ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80•ตอนที่ 18

จดหมายจากค่ายทหารแดนไกล

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
"ถ้าสะใภ้รองอย่างเจ้ากล้าก้าวเท้าออกจากบ้านหลังนี้แม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าฉันคนนี้ใจร้ายตัดขาดตระกูลลู่ก็แล้วกัน!" เสียงแหลมสูงของแม่เฒ่าลู่แผดก้องทะลุผนังดินเหนียวเก่าคร่ำคร่า จนเศษฝุ่นร่วงกราวลงมาจากขื่อคา หลี่จินหรงไม่แม้แต่จะชายตามองร่างท้วมที่ยืนเท้าสะเอวหน้าดำคร่ำเครียด นางกำลังงละมุนมืออยู่กับการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียวเกรดพรีเมียมจากห้างสรรพสินค้ามิติ เม็ดกลมมนสีเขียวมรกตสะท้อนกับแสงตะเกียงน้ำมันก๊าดวาววับ ช่างตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับบรรยากาศขมุกขมัวและน่าเบื่อหน่ายของห้องครัวตระกูลลู่ "ตัดขาดหรือครับแม่? โอ้... พูดได้น่าสนใจยิ่งนัก" จินหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรื่อยเฉื่อย รอยยิ้มบางเบาประดับบนมุมปากอย่างเย้ยหยัน "แต่ก่อนจะเอ่ยปากไล่หรือตัดขาด ใครกันหนোที่กินแป้งสาลีขาวละเอียดที่ข้านำออกมาจากย่ามเมื่อวานซืน? ใครกันที่นั่งซดน้ำแกงไก่ตุ๋นโสมจนเกลี้ยงหม้อ? หากจะตัดขาดกันจริงๆ เกรงว่าท่านแม่คงต้องสำรอกของพวกนั้นออกมาคืนให้หมดเสียก่อน กระดูกไก่ทุกชิ้น ข้ายังจดบัญชีไว้ละเอียดครบถ้วนนะครับ" "นัง... นังเด็กปากกล้า!" แม่เฒ่าลู่อกแทบแตกตายด้วยความแค้น นางชี้หน้าสะใภ้รองที่นับวันยิ่งพยศจนเอาไม่อยู่ ตั้งแต่นางเอกสาวคนนี้ฟื้นไข้ขึ้นมาในร่างเดิม หล่อนไม่เพียงแต่ไม่ยอมก้มหัวให้เหมือนแต่ก่อน แต่ยังตบหน้าคนตระกูลลู่ฉาดใหญ่ด้วยการทำอาหารกลิ่นหอมหวลยวนใจ ปล่อยให้คนในบ้านได้แต่น้ำลายสอโดยไม่ได้แตะต้องสักคำ หากนางไม่ติดว่าเกรงกลัวสายตาชาวบ้านและกลัวว่าสามีของอีกฝ่ายจะส่งเงินกลับมาในเร็ววันนี้ มีหรือที่นางจะยอมให้อี๋ว์สารเลวผู้นี้ลอยชายอยู่ร่วมชายคา! ปัง! เสียงทุบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะสงครามประสาทในห้องครัว เมื่อไปรษณีย์ประจำหมู่บ้านควบจักรยานฟีนิกซ์คันเก่ามาจอดเทียบรั้วหน้าบ้าน พร้อมกับตะโกนเสียงหลงฝ่าความเงียบยามบ่าย "มีจดหมายด่วนและพัสดุจากค่ายทหารมณฑลเหนือ! ถึงบ้านลู่... ใครอยู่มารับที!" สิ้นเสียงนั้น บรรยากาศรอบบริเวณพลันเงียบกริบลงทันตาเห็น แม่เฒ่าลู่ที่เมื่อครู่ยังหน้าดำคร่ำเครียด เปลี่ยนสีหน้าเป็นตื่นเต้นละโมบในพริบตา นางผละจากหน้าประตูกึ่งเดินกึ่งวิ่งแซงหน้าลูกสะใภ้พุ่งพรวดไปยังรั้วบ้านราวกับคนหนุ่มสาว สองมือหยาบกร้านแย่งซองจดหมายสีน้ำตาลหนาปึ้กและพัสดุก้อนโตมาจากมือบุรุษไปรษณีย์ด้วยความตะกละตะกลาม "ของลู่หานเจียง... ลูกชายข้า! ฮ่าๆๆ ในที่สุดเจ้าลูกอกตัญญูก็ส่งเงินมาเสียที!" แม่เฒ่าลู่ฉีกยิ้มจนเหงือกแห้ง พลางพลิกซองจดหมายไปมา หมายจะแกะดูธนาณัติหรือเงินสดด้านใน ทว่า... ก่อนที่นิ้วเหี่ยวย่นจะทันได้สัมผัสผนผนึกกระดาษ มือเรียวขาวราวหยกสลักคู่หนึ่งก็ยื่นเข้ามาฉวยซองจดหมายนั้นไปต่อหน้าต่อตาอย่างนิ่มนวล "อุ๊ย! ขออภัยด้วยนะครับท่านแม่..." จินหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานแต่แววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "หน้าซองระบุชัดเจนว่า 'เรียน ภรรยาหลี่จินหรง' เกรงว่าในฐานะมารดา สามีของข้าคงไม่ได้จ่าหน้าซองถึงท่านกระมังครับ? การเปิดจดหมายส่วนตัวของผู้อื่น ถือเป็นมารยาททรามที่คนมีความรู้เขาไม่ทำกันนะค... เอ๊ย... ไม่ทำกันหรอกครับ" คำว่า "คนมีความรู้" กระแทกใจแม่เฒ่าลู่เข้าอย่างจังจนหน้าเขียวคล้ำ เพราะในตระกูลลู่นอกจากลู่หานเจียงแล้ว ไม่มีใครได้รับการศึกษาเลยสักคน นางอ้าปากพะงาบๆ จะเข้าไปแย่งคืน แต่จินหรงกลับถอยหลังไปหนึ่งก้าว ชักซองจดหมายเก็บใส่กระเป๋าเสื้ออย่างมิดชิด พร้อมกับหันไปพยักหน้าให้บุรุษไปรษณีย์ด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ "ขอบคุณพี่ชายไปรษณีย์มากนะครับที่เดินทางมาเหนื่อยยาก" "ไม่เป็นไรครับสะใภ้รองลู่... ว่าแต่พัสดุก้อนนี้หนักเอาเรื่องทีเดียว น่าจะเป็นของดีจากแดนเหนือนะเนี่ย" บุรุษไปรษณีย์กล่าวด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะผงกศีรษะลาและปั่นจักรยานจากไป แม่เฒ่าลู่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาฝ้าฟางจ้องมองกล่องพัสดุห่อกระดาษเหนียวมัดเชือกฟางแน่นหนาในมือของสะใภ้รองด้วยความอยากได้จนตัวสั่น น้ำเสียงของนางเปลี่ยนเป็นอ่อนลงทันทีโดยไม่ต้องมีใครบอกกล่าว "จินหรง... ลูกแม่ หานเจียงส่งอะไรมาบ้างล่ะ ไหนเอามาให้แม่ดูหน่อยสิ ลูกชายคนนี้ช่างอกตัญญูนัก ไปเป็นทหารเสบียงแดนไกลหลายปีไม่เคยส่งข่าวคราว เพิ่งจะมาส่งเอาตอนนี้ เกรงว่าคงส่งเงินมาให้ครอบครัวเราใช้จ่ายซ่อมแซมหลังคาบ้านที่รั่วซึมพอดิบพอดี เจ้าเป็นภรรยาก็ควรแบ่งปันให้แม่ผู้ให้กำเนิดดูแลจัดการเรื่องเงินๆ ทองๆ แทนสินะ" หลี่จินหรงหลุดหัวเราะพรืดออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะกังวานใสราวนกร้องในยามเช้า แต่กลับทำให้แม่เฒ่าลู่รู้สึกหนสันหลังวาบ "ท่านแม่พูดเรื่องตลกอะไรหรือครับ? สามีของข้าบอกเสมอว่า เงินทุกหยวนที่เขาแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและหยดเลือดในค่ายทหารแดนไกล มีไว้เพื่อปรนเปรอภรรยาคนนี้ให้อยู่ดีกินดี ไม่เคยมีสักประโยคที่บอกว่าส่งมาให้คนแก่จอมเอาเปรียบที่เอาแต่ด่าทอข้าเช้าเย็นนำไปผลาญเล่นหรอกนะคร้า... เอ๊ย... นะครับ" นางแก้คำลงท้ายเกือบไม่ทันเมื่อเผลอตัวใช้สำนวนติดปาก จินหรงไม่รอให้แม่เฒ่าได้เอ่ยปากต่อ นางหอบกล่องพัสดุและจดหมายเดินเลี่ยงเข้าห้องนอนส่วนตัวทันที ปล่อยให้แม่เฒ่าลู่ยืนทุบกำแพงดินระบายความแค้นอยู่เบื้องหลังอย่างจนปัญญา ภายในห้องพักแคบๆ ที่สะอาดสะอ้านและมีกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรจีนที่นางนำออกมาจากมิติ หลี่จินหรงวางกล่องพัสดุลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ นางหยิบกรรไกรขึ้นมาตัดเชือกฟางออกอย่างใจเย็น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่อาจปฏิเสธ แม้เจ้าของร่างเดิมจะแต่งงานกับลู่หานเจียงตามคำสั่งของผู้ใหญ่และแทบไม่เคยร่วมเรียงเคียงหมอนกันจริงๆ จังๆ เนื่องจากชายหนุ่มต้องรีบกลับค่ายทหารหลังแต่งงานได้เพียงสามวัน แต่ความทรงจำลึกซึ้งและความห่วงใยที่อีกฝ่ายส่งผ่านมาทางตัวหนังสือตลอดหลายปีที่ผ่านมา กลับหลอมละลายกำแพงในใจของเชฟสาวจากยุคปัจจุบันทีละน้อย นางคลี่จดหมายแผ่นยาวที่เขียนด้วยลายมือตวัดพู่กันอย่างหนักแน่นและงดงามออกมาอ่าน *[ถึง... จินหรง ภรรยาที่รักยิ่งของพี่]* *[พี่ได้รับจดหมายตัดพ้อของเจ้าเมื่อเดือนก่อนแล้ว ขออภัยที่พี่ติดภารกิจฝึกทหารกองพิเศษในเขตชายแดนห่างไกล จึงทำให้การเดินทางของจดหมายล่าช้าไปบ้าง ปีนี้สถานการณ์ตามแนวชายแดนเริ่มสงบลงแล้ว พี่ได้รับเลื่อนขั้นเป็นผู้กอง และมีเบี้ยเลี้ยงพิเศษก้อนโตรวมถึงตั๋วแลกเงินส่งมาพร้อมกับพัสดุนี้นะครับ]* *[พี่รู้ว่าเจ้าต้องลำบากและทนรับมือกับแม่และพี่สะใภ้ที่บ้านตระกูลลู่เพียงลำพัง อดทนอีกนิดนะจินหรง ปีหน้าพี่จะทำเรื่องปลดประจำการและขอย้ายกลับมาอยู่กินฉันสามีภรรยากับเจ้าอย่างถาวร เราจะสร้างบ้านหลังใหม่ เปิดร้านอาหารเล็กๆ ตามที่เจ้าเคยฝันไว้ในจดหมายฉบับก่อน ข้าสัญญาว่าต่อจากนี้ไป จะไม่มีใครหน้าไหนกล้ามนารังแกเจ้าได้อีก]* *[ในกล่องพัสดุ... พี่ส่งโสมป่าอายุร้อยปีที่ซื้อมาจากพรานป่าแดนเหนือ และผ้าแพรไหมเนื้อดีสำหรับตัดชุดใหม่ให้เจ้า หวังว่าเจ้าจะชอบนะครับ... สามีของเจ้า หานเจียง]* อ่านมาถึงบรรทัดสุดท้าย ขอบตาของหลี่จินหรงพลันร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดไหลซ่านเข้าสู่ก้นบึ้งของหัวใจ นายทหารหนุ่มผู้ซื่อบื้อคนนี้... นอกจากจะส่งเงินก้อนโตมาให้แล้ว ยังอุตส่าห์หาของหายากอย่างโสมป่ามาบำรุงนางอีก ช่างเป็นผู้ชายที่คลั่งรักและใส่ใจในรายละเอียดเสียจริง นางเปิดกล่องพัสดุออก กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรล้ำค่าโชยแตะจมูก ทว่า... สิ่งที่ดึงดูดสายตาของนางไม่ใช่โสมป่าหรือผ้าแพรไหมเนื้อดีราคาแพง แต่เป็นซองกระดาษสีขาวที่ซุกอยู่ก้นกล่อง เมื่อแกะออกดู ปรากฏว่าเป็นปึกธนบัตรใบละสิบหยวนและตั๋วอุตสาหกรรมจำนวนมาก รวมมูลค่าไม่ต่ำกว่าหลายร้อยหยวน ซึ่งเทียบเท่ากับรายได้ของชาวบ้านธรรมดาในการทำนาทั้งปีเลยทีเดียว! "ร่ำรวยแล้ว... สามีทหารของข้าช่างเป็นสายเปย์ตัวจริงเสียงจริงเสียเหลือเกิน" จินหรงยิ้มกริ่ม ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยแผนการธุรกิจนับร้อยแปดที่ผุดขึ้นมาในหัว ในเมื่อมีทุนทรัพย์ก้อนโต มีมิติลับ และมีสามีหนุ่มรูปงามคอยสนับสนุนจากแดนไกล มีหรือที่นางจะยอมใช้ชีวิตยากจนข้นแค้นอยู่ในชนบทแห่งนี้ต่อไป? นางจะใช้เงินก้อนนี้กว้านซื้อที่ดินรอบหมู่บ้าน สร้างฟาร์มเกษตรอัจฉริยะ และเปิดร้านอาหารรสเลิศสะท้านยุค 80 ให้สะใจเล่นไปเลย! ทว่า... ในขณะที่จินหรงกำลังวางแผนอนาคตอันรุ่งโรจน์อย่างเพลิดเพลิน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นกะทันหัน... ก๊อกๆๆ! ไม่ใช่เสียงเคาะประตูแบบเกรงใจของคนในบ้าน แต่เป็นเสียงทุบประตูดังโครมครามพร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายของบุรุษแปลกหน้าที่นางไม่คุ้นเคย ดังแทรกเข้ามาจากนอกรั้วบ้าน "นี่คือบ้านของนายทหารลู่หานเจียงใช่หรือไม่? มีพัสดุด่วนพิเศษระบุตัวตน... แจ้งข่าวร้ายจากกองทัพ!" ร่างบางของหลี่จินหรงแข็งทื่อค้างเติ่งในทันที รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย หัวใจกระตุกวูบตกลงไปถึงตาตุ่มเมื่อได้ยินคำว่า "ข่าวร้ายจากกองทัพ"! [โปรดติดตามตอนต่อไป... พรุ่งนี้พบกันกับความลับที่ถูกซ่อนไว้หลังค่ายทหารแดนไกลนะครับ] (ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ใบชาหอมหมื่นลี้" เสมอมานะครับ)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%