รอยแผลเป็นบนเปลือกไม้ของต้นส้มโอโบราณหลังเรือน ไม่ได้เกิดจากกาลเวลาหรือโรคพืชอย่างที่ชาวบ้านทั่วไปเข้าใจ แต่เป็นรอยมีดสั้นที่ถูกกรีดด้วยความจงใจ—คมมีดเฉียบขาด ทิ้งร่องทุนเวียนเป็นลวดลายดอกเบญจมาศกลีบซ้อนห้าชั้น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำตระกูลของหลี่จิน คนที่ควรจะติดพันอยู่กับปัญหาหนี้สินในเมืองหลวง แต่กลับส่งเงามืดมาป้วนเปี้ยนถึงชายขอบเขตสวนของนางในยามวิกาล
ลู่เหม่ยหลินใช้นิ้วเรียวสัมผัสรอยแผลนั้นเบาๆ ความเย็นยะเยือกของเนื้อไม้แทรกซึมผ่านปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ นางไม่ได้ตื่นกลัว ตรงกันข้าม แววตาของอดีตคุณหนูผู้เคยผ่านการหักเหลี่ยมเฉือนคมในตระกูลใหญ่กลับทอประกายคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งลับใหม่
"เขาเริ่มอดใจไม่ไหวแล้วสินะคะ" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของยามค่ำคืน แต่กลับแฝงไว้ด้วยกระแสคลื่นแห่งความเยือกเย็น
หานเฟิงก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลัง ฝ่ามือหนาอบอุ่นวางทาบลงบนไหล่บางของนางอย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่สื่อความหมายชัดเจนว่าเขายืนอยู่ตรงนี้ เพื่อโอบรับและปกป้องทุกปัญหาที่กำลังจะถาโถมเข้ามา เชฟหนุ่มผู้กุมความลับเรื่องมิติปลูกผักไม่ได้เอ่ยคำปลอบโยนไร้สาระ เพราะเขารู้ดีว่าภรรยาคนนี้ไม่ต้องการความสงสาร นางต้องการพันธมิตรที่พร้อมจะลุยน้ำลุยไฟไปด้วยกัน
"รอยนี้ถูกกรีดขึ้นเมื่อไม่เกินสองชั่วยามที่ผ่านมา" หานเฟิงกวาดสายตามองสำรวจรอบบริเวณ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง "แปลว่าสายตาของพวกมันยังคงเกาะติดอยู่ที่นี่... และดูท่าทางว่า เจ้าหนูหลี่จินคงไม่ได้มาคนเดียว"
เหม่ยหลินหันกลับมาสบตาผู้เป็นสามี มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาถนัดตา "ถ้าพวกมันอยากเล่นเกมซ่อนหาในอาณาจักรของเรานัก เราก็ควรจะต้อนรับให้สมเกียรติไม่ใช่หรือคะ? เพียงแต่... อาณาจักรนี้ สวนส้มและแปลงผักวิเศษแห่งนี้ จะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนเข้ามาเหยียบย่ำตามอำเภอใจเด็ดขาด"
ค่ำคืนนั้นเอง แผนการ "พลิกแผ่นดินปกป้องสวน" จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบเชียบแต่เด็ดขาด
หานเฟิงและเหม่ยหลินใช้เวลาที่เหลือของคืนนั้นในการวางระบบความปลอดภัยรอบใหม่ให้แก่พื้นที่ทำกินทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่รั้วไม้ไผ่ธรรมดาอย่างที่เคยเป็น แต่หานเฟิงได้นำเอา "แร่หินศิลาอัคคี" ที่สกัดได้จากส่วนลึกสุดของมิติพิเศษ มาฝังไว้ตามจุดอับสายตารอบแนวเขตสวน หินเหล่านี้มีคุณสมบัติพิเศษในการกักเก็บพลังงานความร้อนและส่งเสียงเตือนความถี่ต่ำเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมที่มีจิตมุ่งร้ายก้าวล้ำเข้ามา ขณะเดียวกัน เหม่ยหลินก็ใช้ความรู้ด้านสมุนไพรและพฤกษศาสตร์ จัดวางแปลงปลูก "พืชพรรณพรางตา" ชนิดพิเศษจากมิติ ทั้งเถาวัลย์หนามพิษชาอัมพฤกษ์ และดอกไม้ราตรีที่ส่งกลิ่นหอมชวนง่วงงุน หากผู้บุกรุกไม่รู้เส้นทางและจังหวะเวลาที่ถูกต้อง ต่อให้มีฝีมือการต่อสู้สูงส่งเพียงใด ก็จะติดอยู่ในเขาวงกตธรรมชาติเหล่านี้จนกระทั่งรุ่งสางโดยไม่มีทางหลุดรอดออกไปได้
งานหนักดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีครามจางๆ ทางทิศตะวันออก กลิ่นอายความสดชื่นของหยาดน้ำค้างบนยอดใบชาและกลิ่นหอมหวานจางๆ ของผลส้มโอในสวนเริ่มโชยมาแตะจมูก ทว่าก่อนที่แสงแรกของวันจะสาดส่องลงมาเต็มที่ เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงพูดคุยโวยวายก็ดังแว่วมาจากทางเส้นทางเดินหลักของหมู่บ้าน
"เห้ย! พวกเจ้าแน่ใจนะว่าทางนี้วะ? ข้าได้ยินมาว่านังคุณหนูตกอับกับไอ้เชฟบ้านนอกนั่นแอบซ่อนสมบัติไว้ที่นี่!" เสียงแหบพร่าของชายฉกรรจ์คนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักอย่างน่ารังเกียจของใครบางคนคุ้นหู
เหม่ยหลินที่กำลังใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดคราบเขม่าบนใบหน้าของสามี ชะงักมือเล็กน้อย นางส่งยิ้มให้หานเฟิง—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความซุกซนและประกายตาแห่งความสะใจ
"ดูเหมือนแขกไม่ได้รับเชิญของเรา จะมาเร็วกว่าที่คาดไว้นะคะ" นางกระซิบเสียงเบา
หานเฟิงหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขาวางจอบในมือลงแล้วเอื้อมไปจัดปิ่นปักผมบนศีรษะของภรรยาให้เข้าที่อย่างทะนุถนอม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียมเล็กน้อย "ปล่อยให้พวกเขาเข้ามาเถอะค่ะที่รัก... ข้าเพิ่งอบขนมปังถ่านชาโคลไส้เนื้อย่างหอมๆ เสร็จพอดี หวังว่าแขกกลุ่มนี้จะมีท้องพอที่จะรับความสะใจจากฝีมือของเชฟอย่างเรา"
ทั้งสองคนก้าวเดินออกจากเรือนพักอย่างใจเย็น มุ่งหน้าไปยังแนวรั้วด้านหน้าที่ตอนนี้ เสียงโวยวายด้วยความเจ็บปวดจากการโดนหนามชาอัมพฤกษ์เกี่ยวเข้าเริ่มดังระencounters ขึ้นทีละคนสองคน
ทว่า... ในวินาทีที่เหม่ยหลินก้าวพ้นซุ้มประตูไม้ไผ่เพื่อเผชิญหน้ากับผู้บุกรุก สายตาของนางกลับต้องปะทะเข้ากับร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ยืนอยู่แถวหน้าสุด—คนๆ นั้นไม่ใช่ลูกน้องกระจอกของหลี่จิน แต่เป็น "หลี่จิน" เองที่เดินทางมาถึงที่นี่ด้วยตนเอง พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ฉาบอยู่บนใบหน้าซีดเซียว และในมือของเขา... กำลังถือห่อผ้าแพรปักลายที่นางจำได้แม่นยำว่าเป็นของสำคัญชิ้นสุดท้ายที่มารดาผู้ล่วงลับทิ้งไว้ให้ ก่อนที่นางจะถูกขับไล่ออกจากตระกูล!
"แปลกใจใช่ไหมล่ะ ลูกพี่ลูกน้องตัวดีของข้า..." หลี่จินหัวเราะร่วน แววตาทอประกายอำมหิตขณะชูห่อผ้าในมือขึ้นสูง "ของสิ่งนี้... ข้าบังเอิญไปเจอเข้าในห้องใต้หลังคาของเรือนเก่าที่เจ้าเคยอยู่... และข้าคิดว่า เจ้าคงอยากรู้ความจริงเบื้องหลังการตายของท่านแม่เจ้า ก่อนที่สวนสวรรค์แห่งนี้จะมอดไหมกลายเป็นจุลไปเสียก่อน!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและคอยสนับสนุน "สวนส้มปลายฟ้า" มาโดยตลอดนะคะ
คุณหนูตกอับกับเชฟก้นครัวผู้มีมิติลับในมือ•ตอนที่ 14
ปกป้องสวนด้วยมือของเรา
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตกอับกับเชฟก้นครัวผู้มีมิติลับในมือ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!