คุณหนูตกอับกับเชฟก้นครัวผู้มีมิติลับในมือ•ตอนที่ 15

ก้าวแรกของความสำเร็จ

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
"แปลกใจใช่ไหมล่ะ ลูกพี่ลูกน้องตัวดีของข้า..." เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของหลี่จินดังบาดแก้วหู ท่ามกลางความเงียบงันที่ราวกับอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ห่อผ้าเก่าคร่ำคร่าในมือของเขาถูกยกขึ้นสูง ราวกับเป็นค้อนเหล็กที่เตรียมทุบลงกลางใจของลู่เหม่ยหลินให้แหลกสลาย แต่น่าเสียดาย... รอยยิ้มสมเพชเวทนาบนใบหน้าของหลี่จินกลับต้องแข็งค้าง เมื่อดวงตาคู่สวยของสตรีตรงหน้าไม่ได้ฉายแววหวาดกลัว หรือตื่นตระหนกอย่างที่เขาวาดฝันไว้แม้แต่น้อย เหม่ยหลินเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากอิ่มระบายยิ้มเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความสมเพช ยิ่งกว่าที่เขาแสดงออกมาเสียอีก "เจ้าคิดว่ากระดาษเก่าๆ หรือเศษผ้าเน่าเฟะในห่อผ้านั่น จะมีค่าพอที่จะสั่นคลอนความสงบสุขในสวนสวรรค์ของข้าได้จริงๆ งั้นหรือ หลี่จิน?" น้ำเสียงของเหม่ยหลินราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนคนที่ถือห่อผ้าอยู่ถึงกับชะงัก รอยยิ้มบนหน้ากระตุกเกร็ง "ปากดี! ถึงปากเจ้าจะแข็งแค่ไหน แต่ถ้าความจริงเรื่องที่ว่าแม่แท้ๆ ของเจ้าไม่ได้ตายเพราะโรคภัย... แต่ถูก 'ใครบางคน' ในตระกูลลู่ วางยาพิษเพื่อฮุบสมบัติใบนี้ล่ะ? เจ้ายังจะทำเป็นทองไม่รู้ร้อนได้อยู่อีกไหม!" หลี่จินกัดฟันกรอด แววตาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวที่เหม่ยหลินไม่ยอมตกหลุมพรางทางอารมณ์ที่เขาขุดรอไว้ บรรยากาศรอบเรือนพักตึงเครียดจนแทบจะหยิบจับเป็นรูปธรรมได้ หานเฟิงที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลังก้าวออกมาครึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่ในชุดผ้าฝ้ายสีเข้มแผ่ไอสังหารจางๆ ออกมาอย่างกดดัน ดวงตาคมกริบจ้องมองหลี่จินราวกับพญาอินทรีที่กำลังมองเหยื่อโง่เขลา ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยคำขู่ใดๆ ทว่ามือหนากลับเอื้อมไปกุมมือเรียวของภรรยาไว้แน่น เป็นการส่งผ่านความอบอุ่นและสนับสนุนในทุกการตัดสินใจอย่างไร้เงื่อนไข เหม่ยหลินปรายตามองห่อผ้าในมือของญาติผู้พี่ ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ "ความจริงงั้นหรือ? เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา เจ้ากับพวกคนตระกูลลู่พยายามขุดคุ้ยเรื่องนี้เพื่อเอามาขู่กรรโชกข้า เสียดาย... ที่หลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดไม่ได้อยู่ในห่อผ้าปลอมๆ ของเจ้าหรอกนะ หลี่จิน" เหม่ยหลินก้าวเข้าไปหาช้าๆ ทว่ามั่นคง แรงกดดันจากท่าทีที่เหนือกว่าทำให้หลี่จินต้องก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "แต่อยากจะขอบใจเจ้านะ ที่อย่างน้อยก็ช่วยยืนยันว่า... บัญชีแค้นระหว่างข้ากับพวกท่านผู้นำตระกูลลู่ ถึงเวลาต้องชำระเสียที" "เจ้า... เจ้าหมายความว่ายังไง!" "หมายความว่า เจ้าหมดประโยชน์แล้วอย่างไรเล่า" สิ้นเสียงของเหม่ยหลิน ประตูรั้วด้านหลังก็เปิดผางออก พร้อมกับร่างของกลุ่มคนในชุดคุ้มกันตลาดมืดที่หานเฟิงแอบส่งสัญญาณเรียกไว้ก่อนหน้านี้ พวกเขากรูเข้ามาล็อกตัวหลี่จินไว้ในพริบตา ห่อผ้าในมือร่วงหล่นลงกับพื้น เหม่ยหลินก้มลงเก็บมันขึ้นมาด้วยท่าทีนิ่งสงบ นางไม่ได้เปิดดูทันที แต่โยนมันใส่เตาไฟที่กำลังลุกโชนข้างเรือนอย่างไม่ใยดี เปลวไฟสีส้มสว่างวาบกลืนกินหลักฐานชิ้นนั้นจนมอดไหม้ไปต่อหน้าต่อตาต่อความตกตะลึงของหลี่จินที่ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความบ้าคลั่ง "ไม่! นั่นมัน... นังสารเลว! เจ้าเผามันทำไม!" "ของปลอมที่ใช้สร้างเรื่องหลอกลวง เผาทิ้งไปก็รกหูรกตาน้อยลงหน่อย" เหม่ยหลินปัดมือเบาๆ ราวกับเพิ่งปัดฝุ่นละออง "ส่วนเรื่องความจริงเกี่ยวกับการตายของท่านแม่ ข้าจะไปทวงคืนด้วยตัวเอง... ถึงเรือนใหญ่ตระกูลลู่ด้วยมือของข้าเอง ไม่ใช่รอให้เศษสวะอย่างเจ้าเอามาใช้เป็นเครื่องมือต่อรองหรอกนะ" หลี่จินถูกลากตัวออกไปจากเขตสวนสวรรค์จนเสียงโวยวายเงียบหายไปในสายหมอกยามสาย ความเงียบสงบกลับคืนสู่พื้นที่อีกครั้ง หานเฟิงถอนหายใจยาว ดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้หลวมๆ เพื่อปลอบประโลม "เจ้าไม่เป็นไรนะ?" เสียงทุ้มนุ่มเอמהถามชิดกลุ่มผม เหม่ยหลินซบหน้าลงกับอกแกร่ง สูดกลิ่นอายความอบอุ่นจากตัวสามีที่ช่วยชำระล้างความขุ่นมัวในจิตใจจนหมดสิ้น นางส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มกว้างให้ "ข้าไม่เป็นไรเลยค่ะพี่หาน... ตรงกันข้าม ตอนนี้ข้าอารมณ์ดีเสียจนอยากจะทำอะไรฉลองให้สะใจไปเลย" ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายแห่งความมั่งคั่ง "ว่าแต่... เงินก้อนโตที่เราได้จากการขายผักวิเศษในตลาดมืดเมื่อวานนี้ นับเสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยังคะ?" เมื่อพูดถึงเรื่องเงิน รอยยิ้มกว้างก็ปรากฏบนใบหน้าของเชฟหนุ่มทันที หานเฟิงจูงมือภรรยาเดินเข้าไปในห้องโถง บนโต๊ะไม้ตัวใหญ่มีถุงผ้าใบหนาวางเรียงรายอยู่ถึงห้าถุง เมื่อเปิดออก แสงสีเงินวาววับของเหรียญเงินและตั๋วแลกเงินมูลค่าสูงก็สะท้อนเข้าตาจนสว่างวาบ นี่คือผลลัพธ์จากการทุ่มเทแรงกายแรงใจปลูกผักในมิติลับ สินค้าเกษตรคุณภาพเยี่ยมที่เติบโตด้วยน้ำค้างสวรรค์และดินวิเศษ ทำให้พ่อค้าแม่ค้ากระเป๋าหนักในตลาดมืดแย่งกันประมูลจนราคาพุ่งสูงลิ่ว ยอดขายรวมในรอบสัปดาห์นี้ ทะยานขึ้นสูงจนแตะหลัก 'พันตำลึงเงิน' เป็นครั้งแรก! สำหรับอดีตคุณหนูตกอับที่เคยแม้แต่ค่าข้าวยังแทบไม่มี นี่คือความสำเร็จก้อนใหญ่ที่พลิกชีวิตพวกเขาลั่นสะเทือนไปทั้งอำเภอ "ทั้งหมดนี่... หนึ่งพันสองร้อยตำลึงเงินถ้วน" หานเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทึ่งระคนภูมิใจ "หากเรานำเงินจำนวนนี้ไปลงทุนซื้อที่ดินรอบข้างเพิ่ม และปรับปรุงโรงเรือนเพาะปลูก เราจะสามารถขยายกิจการให้ใหญ่โตขึ้นได้อีกสิบเท่า" เหม่ยหลินกวาดสายตามองกองเงินตรงหน้า หัวใจพองโตด้วยความอิ่มเอม นางไม่ได้มองว่ามันเป็นแค่ตัวเลข แต่เป็นรากฐานแห่งอิสรภาพและความมั่งคั่งที่นางกับสามีร่วมกันสร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและความสามารถของตนเอง "ยังไม่พอค่ะ..." เหม่ยหลินส่ายหน้า รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "แค่ขยายแปลงผักยังไม่เพียงพอ ในเมื่อเรามีวัตถุดิบที่ดีที่สุดในแคว้น และฝีมือการทำอาหารระดับเซียนของท่าน... ทำไมเราถึงไม่เปิด 'ภัตตาคาร' ของเราเองเสียเลยล่ะคะ?" หานเฟิงเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ "ภัตตาคาร?" "ใช่ค่ะ! ภัตตาคารที่ใช้วัตถุดิบจากสวนสวรรค์ของเราโดยเฉพาะ อาหารทุกจานจะวิเศษและรสชาติล้ำเลิศจนคนตระกูลใหญ่ต้องยอมก้มหัวเดินเข้ามาต่อคิว" เหม่ยหลินวางแผนในหัวอย่างรวดเร็ว แววตานักธุรกิจหญิงฉายประกายเจิดจ้า "เราจะใช้เงินก้อนนี้กว้านซื้อตู้สินค้าเก่าริมถนนสายหลักของเมือง ที่พวกตระกูลลู่เคยดูถูกว่าเป็นย่านขอทาน แล้วเนรมิตมันให้กลายเป็นจุดcheck-inที่ร่ำรวยที่สุดในยศนี้ ให้พวกมันได้เห็นว่า... สิ่งที่พวกมันเคยเหยียบย่ำ บัดนี้ได้กลายเป็นสิ่งที่พวกมันไม่มีวันเอื้อมถึงอีกต่อไป!" เคมีและความมุ่งมั่นที่สะท้อนผ่านดวงตาทั้งสองคู่ ทำให้บรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยพลังงานด้านบวกและความหวานชื่นที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว หานเฟิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะโน้มใบลงมาประทับจูบแผ่วเบาที่หน้าผากมนอย่างหมั่นเขี้ยว "ตามใจฮูหยินทุกอย่าง ข้าจะเป็นเชฟก้นครัวคอยปรุงอาหารหาเงินเข้าบ้านให้เจ้าใช้จนปวดหัวเลยทีเดียว" บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างชื่นMื่นและเต็มไปด้วยความหวังอันเรืองรอง กลิ่นหอมจางๆ ของชาสมุนไพรในมิติลับลอยอบอวลไปทั่วห้อง ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังวางแผนขั้นตอนแรกในการกว้านซื้อที่ดินอยู่นั้นเอง... เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่นและไร้มารยาท ตามด้วยเสียงหัวเราะแหבריستแห้งที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียนดังทะลุเข้ามาจากด้านนอก "อุ๊ย ดูเหมือนว่าบ้านหลังนี้จะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเยือนยามวิกาลเสียแล้วกระมัง..." เหม่ยหลินชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าหุบลงทันทีเมื่อจำเสียงนั้นได้แม่นยำ นางหันไปสบตากับหานเฟิงที่แววตาเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งใบมีดทันที ประตูไม้หน้าเรือนค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างอ้วนท้วมของ 'ท่านปู่ยักษ์' แห่งตระกูลลู่ ที่ยืนยิ้มเยาะถือไม้เท้าหัวมังกรเข้ามา พร้อมกับทหารทางการกลุ่มใหญ่ที่ก้าวตามหลังมาปิดล้อมเรือนพักไว้ทุกด้านอย่างแน่นหนา! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างความมั่งคั่งและตบหน้าตัวร้ายไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตกอับกับเชฟก้นครัวผู้มีมิติลับในมือ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%