาน?" ลู่หานเจียงเลิกคิ้วสูงอย่างสงสัย
"ใช่ครับ... ไปพลิกหน้าดินหลังบ้านกัน ฉันมีของดีจะให้คุณดู"
---
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมาทาบทับแปลงผินดินร่วนซุยหลังบ้านพักนายทหาร หลี่จินหรงยืนเท้าเอว มองผืนดินโล่งเตียนที่เพิ่งถูกสามีจัดการถางวัชพืชและพรวนดินจนเสร็จเรียบร้อยด้วยความรวดเร็ว สมกับที่เป็นชายหนุ่มร่างกายกำยำผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง
ลู่หานเจียงใช้หลังมือปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก สายตาคมมองภรรยาที่กำลังถือถุงกระดาษสีน้ำตาลลึกลับเดินออกมาจากในบ้าน
"ไหนล่ะครับ ของดีที่คุณว่า" ลู่หานเจียงเอ่ยถามพลางมองถุงในมือภรรยา
"นี่ไงครับ" จินหรงยิ้มกริ่ม เธอไม่ได้หยิบเมล็ดพันธุ์ธรรมดาออกมาจากถุง แต่เป็น "เมล็ดพันธุ์ซูเปอร์โซน" จากชั้นวางสินค้าเกษตรกรรมระดับพรีเมียมในห้างมิติ เมล็ดมะเขือเทศสีดาเนื้อแน่น เมล็ดแตงกวาญี่ปุ่นผิวสีเขียวสด และหัวผักกาดขาวพันธุ์พิเศษที่ถูกคัดสรรมาแล้วว่าให้ผลผลิตไวและรสชาติยอดเยี่ยมที่สุด
ลู่หานเจียงมองเมล็ดพันธุ์ในมือภรรยาด้วยความประหลาดใจ "เมล็ดอะไรครับเนี่ย ทำไมผิวสัมผัสถึงดูเรียบเนียนและมีประกายแปลกๆ แบบนี้"
"เมล็ดพันธุ์ทดลองพันธุ์ใหม่น่ะครับ ฉันได้มาจาก... เอ่อ... พ่อค้าเร่คนหนึ่งในตลาดมืด" จินหรงรีบแก้ตัวเนียนๆ "เขาบอกว่าเป็นพันธุ์นำเข้าจากต่างประเทศ โตไวและทนทานต่อโรคสูงมาก ลองดูก็ไม่เสียหายหรอกครับ ช่วยฉันหย่อนลงหลุมพวกนี้หน่อยเร็ซ"
แม้จะยังคลางแคลงใจในที่มาของเมล็ดพันธุ์ แต่เมื่อเห็นแววสามีผู้คลั่งรักอย่างลู่หานเจียง มีหรือที่เขาจะขัดใจภรรยา ชายหนุ่มพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ลงมือขุดหลุมดินตื้นๆ ตามที่ภรรียบอก แล้วหย่อนเมล็ดพันธุ์ลงไปทีละหลุมอย่างประณีต
ทว่า สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่กลบดินและรดน้ำลงไปเพียงไม่กี่นาที กลับทำให้นายทหารผู้ผ่านศึกสงครามมาโชกโชนถึงกับผงะถอยหลังด้วยความตกตะลึง!
ดินร่วนซุยบริเวณแปลงผักเริ่มสั่นไหวเบาๆ ราวกับมีชีวิต เสียง "กรอบแกรบ" ดังขึ้นแผ่วเบา ยอดอ่อนสีเขียวมรกตแทงทะลุผืนดินขึ้นมาอย่างรวดเร็วจadราวกับเปิดสปีดวิดีโอเร่งความเร็ว!
จากต้นกล้าขนาดจิ๋ว ขยายใหญ่ขึ้น เติบโตขึ้น และผลิดอกออกผลเป็นเถาวัลย์สีเขียวชอุ่มภายในเวลาไม่ถึงห้านาที! ลูกมะเขือเทศสีแดงสดลูกโตเท่ากำปั้นและแตงกวาผิวเนียนผุดขึ้นมาเต็มแปลงจนแทบไม่มีพื้นที่ว่าง ส่งกลิ่นหอมสดชื่นลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณหลังบ้าน
ลู่หานเจียงอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้าง จ้องมองแปลงผักตรงหน้าสลับกับใบหน้าของภรรยาที่กำลังยืนยิ้มแป้นด้วยความภาคภูมิใจ สมองของนายทหารหนุ่มประมวลผลแทบไม่ทัน นี่มันไม่ใช่การเกษตรธรรมดาแล้ว... นี่มันปาฏิหาริย์ชัดๆ!
"จินหรง... นี่มัน..." ลู่หานเจียงหันมามองภรรยา เสียงของเขาแหบพร่า
ก่อนที่จินหรงจะได้เอ่ยปากแก้ตัวหรืออธิบายเรื่องความมหัศจรรย์นี้ ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงแหลมสูงคุ้นหูที่ตะโกนแผดเข้ามาด้วยความเกรี้ยวกราด
"หลี่จินหรง! นังสะใภ้ตัวดี! แกหลบหัวอยู่ไหน ออกมานี่เดี๋ยวนี้เลยนะ!"
เสียงนั้นคือ "แม่เฒ่าลู่" แม่สามีผู้เห็นแก่ตัวที่บุกมาถึงเรือนพักพร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมในยามวิกาลของช่วงหัวค่ำที่กำลังจะมาเยือน!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 6 นี้ด้วยกัน หวังว่าจะเพลิดเพลินกับความป่วนและพืชผลโตไวสายสปีดนี้นะครับ
ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80•ตอนที่ 6
เปิดแปลงเกษตรซูเปอร์โซน
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!