ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80•ตอนที่ 12

แม่สามีหน้าเงินโผล่มาทวงบุญคุณ

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านตระกูลลู่ดังขึ้นอย่างเร่งรีบและไร้ซึ่งมารยาท มันไม่ใช่การเคาะเพื่อขออนุญาต หากแต่เป็นการทุบทำลายด้วยความหงุดหงิดระคนโลภ หลี่จินหรงชะงักมือที่กำลังหั่นหมูสามชั้นในครัว มิติลับของห้างสรรพสินค้าเพิ่งจะส่งเสียงเตือนถึงยอดขายแปรรูปสินค้าล็อตแรกในตลาดมืดที่หมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงสี่สิบนาที เงินสดจำนวนมากซุกซ่อนอยู่อย่างปลอดภัยในกล่องไม้ใต้เตียง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ากลิ่นอายความสำเร็จนี้จะรอดพ้นจากจมูกอันไวต่อกลิ่นเงินของ "คนในครอบครัว" ที่ไม่เคยเหลียวแลพวกเขาเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ลู่หานเจียงวางฟืนในมือลง ใบหน้าคมเข้มของนายทหารหนุ่มฉายแววเย็นชาจนน่ากลัว เขาขมวดมุ่นเข้าหากันขณะเดินไปยังประตูหน้าบ้าน "เปิดประตูเดี๋ยวนี้! เจ้าลูกอกตัญญู! ผัวเมียพวกแกคิดจะกินอยู่กันอย่างสุขสบายบนกองเงินกองทองโดยไม่เห็นหัวแม่คนนี้แล้วหรือไง!" เสียงแหลมสูงที่แฝงความตระหนกและเย่อหยิ่งดังทะลุกำแพงดินเข้ามา นั่นคือเสียงของแม่เฒ่าลู่ แม่สามีผู้ขึ้นชื่อเรื่องการรีดไถและลำเอียงเข้าข้างลูกชายคนโตจนบ้านแทบแตก แอด... บานประตูไม้เปิดออก ลู่หานเจียงยืนตระหง่านดั่งภูเขา ปิดกั้นทางเข้าจนแม่เฒ่าลู่ที่ตั้งท่าจะพุ่งตัวเข้าไปต้องเบรกฝีเท้าแทบไม่ทัน ด้านหลังของแม่เฒ่าคือลู่เฉิงเจีย พี่ชายคนโตผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกันแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความโลภและความอิจฉาริษยา "แม่มีธุระอะไร" ลู่หานเจียงเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ แต่แฝงแรงกดดันระดับนายทหารสนามที่ทำให้แม่เฒ่าลู่สะดุ้งโหย่งโดยไม่รู้ตัว "ไอ้ลูกเนรคุณ! แกถามแม่ได้อย่างไร!" แม่เฒ่าลู่ถลึงตาใส่ ผลักอกลูกชายคนเล็กอย่างแรงแต่ลู่หานเจียงกลับยืนปักหลักราวกับเสาหิน "ข้างนอกเขาลือกันทั่วหมู่บ้านแล้วว่าเมียแกมันเอาเงินไปซื้อรถเข็นคันใหม่ แถมยังซื้อเนื้อชิ้นโตเข้าบ้านทุกวัน! พวกแกสองคนรวยขึ้นมาได้ยังไง ถ้าไม่ใช่เพราะแอบซ่อนเงินกองกลางของตระกูลเอาไว้!" คำกล่าวหานั้นไร้สาระสิ้นดี สมัยที่ลู่หานเจียงบาดเจ็บกลับมาจากค่ายทหารและถูกตัดหางปล่อยวัด แม่เฒ่าผู้นี้ไม่เคยส่งข้าวสักเมล็ดหรือเงินสักเหรียญมาให้ บัดนี้เห็นพวกเขากำลังลืมตาอ้าปากได้ กลับกล้าหน้าด้านมาทวงบุญคุณถึงหน้าบ้าน หลี่จินหรงเดินเช็ดมือด้วยผ้าสะอาดก้าวออกมาจากครัว รอยยิ้มบางเบาประดับอยู่บนมุมปาก แต่ดวงตากลับคมกริบดั่งใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง ท่าทีสง่างามและเยือกเย็นของเธอทำให้แม่เฒ่าลู่ชะงักไปชั่วขณะ "โอ้ คุณแม่มาเยี่ยมถึงที่เชียวหรือครับ... อ๊ะ ขออภัย คุณแม่มาทวงส่วนต่างต่างหาก" จินหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าจิกกัดลึกถึงกระดูกดำ "แต่ถ้าจำไม่ผิด ตอนที่สามีฉันนอนซมพิษไข้เกือบตายเมื่อปีกลาย ครอบครัวเราถูกตัดขาดออกจากตระกูลลู่โดยลายมือชื่อของพ่อสามีไม่ใช่หรือครับ หรือว่าความจำของคุณแม่เสื่อมถอยตามอายุ จนลืมเอกสารฉบับนั้นไปแล้ว" ใบหน้าเหี่ยวย่นของแม่เฒ่าลู่แดงก่ำด้วยความโกรธจัด "นังสะใภ้ปากกล้า! แกกล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับแม่สามี! ถึงจะแยกบ้าน แต่มันก็ยังไหลเวียนเลือดตระกูลลู่! แกหาเงินมาได้มหาศาลจากไหน หักเงินมาครึ่งหนึ่งส่งให้พี่ชายแกเอาไปใช้หนี้การพนันซะ ไม่อย่างนั้นฉันจะไปฟ้องหัวหน้าหมู่บ้านว่าพวกแกอกตัญญูไม่เลี้ยงดูคนแก่!" ลู่เฉิงเจียที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลังรีบเสริมขึ้นทันทีด้วยท่าทีโอ้อวด "ใช่! น้องรอง แกมีเงินตั้งมากมาย แบ่งให้พี่สักห้าร้อยหยวนก็ไม่เห็นจะขนหน้าแข้งร่วงตรงไหนนี่หว่า หรือแกกลัวว่าเมียแกจะเอาเงินไปปรนเปรอชู้รักคนอื่นกันล่ะ ฮ่าๆๆ" บรรยากาศรอบตัวลู่หานเจียงลดฮวบลงจนติดลบ รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนลู่เฉิงเจียหุบปากฉับด้วยความหวาดกลัว แต่ก่อนที่สามีจะได้ลงมือจัดการกับคนไร้ยางอายเหล่านี้ หลี่จินหรงกลับยกมือขึ้นแตะแขนสามีเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม เธอส้าวเท้าก้าวเข้าไปใกล้แม่เฒ่าลู่ทีละน้อย กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรและแป้งทำขนมลอยกรุ่นรอบกาย ตัดกับบรรยากาศตึงเครียดได้อย่างน่าประหลาด "ฟ้องหัวหน้าหมู่บ้านหรือครับ? ดีเลย... ฉันเองก็กำลังอยากจะให้หัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านทุกคนช่วยตรวจสอบบัญชีเงินกู้ที่สามีฉันส่งเสียให้บ้านใหญ่ตลอดสิบปีที่ผ่านมาเหมือนกัน" จินหรงยิ้มละมุน แต่สายตากลับเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งในฤดูหนาว "เงินเดือนทหารทุกหยวนที่หานเจียงส่งกลับบ้าน ถูกคุณแม่เอาไปผูกขาดให้ลูกชายคนโปรดไปเล่นการพนันจนหมดเกลี้ยง แม้แต่ค่ารักษาพยาบาลยามบาดเจ็บ เขายยังต้องกู้หนี้ยืมสินชาวบ้านมาจ่ายเอง... คุณแม่ยังมีหน้ามาพูดคำว่า 'ตระกูลลู่' กับพวกเราอีกหรือครับ? ไม่ทราบว่ายางอายบนใบหน้านี่... หลุดร่วงไปตั้งแต่ตอนที่ท่านเอาเงินก้อนสุดท้ายของลูกชายคนเล็กไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ลูกคนโตแล้วครับ?" "นัง... นังสารเลว!" แม่เฒ่าลู่กรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ ยกมือขึ้นหมายจะตบหน้าสะใภ้ผู้ไม่รักดี หมับ! มือหนาของลู่หานเจียงคว้าข้อมือเหี่ยวย่นนั้นไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงบีบเพียงเล็กน้อยทำให้แม่เฒ่าลู่ร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด ดวงตาคมกราบกรานมองมารดาตนเองด้วยความผิดหวังและตัดเยื่อใยจนหมดสิ้น "พอได้แล้วครับ" ลู่หานเจียงเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน "ถ้าไม่อยากให้ผมแจ้งความเรื่องที่พี่ใหญ่พยายามลักทรัพย์และติดหนี้สินในตลาดมืดจนทางการตามล่า... ก็ไสหัวออกไปจากเขตบ้านของพวกเราซะ!" แม่เฒ่าลู่หน้าซีดเผือดด้วยความตกใจเมื่อได้ยินคำว่าตลาดมืดและการแจ้งความ นางลากตัวลู่เฉิงเจียที่หน้าถอดสีถอยหลังกรูด ก่อนจะชี้หน้าอาฆาตมาดร้าย "พวกแก... จำคำวันนี้ไว้ให้ดี! อย่าหวังว่าจะมีความสุขกันได้นานนักหรอก!" ร่างทั้งสองวิ่งหนีหายลับไปจากรั้วบ้านอย่างทุลักทุเล ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความสะอาดโล่งตาที่กลับคืนมาอีกครั้ง จินหรงถอนหายใจยาว หันไปมองสามีที่ยังคงมีสีหน้าเคร่งเครียด เธอยื่นมือไปกุมมือหนาที่หยาบกร้านจากการทำงานเอาไว้ "อย่าไปใส่ใจกับคนพวกนั้นเลยครับ มากินข้าวเที่ยงฝีมือฉันดีกว่า วันนี้ฉันทำ 'หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง' สูตรลับเนื้อนุ่มละลายในปาก รับรองว่าเยียวยาจิตใจได้แน่นอน" กลิ่นหอมหวานเคี่ยวเค็มของน้ำตาลกรวด ซีอิ๊วชั้นดี และเครื่องเทศจีนโชยตลบอบอวลออกจากหม้อดินเผาในครัวทันทีที่ฝาถูกเปิดออก สีสันเงางามของหมูสามชั้นที่ตุ๋นจนฉ่ำเข้าเนื้อส่งประกายเย้ายวนท่ามกลางแสงแดดยามเที่ยง กลิ่นหอมเย้ายวนใจนี้ลอยข้ามรั้วบ้านกระจายไปทั่วตรอกซอกซอยจนเพื่อนบ้านต่างต้องสูดปากกลืนน้ำลาย ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่ถوانเพื่อลิ้มรสความสุขสงบ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูรั้วดังขึ้นอีกครั้ง... แต่มันไม่ใช่เสียงของแม่เฒ่าลู่ "เปิดประตูครับ! เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงประจำคอมมูน! ได้รับแจ้งว่าบ้านหลังนี้มีการลักลอบค้าขายสินค้าผิดกฎหมายจากตลาดมืด!" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความสตรองของฮูหยินจินหรงในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%