จดหมายฉบับนั้นถูกบีบยับอยู่ในกำมือของหลี่จินหรงจนยับยู่ยี่ ร่างบางที่เคยยืนหยัดอย่างสง่างามท่ามกลางความอิจฉาริษยาของคนในหมู่บ้าน กลับแข็งทื่อค้างเติ่งราวกับรูปปั้นหิน ความเงียบงันปกคลุมห้องโถงเล็กๆ ในเรือนพัก มีเพียงเสียงลมหายใจติดขัดของลู่หานเจียงที่เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวด้วยความตื่นตระหนก
"จินหรง... น้องเป็นอะไรไป ใครส่งจดหมายมา"
เสียงทุ้มต่ำของสามีหนุ่มเจือความร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด ลู่หานเจียงยื่นมือหนาหมายจะแตะหัวไหล่บาง แต่นางกลับสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววเฉลียวฉลาดและเด็ดเดี่ยวบัดนี้ไหวระริก ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันจนซีดเซียว
"ข่าวร้ายจากกองทัพ... ท่านพี่" นางทวนคำด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าจนแทบไม่ได้ศัพท์ "บอกว่า... หน่วยลาดตระเวนของกองพลน้อยที่สาม ประสบเหตุหิมะถล่มทับเส้นทางยุทธศาสตร์เมื่อสามวันก่อน..."
หัวใจของลู่หานเจียงกระตุกวูบทันที เขารู้ซึ้งถึงความโหดร้ายของฤดูหนาวในเขตทุรกันดารนี้ดี แม้เขาจะไม่ได้สังกัดหน่วยนั้นโดยตรง แต่สหายร่วมรบหลายคนถูกส่งตัวไปปฏิบัติภารกิจเร่งด่วน ทว่าก่อนที่ความตื่นตระหนกจะกัดกินจิตใจไปมากกว่านี้ สายตาคมกริบของนายทหารหนุ่มก็กวาดมองไปเห็นตราประทับบนซองกระดาษสีน้ำตาลที่ภรรยากำไว้
นิ้วมือแข็งแกร่งดึงซองจดหมายออกจากมือของหญิงสาวอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว กวาดสายตาอ่านข้อความด้านในอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มุมปากหยักจะคลายออกเป็นรอยยลโฉมที่เปี่ยมด้วยความโล่งอกอย่างที่สุด
"โง่เขลาเสียจริง... น้องอ่านข้ามบรรทัดสำคัญไปต่างหาก" ลู่หานเจียงถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามากอดแนบอกอย่างแรงเพื่อปลอบประโลม "หน่วยนั้นประสบภัยจริง แต่กองร้อยที่สหายของเราอยู่ ไหวตัวทันและถอยรอดออกมาได้ก่อนที่หิมะจะถล่มลงมาทับค่ายพักแรม จดหมายฉบับนี้ส่งมาเพื่อแจ้งเตือนภัยและปรับแผนเสบียง ไม่ใช่ประกาศรายชื่อผู้สูญเสียสักหน่อย"
หลี่จินหรงกะพริบตาปริบๆ สมองที่ประมวลผลเรื่องธุรกิจและสูตรอาหารมาตลอดทั้งวันราวกับสะดุดกั๊ก นางเงยหน้าขึ้นมองสามี สูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติที่กระเจิดกระเจิงกลับเข้าร่าง เมื่อทบทวนข้อความในสมองอีกรอบจึงพบว่าตนเองตื่นตูมไปไกลโขเพียงเพราะคำว่า "ข่าวร้าย" ที่พาดหัวตัวโต
"ฮึ่ม! ใครใช้ให้ทางการเขียนจดหมายด้วยน้ำเสียงข่มขู่เช่นนี้เล่า ทำให้คนตกใจแทบตาย" นางค้อนใส่สามีวงใหญ่แก้เขิน ก่อนจะตีเข้าที่อกแกร่งเบาๆ หนึ่งที "แล้วแบบนี้... แผนการที่เราคุยกันไว้เรื่องขยายกิจการ จะยังเดินหน้าต่อได้ใช่ไหมคะ... เอ่อ, ใช่ไหมครับ"
ลู่หานเจียงหลุดหัวเราะพรืดออกมากับความน่ารักปนดื้อรั้นของภรรยา เขาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม "แน่นอนที่สุดครับ พี่จะปล่อยให้ภรรยาคนเก่งต้องผิดหวังได้อย่างไร ว่าแต่... เจ้าวางแผนไว้ว่าอย่างไรต่อ สำหรับการแปรรูปเนื้อสัตว์ที่เราไปเหมาซื้อมาจากในเมืองเมื่อวานนี้?"
เมื่อเข้าสู่เรื่องทำมาหากิน แววตาของหลี่จินหรงก็กลับมาเป็นประกายเฉียบคมทันที นางผละออกจากอ้อมอกอบอุ่น เดินไปหยิบสมุดบันทึกปกหนังที่จดสูตรอาหารและแผนธุรกิจย่อยๆ ขึ้นมาเปิดกางบนโต๊ะไม้
"เนื้อหมูและเนื้อวัวที่เราขนมาจากตลาดมืดในเมืองเมื่อวานนี้ มีคุณภาพดีเยี่ยม ไขมันแทรกกำลังสวย หากเอามาทำแค่ต้มผัดแกงทอดแบบเดิมๆ ย่อมไม่ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ" นิ้วเรียวชี้ลงบนกระดาษที่มีตัวอักษรจีนเขียนไว้อย่างเป็นระเบียบ "เราจะทำ 'หมูแผ่นกรอบรสโบราณ' และ 'เนื้อแดดเดียวสูตรสมุนไพรจีน' ครับ"
ลู่หานเจียงพยักหน้ารับอย่างตั้งใจ แม้เขาจะไม่ใช่พ่อครัว แต่เรื่องการค้าขายและการขนส่ง เขาคอยสนับสนุนภรรยาเต็มที่เสมอ "เนื้อแดดเดียวพี่เข้าใจ แต่วิธีทำหมูแผ่นเจ้านั่น... ต้องใช้อุปกรณ์อะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า?"
"ไม่ต้องใช้เครื่องจักรทันสมัยอะไรเลยครับ เรามีเตาถ่านและตะแกรงเหล็กจากมิติวิเศษของฉันอยู่แล้ว" มุมปากของจินหรงยกย่องขึ้นอย่างมั่นใจ "เราจะนำเนื้อหมูมาแล่ให้บางเฉียบ หมักด้วยเครื่องเทศ ซีอิ๊วดำ น้ำผึ้งป่า และผงพะโล้สูตรลับ ทิ้งไว้หนึ่งคืนให้ซึมเข้าเนื้อ จากนั้นนำมาเรียงบนตะแกรงอบด้วยไฟอ่อนจนแห้งสนิท แล้วนำไปย่างบนเตาถ่านอีกรอบเพื่อให้ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วทั้งตำบล รับรองว่าต่อให้เป็นแม่เฒ่าลู่ที่ชอบมาเดินโฉบเฉี่ยวหน้าบ้านเรา ก็ต้องน้ำลายสอจนเดินกลับไม่ไหวแน่นอน"
แค่จินตนาการถึงกลิ่นหอมของเนื้อย่างซีอิ๊วเคลือบน้ำผึ้ง ลู่หานเจียงก็พลอยกลืนน้ำลายตาม "แล้วกลุ่มเป้าหมายแรกที่เราจะส่งขายคือที่ไหน? ร้านค้าสหกรณ์ในอำเภอ หรือพ่อค้าคนกลางที่ตลาดมืด?"
"เราจะไม่พึ่งพาพ่อค้าคนกลางที่ชอบกดราคานะครับ" หลี่จินหรงส่ายหน้าช้าๆ สายตาคมปลาบ "ฉันแอบไปสำรวจตลาดในอำเภอมาแล้ว สหกรณ์การเกษตรของรัฐกำลังต้องการสินค้าขบเคี้ยวแห้งๆ สำหรับส่งให้คนงานเหมืองและทหารกองหนุนที่ต้องออกลาดตระเวนไกลๆ สินค้าของเราเก็บรักษาได้นาน พกพาสะดวก และให้พลังงานสูง เหมาะที่สุดที่จะตีตลาดส่งตรง"
ภรรยาตัวน้อยของเขาไม่เพียงแต่ทำอาหารอร่อย วิสัยทัศน์ทางธุรกิจยังเฉียบขาดจนน่าทึ่ง ลู่หานเจียงมองภรรด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความรักและความภูมิใจอย่างปิดไม่มิด มือหนายื่นไปกุมมือเรียวนุ่มไว้แน่น "ถ้าอย่างนั้น วันนี้พี่จะช่วยเจ้าหั่นเนื้อและก่อไฟเตรียมเตาให้พร้อม ตั้งแต่เช้าจรดค่ำเราจะลุยงานนี้ด้วยกัน"
บรรยากาศในห้องครัวอบอวลไปด้วยความร่วมมือร่วมใจ กลื่นอายของเครื่องเทศและซีอิ๊วเริ่มโชยจางๆ ออกมาเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการผลิตล็อตใหญ่ หลี่จินหรงสวมผ้ากันเปื้อนสีซีดแต่มือไม้คล่องแคล่ว นางจัดการหั่นเนื้อหมูและเนื้อวัวด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ ราวกับเชฟมือทองจากภัตตาคารหรูในโลกยุคปัจจุบัน มากกว่าจะเป็นแค่สะใภ้ชาวนาในยุค 80
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง กลิ่นหอมหวานของน้ำผึ้งผสมเครื่องเทศเริ่มอบอวลคละคลุ้งไปทั่วบริเวณบ้านพักทหาร ตะแกรงไม้ไผ่ที่เรียงรายด้วยแผ่นหมูหมักสีแดงฉ่ำถูกนำออกผึ่งลมใต้ชายคา ขณะที่เตาถ่านด้านหลังบ้านกำลังส่งเสียงปะทุเบาๆ พร้อมกับย่างเนื้อแดดเดี่ยวชุดแรกจนส่งกลิ่นเย้ายวนชวนหิว
งานล็อตแรกสำเร็จลุล่วงด้วยดี ปริมาณสินค้าที่วางเรียงรายอยู่ในห้องเก็บของมากพอที่จะทำให้พวกเขามีกำไรเป็นกอบเป็นกำในสัปดาห์นี้ หลี่จินหรงปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมด้วยหลังมือ รอยยิ้มแห่งความเหนื่อยล้าแต่ภาคภูมิใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะปิดประตูห้องเก็บของเพื่อพักผ่อน เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้มารยาทที่หน้าบ้าน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงคุ้นหูที่ร้องโวยวายเสียงดังทะลุเข้ามาในรั้วบ้าน "หลี่จินหรง! นังสะใภ้ตัวดี! แกซ่อนของกินอะไรไว้ข้างใน ทำไมกลิ่นถึงได้หอมตลบอบอวลไปสามบ้านแปดบ้านแบบนี้! เปิดประตูเดี๋ยวนี้ อย่าคิดว่าผัวแกอยู่บ้านแล้วฉันจะทำอะไรแกไม่ได้นะ!"
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่จินหรงแข็งค้างในเสี้ยววินาที ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่าใครคือผู้มาเยือนยามวิกาลเช่นนี้ ขณะที่ลู่หานเจียงขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรำคาญใจอย่างที่สุด
ทว่า ก่อนที่ลู่หานเจียงจะทันได้ก้าวออกไปเปิดประตู หลี่จินหรงกลับยกมือขึ้นห้ามสามี มุมปากอิ่มยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่แฝงความแสบสันแบบฉบับเจ้าแม่ธุรกิจ
นางขยับเข้าไปกระซิบข้างหูสามีด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ทรงพลัง "ท่านพี่... ดูเหมือนว่าเราจะมี 'ลูกค้ากิตติมศักดิ์' แวะมาทดลองชิมสินค้าล็อตแรกของเราฟรีๆ เสียแล้วล่ะครับ"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของฮูหยินสายสตรองคนนี้ด้วยดีเสมอมาครับ
- ใบชาหอมหมื่นลี้
ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80•ตอนที่ 19
วางแผนขยายกิจการแปรรูปอาหาร
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!