"เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ทางการมาตรวจค้นตามคำร้องเรียนว่าบ้านนี้ลักลอบค้าขายของเถื่อน!"
เสียงทุบประตูไม้เนื้อแข็งดังสนั่นหวั่นไหว ลู่เหม่ยหลินไม่ได้สะทกสะท้าน นางวางจานเซรามิกเคลือบเงาลงบนโต๊ะด้วยความใจเย็น ก่อนจะหันไปสบตาหานเฟิงที่ยืนอยู่ข้างกาย ชายหนุ่มเพียงแต่พยักหน้าเล็กน้อย แววตาของเขาไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความราบเรียบที่ซ่อนเร้นกระแสเชือดเฉือนเอาไว้
"ทางการงั้นหรือ?" เหม่ยหลินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากปรากฏรอยยิ้มบางๆ ที่ดูคล้ายจะเย้ยหยัน "ถ้าทางการมาจริง คงมีหมายมาให้เห็น ไม่ใช่การตะโกนป่าวประกาศให้ชาวบ้านแถวนี้ได้ยินไปถึงสามบ้านแปดบ้านแบบนี้หรอกนะ"
นางก้าวฉับๆ ไปที่ประตูไม้ โดยมีหานเฟิงเดินตามติดราวกับเงา เมื่อบานประตูเปิดออก ภาพที่ปรากฏไม่ใช่เจ้าหน้าที่ทางการในเครื่องแบบเต็มยศ แต่เป็นหลี่จินที่ยืนหน้าสลอนนำหน้ากลุ่มชาวบ้านที่ถือจอบถือเสียมมาด้วยสีหน้ากระหายใคร่อยากเห็นความล่มจมของคนอื่น
"ไหนล่ะทางการ?" เหม่ยหลินถามเสียงเรียบ พลางกวาดสายตามองฝูงชนที่ขยับเข้ามาใกล้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น "หรือว่าเจ้าคือทางการที่ว่านั่นหลี่จิน? ถึงได้มาบุกรุกเคหสถานคนอื่นด้วยข้อหาลอยๆ แบบนี้"
หลี่จินหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนอับอาย ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นแล้วตะคอกกลับ "ใครจะรู้! เห็นพวกเจ้าขายผักขายผลไม้ดีผิดปกติ ทั้งที่แต่ก่อนซูบผอมจนแทบไม่มีกิน วันๆ เอาแต่เก็บตัวอยู่ในบ้าน กลิ่นหอมฟุ้งที่โชยออกมามันเกินกว่าที่ชาวบ้านธรรมดาจะทำได้! ต้องเป็นของผิดกฎหมายแน่ๆ!"
"ของผิดกฎหมายที่ว่า... หมายถึงมะเขือเทศลูกโตสีแดงสด หรือผักกาดขาวที่กรอบหวานจนตลาดในเมืองแทบแย่งกันซื้อรึเปล่าจ๊ะ?" หานเฟิงแทรกขึ้นมา น้ำเสียงเขาทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง ชายหนุ่มก้าวออกมายืนบังหน้าภรรยา "ถ้าการทำมาหากินสุจริตด้วยหยาดเหงื่อแรงงานทำให้พวกเจ้าอิจฉาจนต้องมายัดเยียดข้อหาให้ ก็ช่างน่าเวทนาเหลือเกิน"
ชาวบ้านเริ่มกระซิบกระซาบกัน บางคนหันไปมองหน้ากันอย่างไม่มั่นใจ เมื่อเห็นว่าเหม่ยหลินและหานเฟิงดูสงบนิ่งเกินกว่าจะเป็นคนกระทำความผิด
"อย่าไปฟังมัน!" หลี่จินตะโกนก้อง "เมื่อวานข้าเห็นรถม้าหรูหรามาจอดที่หน้าบ้านนี้ คนพวกนั้นดูไม่ใช่คนในหมู่บ้านเรา ของดีๆ แบบนั้นต้องไม่ใช่สิ่งที่คนตกอับอย่างพวกมันหามาได้ด้วยมือตัวเอง!"
เหม่ยหลินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นยะเยือกจนหลี่จินเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "อ้อ... รถที่มาซื้อเห็ดหอมอบแห้งของข้าไปส่งที่ภัตตาคารในเมืองน่ะหรือ? ถ้าการที่ข้าขยันทำกินจนมีคนมาติดต่อซื้อขายเป็นความผิด งั้นพวกเจ้าที่เอาแต่นั่งรอโชคลาภไปวันๆ ก็คงเป็นนักบุญสินะ"
บรรยากาศเริ่มคุกรุ่นขึ้นอีกครั้ง ชาวบ้านบางคนเริ่มทำท่าจะกรูเข้ามา แต่แล้วหานเฟิงก็ก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว แรงกดดันมหาศาลจากร่างกายที่ฝึกฝนมาอย่างดีแผ่ออกมาโดยรอบ จนคนที่คิดจะขยับเข้าใกล้ชะงักงัน
"ข้าให้เวลาพวกเจ้าสามลมหายใจ" หานเฟิงเอ่ยเสียงเย็น "หนึ่ง... ถอยออกไปจากเขตบ้านข้า สอง... เก็บความอิจฉาริษยาของพวกเจ้ากลับไปกินที่บ้านเสีย และสาม... ถ้าใครกล้าแตะต้องรั้วบ้านข้าแม้แต่ปลายนิ้ว อย่าหาว่าข้าไม่เตือน"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่หลี่จินจะแค่นเสียง "พวกเจ้าทำเป็นเก่งไปเถอะ! ข้าจะไปแจ้งหัวหน้าหมู่บ้าน ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะบริสุทธิ์ใจจริง!"
หลี่จินหันหลังกลับอย่างหัวเสีย พาลูกสมุนและชาวบ้านบางส่วนเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แฝงความตึงเครียดเอาไว้ เหม่ยหลินปิดประตูลงกลอนแน่นหนา ก่อนจะถอนหายใจยาว
"ดูเหมือนว่าความรวยของเราจะกลายเป็นหนามตำตาคนเข้าให้แล้วนะ" นางเปรยพลางหันมามองสามี
หานเฟิงดึงภรรยาเข้ามาใกล้กอดแน่น ความอบอุ่นจากอ้อมกอดเขาส่งผ่านมาถึงใจที่กำลังครุ่นคิด "ไม่ต้องกังวลไปเหม่ยหลิน มิติลับของเรายังปลอดภัย และผักล็อตใหม่ที่เจ้าเพิ่งบ่มเพาะในมิติจะพร้อมส่งขายในอีกสองวันข้างหน้า... เมื่อถึงตอนนั้น เราจะทำให้พวกเขารู้ว่า ความรวยที่แท้จริงคืออะไร"
เหม่ยหลินยิ้มตอบ นางรู้ดีว่าสถานการณ์ในหมู่บ้านจะยิ่งแย่ลง แต่ในเมื่อเลือกเส้นทางนี้แล้ว นางก็ไม่มีวันหันหลังกลับ ยิ่งคนพวกนี้ขวางทางมากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งต้องแสดงให้เห็นว่า คนที่เคยถูกดูแคลนว่าตกอับนั้น สามารถสร้างอาณาจักรของตัวเองขึ้นมาได้ไกลแค่ไหน
ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจัดเตรียมวัตถุดิบเพื่อทำมื้อค่ำเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด กลิ่นหอมฉุนผิดปกติบางอย่างก็ลอยเข้ามาแตะจมูก กลิ่นของควันไฟที่ไม่ใช่ไม้ฟืนธรรมดา แต่มันคือกลิ่นของ 'สมุนไพรทำลายพืช' ที่รุนแรงและอันตราย
เหม่ยหลินเบิกตากว้างเมื่อมองออกไปทางหน้าต่าง สวนผักที่นางเฝ้าฟูมฟักมาอย่างดีบัดนี้กำลังเริ่มมีใบที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองซีดอย่างรวดเร็วผิดธรรมชาติ!
หานเฟิงกระชากประตูเปิดออกกว้าง ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นเมื่อเห็นเงาร่างคนชุดดำที่เพิ่งวิ่งหนีหายไปในความมืด พร้อมกับขวดน้ำยาที่ยังวางทิ้งไว้ข้างรั้วบ้าน!
"มันไม่ได้มาเพื่อแค่แจ้งความเท็จ แต่มันวางแผนจะทำลายล้างทุกอย่างของเราตั้งแต่แรกแล้ว" หานเฟิงคำรามเสียงต่ำ เหม่ยหลินคว้าขวดน้ำยานั้นขึ้นมาดู ลายมือที่สลักไว้บนก้นขวดทำให้นางชะงักไปชั่วขณะ
เพราะนั่นคือสัญลักษณ์ประจำตระกูลของหลี่จิน ที่นางไม่เคยเห็นมาก่อนในตอนที่อยู่ที่เมืองหลวง... แต่กลับคุ้นตาอย่างประหลาดในค่ำคืนนี้
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเหม่ยหลินและหานเฟิงมาจนถึงตอนนี้ แล้วมาพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - สวนส้มปลายฟ้า
คุณหนูตกอับกับเชฟก้นครัวผู้มีมิติลับในมือ•ตอนที่ 13
แผนการร้ายจากในหมู่บ้าน
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตกอับกับเชฟก้นครัวผู้มีมิติลับในมือ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!