"ถอยออกไปให้ห่างจากประตูเดี๋ยวนี้แม่เฒ่าลู่! ถ้าไม่อยากให้ฉันต้องสาดน้ำล้างหม้อใส่หน้าเข้าจริงๆ!"
เสียงประกาศกร้าวของหลี่จินหรงดังกังวานก้องไปทั่วบริเวณลานดินแห้งผาก หน้ากระท่อมไม้ซอมซ่อที่เพิ่งถูกจัดสรรให้เป็นที่ซุกหัวนอนใหม่ของเธอและลู่หานเจียง สตรีร่างเล็กแต่แววตาคมกริบดุจมีดโกนยืนตระหง่านกอดอกขวางประตูไว้ ราวกับแม่ทัพที่กำลังปกป้องป้อมปราการสุดท้าย
แม่เฒ่าลู่หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด ฝ่ามือเหี่ยวแห้งชี้หน้าสะใภ้ตัวดีอย่างสั่นเทา "นังเด็กเหลือขอ! นี่หรือคือมารยาทที่พึงมีต่อผู้ใหญ่? แกแย่งที่ซุกหัวนอนของลูกชายคนโตฉันไปไม่พอ ยังจะกล้าใช้คำพูดต่ำตมกับฉันอีกหรือ!"
"ผู้ใหญ่ที่มาพร้อมกับกรรโชกทรัพย์หรอกหรือครับ?" ลู่หานเจียงที่ยืนอยู่ด้านหลังภรรยาเอ่ยแทรกขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่แฝงด้วยความกดดันในฐานะอดีตนายทหาร เขาก้าวออกมาครึ่งก้าว ขวางหน้าภรรยาเอาไว้ สายตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองมารดาบังเกิดเกล้าโดยไม่ลดละ "แม่ครับ... ที่นี่คือที่ดินที่ผมได้รับจัดสรรตามสิทธิ์ของทหารที่ปลดประจำการ ส่วนครอบครัวพี่ใหญ่มีบ้านหลังใหญ่และที่ดินทำกินอยู่แล้ว จะมาเรียกร้องเอาส่วนแบ่งของลูกชายที่แม่ไม่เคยเหลียวแลไปเพื่ออะไรครับ?"
"แกมันเนรคุณลู่หานเจียง! เลี้ยงลูกมาจนโต พอได้เมียดีหน่อยก็ลืมหัวโขนคนให้กำเนิด!" แม่เฒ่าลู่กรีดร้อง แต่เมื่อเห็นสายตาที่ไร้ความปราณีของลูกชาย นางก็ทำได้เพียงถ่มน้ำลายลงพื้นแล้วหมุนตัวกลับอย่างเสียไม่ได้
จินหรงมองตามแผ่นหลังที่กำลังเดินห่างออกไป มุมปากของเธอหยักยิ้มเย้ยหยัน ไม่ใช่เพราะสะใจที่ชนะ แต่เพราะเธอรู้ดีว่าสงครามประสาทเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น
เมื่อประตูไม้ผุพังถูกปิดลง ลู่หานเจียงหันกลับมามองภรรยา สีหน้าดุดันเมื่อครู่กลับกลายเป็นความอ่อนโยนจนน่าประหลาด "ลำบากคุณแล้วจินหรง ที่นี่มันแย่เกินไป... ผมน่าจะหาที่ที่ดีกว่านี้ให้คุณได้"
"อย่าพูดแบบนั้นเลยครับหานเจียง" จินหรงยิ้มละไม มือเรียวบางแตะลงบนท่อนแขนแกร่งของสามี "บ้านที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่วัสดุก่อสร้าง แต่วัดกันที่คนอยู่ต่างหาก อีกอย่าง... ในเมื่อพวกเขาทิ้งเรามาให้เผชิญโชคชะตาเองแบบนี้ เราก็ต้องอยู่อย่างให้ 'หอม' ที่สุดไม่ใช่หรือ?"
เธอเดินไปที่มุมกระท่อม จัดวางข้าวของที่นำติดตัวมา ความจริงแล้วภายในมิติลับของเธอมีทุกอย่างพร้อมสรรพ ทั้งวัตถุดิบชั้นเลิศและเครื่องปรุงที่ในยุค 80 นี้ถือเป็นของหายาก จินหรงหยิบเอากระดูกหมูชิ้นโตที่แอบนำออกมาจากห้างมิติลงหม้อดินเผาใบเก่าที่ขัดจนสะอาด เธอเริ่มปรุงซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนอย่างพิถีพิถัน กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศชั้นดีผสมผสานกับความหวานล้ำของเนื้อสัตว์ที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มเริ่มโชยออกจากหน้าต่างไม้ที่ปิดไม่สนิท
กลิ่นหอมนี้ไม่ธรรมดา มันไม่ใช่กลิ่นอาหารพื้นบ้านทั่วไป แต่มันคือกลิ่นระดับภัตตาคารที่ชวนให้น้ำลายสอจนคนในหมู่บ้านต้องหยุดเดิน
ที่บ้านใหญ่ของตระกูลลู่... แม่เฒ่าลู่ที่กำลังนั่งกินข้าวต้มใสแจ๋วกับผักดองเค็มๆ ถึงกับต้องวางตะเกียบลง นางสูดกลิ่นลึกลับที่ลอยมาตามลมเข้าปอดแล้วขมวดคิ้ว "นังเด็กนั่น... มันเอาอะไรมาต้ม? กลิ่นซุปนี่มันทำไมถึงหอมปานนี้? หรือว่ามันแอบไปขโมยเนื้อของบ้านใหญ่มา!"
"แม่ครับ... กลิ่นมาจากบ้านของหานเจียงจริงๆ ด้วย" พี่ชายคนโตของลู่หานเจียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พลางมองดูชามข้าวเปล่าตรงหน้าด้วยความรู้สึกหิวโหยขึ้นมาทันที
ในขณะเดียวกัน ภายในกระท่อมที่แสนจะขัดสน จินหรงกำลังยืนถือทัพพีด้วยท่าทางสง่างาม เธอหยิบถ้วยกระเบื้องออกมาตักซุปสีขุ่นที่เข้มข้นไปด้วยคุณค่าโภชนาการยื่นให้สามี "กินให้หมดนะครับ วันนี้เราต้องใช้พลังงานอีกมาก พรุ่งนี้เราจะไปตลาดมืด... ผมมีแผนการใหญ่ที่จะเปลี่ยนชีวิตเราให้ดีขึ้นภายในหนึ่งเดือน"
ลู่หานเจียงรับถ้วยซุปมาด้วยความตื้นตันใจ เขาไม่ถามว่าภรรยาไปเอาเนื้อสัตว์ราคาสูงขนาดนี้มาจากไหน เพราะสำหรับเขาแล้ว... ตราบใดที่จินหรงมีความสุขและปลอดภัย เรื่องอื่นล้วนไม่ใช่เรื่องสำคัญ
ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะยกถ้วยซุปขึ้นดื่ม เสียงเคาะประตูที่รุนแรงจนบานไม้แทบหลุดออกมาก็ดังขึ้น
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"เปิดประตู! ฉันรู้ว่าพวกแกแอบกินของดีอยู่ข้างใน! ออกมาแบ่งให้พี่ชายแกกินเดี๋ยวนี้!" เสียงของพี่สะใภ้จอมแสบดังแผดขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าของคนหลายคนที่กำลังรุมล้อมอยู่หน้ากระท่อม
จินหรงวางทัพพีลงช้าๆ เธอหันไปสบตาสามีพร้อมรอยยิ้มที่ดูเย็นเยียบกว่าทุกครั้ง "ดูเหมือนว่าอาหารมื้อนี้จะกลายเป็นตัวล่อแมลงสาบชั้นดีเสียแล้วนะครับหานเจียง... คุณว่าเราควรจะต้อนรับพวกเขาด้วยซุปหนึ่งถ้วย หรือจะต้อนรับด้วย 'บทเรียน' ที่ลืมไม่ลงดีครับ?"
ลู่หานเจียงวางถ้วยซุปลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น เขาขยับแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแขนที่ตึงแน่นจากการผ่านการฝึกฝนทหารมาอย่างโชกโชน ก่อนจะเดินตรงไปที่ประตูด้วยรอยยิ้มที่ทำให้คนมองต้องรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง
ประตูกำลังจะถูกแง้มเปิดออก แต่ทว่า... เงาของบุคคลที่สามกลับปรากฏขึ้นที่มุมมืดของกระท่อม เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะบ่งบอกว่าเขาผู้นี้ไม่ได้มาเพียงลำพัง
"พวกเจ้าทำเสียงดังอะไรกันหน้าบ้านสะใภ้ของข้า?" เสียงแหบพร่าของชายชราคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังกลุ่มคนบ้านลู่ ทำให้ทุกคนที่กำลังจะบุกเข้าไปถึงกับตัวแข็งทื่อทันที!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับผมครับ - ใบชาหอมหมื่นลี้
ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80•ตอนที่ 4
กระท่อมร้างและหม้อต้มซุปกระดูกหมู
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!