"พวกเจ้าทำเสียงดังอะไรกันหน้าบ้านสะใภ้ของข้า?"
เสียงแหบพร่าทว่าทรงพลังด้วยบารมีของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งตระกูลลู่ดังขึ้น ตัดผ่านความชุลมุนที่กำลังจะปะทุขึ้นหน้าประตูบ้านดินหลังเล็ก ร่างผอมเกร็งแต่หลังตรงของปู่เฒ่าลู่ก้าวออกมาจากเงาไม้ใหญ่ โดยมีไม้เท้าเนื้อดีค้ำยันพื้นดินเสียงดัง *ก๊อก* เป็นจังหวะหนักหน่วง สายตาฝ้าฟางตามวัยแต่ยังคงคมกริบกวาดมองกลุ่มญาติผู้พี่น้องและเพื่อนบ้านที่มายืนออกันแน่นขนัดจนแทบไม่มีที่เดิน
บรรยากาศที่เคยฮึกเหิมและเต็มไปด้วยความโลภอยากรู้อยากเห็นพลันเงียบกริบลงทันที ราวกับถูกน้ำเย็นจัดสาดใส่หน้า คนบ้านลู่ที่นำโดยลุงใหญ่และป้าสะใภ้ใหญ่ต่างหดคอลงโดยอัตโนมัติ แม้แต่แม่เฒ่าลู่ที่มักจะเที่ยวอาละวาดไปทั่ว ยามนี้ยังต้องเบือนหน้าหลบสายตาผู้เป็นสามีด้วยความเกรงใจ
"ท่าน... ท่านพ่อ พวกเราแค่..." ป้าสะใภ้ใหญ่พยายามจะอ้าปากแก้ตัว ใบหน้าอ้วนกลมขึ้นสีแดงจัดด้วยความกระดากอายและหวาดกลัว
"ข้ายังไม่ตาย พวกเจ้าก็กล้ามาแหกปากโวยวายจะพังบ้านของหลานสะใภ้ข้าเสียแล้วหรือ!" ปู่เฒ่าลู่ตบไม้เท้าลงกับพื้นเสียงดังสนั่น "หานเจียงมันไม่อยู่ แต่มันยังส่งเงินกลับมาเลี้ยงดูครอบครัว และบ้านหลังนี้ก็เป็นสิทธิ์ของจินหรง ใครหน้าไหนกล้าหาเรื่องนางอีก กฎของตระกูลลู่บทลงโทษสถานหนักรอพวกเจ้าอยู่แน่!"
คำพูดเฉียบขาดเพียงไม่กี่ประโยคทำให้ฝูงชนที่แห่กันมามุงดูเริ่มทยอยถอยรൂททีละก้าว สลายตัวไปอย่างรวดเร็วราวกับฝูงนกกระจอกตื่นภัย ป้าสะใภ้ใหญ่ทำได้เพียงส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอด้วยความขัดใจ ก่อนจะดึงแขนสามีให้เดินตามหลังกลุ่มคนเหล่านั้นไปอย่างจำยอม
ภายในห้องครัวที่อบอวลไปด้วยไอความร้อน หลี่จินหรงถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ นางไม่ได้หวาดกลัวการเผชิญหน้ากับคนพวกนั้นแม้แต่น้อย เพียงแต่รำคาญใจที่เสียงเห่าหอนของพวกเขารบกวนเวลาอันสงบสุขในการเตรียมอาหารเช้าของนางก็เท่านั้น
กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งสาลีหมักยีสต์ที่ผสมผสานเข้ากับกลิ่นหอมมันของเนื้อหมูสามชั้นและเครื่องเทศลับจากมิติพิเศษ เริ่มลอยฟุ้งทะลุผ่านกรอบหน้าต่างไม้เก่าๆ ลอยไปตามสายลมยามสายที่พัดผ่านหมู่บ้านอันเงียบสงบ
จินหรงกำลังยืนอยู่หน้าเตาถ่าน แสงสีส้มแดงสะท้อนใบหน้าเนียนนุ่มที่ตอนนี้มีคราบเขม่าจางๆ แต่งแต้มอยู่บ้าง แต่นั่นกลับทำให้หญิงสาวดูมีเสน่ห์แบบหญิงชาวบ้านผู้ขยันขันแข็ง บนซึ้งไม้ไผ่สานขนาดใหญ่ ซาลาเปาลูกโตอวบอ้วนผิวเนียนละเอียดกำลังถูกนึ่งจนสุกได้ที่ ไอน้ำสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมยวนใจที่ต่อให้เป็นเซียนผู้หลุดพ้นทางโลกก็ยังต้องเหลียวหลังมามอง
นี่ไม่ใช่ซาลาเปาธรรมดาตามท้องตลาดทั่วไป แต่มันคือซาลาเปาไส้หมูสับเห็ดหอมและไข่เค็มลาวา ที่จินหรงแอบดึงวัตถุดิบชั้นเลิศมาจากห้างสรรพสินค้ามิติในยามวิกาล แป้งด้านนอกนุ่มฟูราดด้วยความใส่ใจ ส่วนไส้ด้านในชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวจนเข้มข้น
*ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูกลอนไม้เบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ หลี่จินหรงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นางเดินเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนสะอาดก่อนจะเปิดประตูออกดู
เบื้องสายตาของนางคือเด็กชายตัวน้อยวัยราวเจ็ดขวบ สวมเสื้อผ้าเก่าๆ ที่ปะชุนจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม เส้นผมยุ่งเหยิงและใบหน้ามอมแมม แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับใสแจ๋วและกำลังจ้องมองมาที่ซึ้งนึ่งบนเตาด้วยความหิวโหย เด็กน้อยกลืนน้ำลายลงคอเสียงดัง *เอื๊อก* อย่างลืมตัว เมื่อสบตาเข้ากับเจ้าของบ้าน เขาก็สะดุ้งตกใจจนถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ร่างผอมแห้งสั่นเทาด้วยความกลัวว่าจะถูกด่าทอไล่หลังเหมือนบ้านหลังอื่น
"พะ... พี่สาว ข้าไม่ได้จะมาขโมยของนะขอรับ" เด็กน้อยละล่ำละลักพูดพลันก้มหน้ามองพื้น รองเท้าผ้าที่ขาดวิ่นจนนิ้วโผล่ออกมาขยับไปมาด้วยความประหม่า "ข้า... ข้าแค่ได้กลิ่นมันหอมมาก... หอมจนท้องของข้ามันร้องไม่หยุดเลย"
จินหรงมองเด็กชายตรงหน้า หัวใจที่เคยแข็งกระด้างจากการต่อสู้ชีวิตในเมืองกรุงยุคปัจจุบันพลันอ่อนยวบลงทันที นางจำได้ว่าเด็กคนนี้คือ "เสี่ยวเป่า" ลูกชายคนเล็กของบ้านตระกูลเฉินที่อยู่ถัดไปสามหลัง ผู้ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความยากจนข้นแค้นและพ่อแม่มักจะปล่อยให้ลูกอดอยากอยู่บ่อยครั้ง
แทนที่จะไล่ตะเพิด นางกลับคลี่ยิ้มอ่อนโยนออกมา รอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูอบอุ่นขึ้นถนัดตา
"ท้องร้องเพราะความหิวไม่ใช่เรื่องผิดนี่นา เจ้าชื่อเสี่ยวเป่าใช่ไหม?" จินหรงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พลางย่อตัวลงให้ระดับสายตาเท่ากับเด็กชาย
เสี่ยวเป่าพยักหน้ารัวๆ ดวงตาคู่โตยังคงไม่ละไปจากซึ้งนึ่งนั่น
จินหรงไม่รอช้า นางหยิบกระดาษไขสะอาดมารองรับซาลาเปาลูกใหญ่ที่เพิ่งยกขึ้นจากเตาร้อนๆ ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาพร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนใจที่ยิ่งทำให้ท้องของเด็กน้อยส่งเสียงร้องโครกครากออกมาดังกว่าเดิม นางเป่าลมเบาๆ เพื่อลดความร้อนลงก่อนจะยื่นส่งให้เด็กชาย
"อะนี่ รับไปสิ ยังร้อนอยู่ ระวังลวกปากด้วยล่ะ"
เสี่ยวเป่าเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง มือเล็กๆ ที่สั่นเทายื่นออกมารับห่อกระดาษไขอย่างกล้าๆ กลัวๆ ราวกับเกรงว่านี่จะเป็นความฝัน "ให้... ให้ข้าจริงๆ หรือครับ พี่สาวไม่ด่าข้าหรอกหรือ? แม่บอกว่าคนบ้านนี้ดุมาก..."
"คนอื่นจะดุอย่างไรก็เรื่องของคนอื่น แต่พี่สาวใจดีกับเด็กที่น่ารักเสมอ" จินหรงอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปขยี้กลุ่มผมนุ่มสกปรกของเด็กชายเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
เด็กน้อยไม่รอช้าอีกต่อไป เขากัดลงไปที่ซาลาเปาลูกโตคำใหญ่ แป้งนุ่มๆ ละลายในปากตามด้วยความฉ่ำของไส้เนื้อหมูและน้ำซุปเข้มข้นที่ทะลักออกมา รสชาติอร่อยล้ำเลิศที่เขาไม่เคยลิ้มรสมาก่อนในชีวิตทำให้ดวงตาของเสี่ยวเป่าเปล่งประกาย น้ำตาซึมออกมาด้วยความปีติยินดีจนเคี้ยวตุยมุบตุบอย่างมีความสุข
"อร่อย... อร่อยที่สุดในโลกเลยครับ!" เสี่ยวเป่าเคี้ยวไปพูดไปจนแก้มป่อง
หลี่จินหรงยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มบางๆ นางรู้สึกพึงพอใจไม่น้อยที่ได้ใช้ฝีมือการทำอาหารสร้างรอยยิ้มให้ผู้อื่น ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะหันหลังกลับเข้าบ้าน สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนกำลังยืนแอบมองอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่หน้าบ้าน
ร่างนั้นสวมชุดเสื้อโค้ทสีเขียวทหารที่คุ้นตา คราบฝุ่นจากการเดินทางไกลและหยาดเหงื่อเกาะพราวอยู่บนใบหน้าคมคายที่ดูเหนื่อยล้า แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับจดจ้องมาที่นางด้วยประกายไฟบางอย่างที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเตาถ่าน
นั่นคือ "ลู่หานเจียง" สามีหนุ่มผู้ควรจะประจำการอยู่ค่ายทหารทางเหนือ... เหตุใดเขาจึงกลับมาเร็วกว่ากำหนดถึงสามวันเต็ม และที่สำคัญ เขากำลังยืนมองภรรยาของตนเองแจกจ่ายอาหารให้เด็กน้อยด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "ใบชาหอมหมื่นลี้" นะครับ
ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80•ตอนที่ 5
เพื่อนบ้านผู้หิวโหยรายล้อม
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!