เสียงเคาะไม้เบาๆ สามครั้งติดที่มุมอับของตรอกซอกซอยหลังโรงงานทอผ้าเก่า ดึงสติของหลี่จินหรงกลับมาสู่ความเป็นจริงในยุคแปดศูนย์ ท่ามกลางลมหนาวที่พัดพาเอาละอองฝุ่นและกลิ่นอทานถ่านหินลอยคละคลุ้ง นางไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ร่างเพรียวในชุดเสื้อกันหนาวตัวโคร่งสีทึบยังคงยืนนิ่งสงสงบ มือเรียวภายใต้ถุงมือผ้าไหมพรมลูบเบาๆ ที่ผิวสัมผัสเย็นเฉียบของตะกร้าไม้ไผ่ใบใหญ่ด้านหลังจักรยาน
"สหาย... ของที่ว่าสดจริงอย่างที่ลือกันหรือเปล่า?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นจากเงาสลัวของกำแพงอิฐมอญ ชายวัยกลางคนสวมหมวกแก๊ปดึงปีกต่ำจนแทบจะบังใบหน้าครึ่งซีก ก้าวออกมาด้วยท่าתทางระแวดระวัง สายตากวาดมองซ้ายขวาก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ตัวหลี่จินหรง
จินหรงยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจถูกซ่อนไว้ภายใต้ผ้าพันคอผืนหนา นางไม่ตอบด้วยคำพูด แต่ค่อยๆ เปิดผ้าใบกันน้ำมันที่คลุมสินค้าออกครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นไข่ไก่เปลือกสีนวลสะอาดตาเรียงรายเป็นระเบียบ เนื้อไข่ขาวเต่งตึงและไข่แดงนูนเด่นบ่งบอกถึงความสดใหม่ระดับพรีเมียมที่หาไม่ได้แม้แต่ในสหกรณ์รัฐ และที่สะดุดตาที่สุดคือกลุ่มผักกาดเขียวและต้นหอมที่ยังคงมีหยดน้ำค้างเกาะพราวราวกับเพิ่งเด็ดออกจากแปลงสดๆ กลิ่นอายความหวานธรรมชาติของผักลอยกรุ่นแตะจมูกทันทีที่อากาศปะทะ
ดวงตาของพ่อค้าตลาดมืดเบิกกว้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว เขาอ้าปากค้างเล็กน้อยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "โอ้... นี่มัน... ไข่ไก่ลูกโตขนาดนี้แถมผักพวกนี้ยังดูมีชีวิตชีวา ยิ่งกว่าผักในแปลงทดลองของคอมมูนเสียอีก!"
"ของดีมักมีจำกัด สหายก오เจาะจงเวลาเองนะว่าต้องการเท่าไหร่ เพราะตอนนี้มีคนต่อคิวรออยู่หลังตรอกนี้อีกสามเจ้า" จินหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบขาดและเต็มไปด้วยชั้นเชิงการเจรจา นางรู้ดีว่าในยุคที่ข้าวยากหมากแพงและการควบคุมสินค้าเข้มงวด สินค้าคุณภาพสูงคืออำนาจต่อรองที่แท้จริง
ชายวัยกลางคนกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เขาไม่ต้องคิดให้เสียเวลาเลยแม้แต่น้อย มือหยาบกร้านรีบคว lo กระเป๋าเสื้อด้านในหยึงปึกธนบัตรใบละสิบหยวนและหนึ่งหยวนออกมานับอย่างลهاลลาน "ทั้งหมดนี่! ฉันเหมาหมด! ไม่ต้องเอาไปเสนอใครทั้งนั้น บอกราคามาเลยสหาย!"
ทว่า ในจังหวะที่การซื้อขายกำลังจะดำเนินไปถึงจุดสูงสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงตะโกนก้องของเจ้าหน้าที่ตรวจการตลาดก็ดังแว่วมาจากปากตรอกฝั่งตรงข้าม "เฮ้ย! ตรงนั้นทำอะไรกันน่ะ! ยืนมุงอะไรตรงนั้น แยกย้ายเดี๋ยวนี้!"
หัวใจของพ่อค้าตลาดมืดหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม หน้าถอดสีจนซีดเผือด เขารีบคว้าผ้าใบมาคลุมตะกร้าด้วยความลนลาน "ฉิบหายแล้ว! หน่วยตรวจการณ์นอกเครื่องแบบ!"
ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังจะวิ่งหนีเอาตัวรอด หลี่จินหรงกลับนิ่งสงบยิ่งกว่าผิวน้ำในบึงใหญ่ นางคว้าแขนเสื้อของพ่อค้าไว้ด้วยมือข้างหนึ่งอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งสายตาดุดันแต่เยือกเย็นจนอีกฝ่ายต้องชะงักงัน "อยากได้ของพรีเมียมไปขายต่อกำไรเท่าตัว แต่ใจเสาะแค่นี้หรือสหาย? อยากรวยต้องกล้าได้กล้าเสีย หยิบเงินมาแล้วช่วยขนย้ายไปทางประตูหนีไฟด้านหลังโรงงาน เดี๋ยวนี้!"
น้ำเสียงเด็ดขาดและท่าทีที่ทรงพลังราวกับผู้บริหารระดับสูง กลับสร้างความน่าเชื่อถือให้อย่างประหลาด พ่อค้าตลาดมืดพยักหน้ารัวด้วยความลนลานแต่ยอมทำตามอย่างรวดเร็ว เขายัดปึกลงมือจินหรงและช่วยกันแบกตะกร้าพรีเมียมหายลับไปในความมืดของโกดังร้างหลังตรอก ท่ามกลางเสียงฝีเท้าของเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาใกล้ทุกที
เวลาผ่านไปเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง สินค้าจำพวกไข่ไก่และผักสดเกรดพรีเมียมจากมิติทั้งหมด ถูกกวาดเกลี้ยงจนไม่เหลือแม้แต่ใบเดียว เงินหยวนปึกหนาถูกยัดแน่นอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ทของหลี่จินหรง น้ำหนักของมันให้ความรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก นางยืนนับเงินในมุมมืดพลຶ່ງยิ้มเยาะให้กับความโชคดีและความสามารถในการเอาตัวรอดของตนเองในยุคที่โหดร้ายนี้
เมื่อก้าวพ้นออกมาจากตรอกมืดสู่ถนนสายหลัก ลมหนาวพัดปะทะใบหน้าอีกครั้ง แต่วันนี้ความรู้สึกหนาวเหน็บกลับถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นจากยอดเงินในกระเป๋า นางกำลังจะหันหลังเดินกลับเพื่อไปสมทบกับลู่หานเจียงที่รออยู่จุดนัดพบ ทว่าเงาร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในเครื่องแบบทหารที่คุ้นเคยกลับยืนพิงจักรยานรออยู่ใต้เสาไฟฟ้าริมถนน สายตาคมกริบมองมาที่นางด้วยประกายความห่วง and คลั่งรักอย่างปิดไม่มิด
หานเจียงเห็นภรรยาเดินออกมาอย่างปลอดภัย เขาก็รีบสาวเท้าเข้ามาใกล้ทันที มือใหญ่เอื้อมไปดึงผ้าพันคอให้กระชับเพื่อป้องกันลมหนาวให้ภรรยาอย่างอ่อนโยน "เหนื่อยไหมครับคนดี? ผมเป็นห่วงแทบแย่ ทำไมใช้เวลานานนักล่ะ หืม?"
จินหรงเงยหน้าขึ้นมองสามีหนุ่มผู้ซื่อสัตย์ รอยยิ้มพึงพอใจผุดขึ้นบนเรียวปาก นางตบเบาๆ ที่กระเป๋าเสื้อซึ่งอัดแน่นไปด้วยธนบัตรจำนวนมหาศาล ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับท้าทาย "นานหน่อยเพราะสินค้ามันขายดีเป็นเทน้ำเทท่าจนนับเงินไม่ทันน่ะสิคะ... อ้อ คุณสามีคะ กลับไปบ้านวันนี้ ฉันจะทำเมนูเด็ดฉลองกระเป๋าตุงให้คุณกินจนพุงกางเลยดีไหมล่ะคะ?"
คำพูดหยอกเย้าและแววตาซุกซนของภรรยาทำให้ลู่หานเจียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอด้วยความเอ็นดู เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยสั่นไหว "สำหรับผม อาหารอะไรก็ไม่น่าอร่อยเท่าตัวภรรยาหรอกครับ..."
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานชื่น ทันใดนั้นเอง ไฟฉายแรงสูงสาดส่องวาบเข้ามาตรงหน้าพวกเขาทั้งคู่ พร้อมกับร่างของชายวัยกลางคนในชุดเจ้าหน้าที่รัฐผู้ทรงอิทธิพลประจำอำเภอที่ก้าวออกมาจากเงาไม้ พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
"สวัสดีครับ สหายหลี่จินหรง... ได้ข่าวว่าวันนี้เธอทำธุรกิจคล่องตัวดีนี่ ตลาดมืดช่วงนี้คึกคักเป็นพิเศษนะว่าไหม?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของผมด้วยดีเสมอมานะครับ
*(ใบชาหอมหมื่นลี้)*
ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80•ตอนที่ 9
แม่ค้ามือทองแห่งตลาดมืด
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!