คุณหนูตกอับกับเชฟก้นครัวผู้มีมิติลับในมือ•ตอนที่ 17

นักวิจารณ์อาหารมาเยือน

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
"ถ้าฝีมือระดับนี้เรียғว่าภัตตาคาร เกรงว่าสุนัขข้างถนนคงต้องส่ายหัวเดินหนีแล้วกระมังครับแม่นาง!" เสียงทุ้มหูหนาที่จงใจดัดให้สูงแหลมบาดหู ดังแทรกผ่านม่านไอน้ำหอมกรุ่นของน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นโสมในหม้อดินขนาดกลาง ความอื้ออึงของตลาดเช้าที่กำลังครึกครื้นพลلร1ันเงียบกริบลงชั่วขณะ สายตาหลายคู่ของชาวบ้านที่กำลังต่อแถวรอซื้อซาลาเปาไส้ผักสูตรพิเศษต่างหันขวับมามองต้นเสียงเป็นตาเดียว ลู่เหม่ยหลินชะงักมือที่กำลังคีบเกี๊ยวแป้งบางใสสีเขียวมรกตลงในลังถึงไม้ไผ่ ดวงตาดอกท้อคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด ไม่มีความตระหนกตกใจฉายชัดบนใบหน้าเนียนใสแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มุมปากอิ่มกลับยกยิ้มขึ้นบางเบา เป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้นายหลี่จินซึ่งยืนแอบลอบยิ้มอยู่หลังเสาไม้ไผ่ใกล้ๆ ถึงกับสะท้านสันหลังวาบ ชายแปลกหน้าสวมชุดผ้าแพรสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างดี ทว่ายับยี่ย่นราวกับจงใจนอนเกลือกกลิ้งบนพื้นมาก่อน ร่างผอมแห้งแต่พุงพลุ้ยเดินแหวกฝูงชนเข้ามาหย่อนกายลงนั่งที่โต๊ะไม้ตัวยาวกลางร้านอย่างถือวิสาสะ นิ้วมือไว้เล็บยาวสวมแหวนหยกสีขุ่นเคาะลงบนโต๊ะไม้ปังๆ ส่งเสียงน่ารำคาญ "ข้าได้ยินคำร่ำลือว่าร้าน 'สวนส้มปลายฟ้า' ของแม่นางลู่มีฝีมือทำอาหารเลิศล้ำ ถึงกับทำให้คนในอำเภอติดใจกันทั่วบ้านทั่วเมือง นึกว่าจะมีดีสมคำคุย ที่ไหนได้... กลิ่นซุปนี่คาวคลุ้งยิ่งกว่าน้ำล้างปลาในตลาดสดเสียอีก!" บุรุษผู้นั้นเชิดหน้าขึ้นสูง จมูกโด่งรั้นย่นเข้าหากันด้วยท่าทีรังเกียจเดียดฉันท์อย่างจงใจ หลี่จินที่แอบดูอยู่กระหยิ่มยิ้มย่องในใจ *'หึ! นี่คือเถาจื้อ นักวิจารณ์อาหารชื่อดังจากเมืองหลวงที่ข้าจ้างมาด้วยเงินถึงสตำึงทองเชียวนะ! ต่อให้เจ้ามีฝีมือวิเศษวิโสมาจากไหน วันนี้ชื่อเสียงของร้านเจ้าต้องย่อยยับคามือคนผู้นี้แน่นอน!'* ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดที่ลูกค้าเริ่มซุบซิบกันอึงอล หานเฟิงที่เพิ่งยกกระเช้าผักสดส่งตรงจากมิติลับลงจากหลังเกวียนก้าวเข้ามาพอดี ร่างสูงใหญ่ในชุดผ้าฝ้ายสีครามทะมัดทะแมงหยุดยืนนิ่งขวางหน้าโต๊ะของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ แรงกดดันจากไอสังหารของอดีตนายทหารแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา "หากท่านลิ้มรสอาหารไม่เป็น ข้าจะแนะนำให้ไปกินหญ้าที่ทุ่งท้ายหมู่บ้าน น่าจะถูกปากมากกว่ามานั่งเห่าหอนในร้านของภรรยาข้า" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอื้อ่ยเอ่ยอย่างราบเรียบ แต่กลับทรงอานุภาพจนเถาจื้อสะดุ้งโหย่ง ผะงกหัวถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความหวาดกลัว "อะ... เจ้า! เจ้าเป็นใคร ถึงกล้าพูดจาก도จามสามหาวกับข้า รู้ไหมว่าข้าคือใคร! ข้าคือเถาจื้อ ผู้เขียนคอลัมน์วิจารณ์อาหารประจำหอสุราพยัคฆ์คำรามนะเว้ย!" เถาจื้อแสร้งทำเป็นตบโต๊ะเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว ร้องโวยวายเรียกคะแนนความเห็นอกเห็นใจจากชาวบ้านรอบข้าง เหม่ยหลินส่งสัญญาณมือห้ามปรามสามีที่กำลังจะก้าวเข้าไปสั่งสอน นางวางตะเกียบในมือลงช้าๆ เดินน่าวางมาดคุณหนูผู้สูงศักดิ์ แม้ในยามนี้จะสวมชุดเรียบง่ายแต่รัศมีสง่างามกลับไม่ลดน้อยลงเลยแม้แต่นิด นางแย้มสร้อยยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร ผิดวิสัยคนกำลังถูกหาเรื่อง "ที่แท้ก็ท่านเถาจื้อผู้เลื่องชื่อนี่เอง เสียดายจริงๆ ที่ท่านอุตส่าห์ดั้นด้นมาไกลถึงหมู่บ้านป่าเขาลำไพรเช่นนี้ แต่กลับใช้ 'ลิ้น' ผิดประเภทเสียแล้วกระมังคะ" น้ำเสียงใสดุจระฆังเงินเอ่ยเย้าแหย่ ทว่าแฝงความคมกริบเชือดเฉือน "เจ้าว่ากระไรนะ!" เถาจื้อหน้าดำคร่ำเครียด "ข้าบอกว่า... อาหารในหม้อนี้ หากเป็นคนลิ้นจระเข้ที่คุ้นชินแต่กับอาหารบูดเน่าในหอสุราสกปรก ย่อมไม่มีทางรับรู้ถึงความหวานล้ำของกระดูกหมูที่เคี่ยวด้วยไฟอ่อนนานถึงสี่ชั่วยาม และความหอมกรุ่นของโสมป่าอายุร้อยปีหรอกค่ะ" เหม่ยหลินกล่าวพลางตักน้ำซุปสีทองใสแจ๋วใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดควันฉุย กลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรผสานความหวานละมุนของกระดูกหมูพวยพุ่งเข้าจมูกผู้คนรอบข้างทันที จนหลายคนเผลอกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ นางวางชามซุปตรงหน้าเถาจื้อ "เชิญค่ะท่านเถา หากท่านชิมแล้วยังกล้าพูดคำเดิมว่าคาว ข้าลู่เหม่ยหลินจะปิดร้านนี้แล้วกราบขอขมาท่านสามครั้งกลางตลาดสดทันที แต่ถ้าหากไม่ใช่... ท่านจะต้องประกาศยอมรับความจริงต่อหน้าชาวบ้านทุกคนว่าท่านถูกจ้างวานมาเพื่อดิสเครดิตร้านของเรา!" สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่เถาจื้อเป็นตาเดียว บรรยากาศกดดันจนแทบได้ยินเสียงเข็มตก ชายหนุ่มกลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ เมื่อหันไปสบตากับรอยยิ้มพินิจพิเคราะห์ของลู่เหม่ยหลิน เขากลับรู้สึกราวกับถูกนางมองทะลุปรุโปร่งถึงแผนการชั่วร้ายทั้งหมดที่ตกลงไว้กับหลี่จิน เถาจื้อกัดฟันกรอด มือสั่นเทาหยิบช้อนกระเบื้องขึ้นมาตักน้ำซุปเข้าปากด้วยความจำยอม... พริบตาที่น้ำซุปร้อนๆ สัมผัสปลายลิ้น ดวงตาสนเท่ห์ของนักวิจารณ์ปากร้ายก็เบิกกว้างขึ้นสุดขีด ความหวานหอมล้ำลึกที่ระเบิดขึ้นในโพรงปาก ชวนให้นึกถึงสายลมเย็นฉ่ำในยามเช้าและความอบอุ่นของแสงแดดท่ามกลางสวนผลไม้ มันไม่ใช่รสชาติของซุปธรรมดา แต่มันคือรสชาติแห่งความใส่ใจและวัตถุดิบชั้นเลิศที่ต่อให้ใช้เงินเป็นหมื่นตำึงก็หาซื้อไม่ได้! ริมฝีปากของเถาจื้อสั่นระริก อ้าปากค้างราวกับอยากจะเอ่ยชมแต่ติดที่ศักดิ์ศรี ขณะที่หลี่จินซึ่งแอบลุ้นอยู่หลังเสาเริ่มหน้าซีดเผือด สัญชาตญาณร้องเตือนภัยดังลั่นว่าแผนการครั้งนี้กำลังจะพังไม่เป็นท่า ทว่า ในจังหวะที่ทุกคนกำลังรอคอยคำพิพากษาจากปากของนักวิจารณ์อาหาร หานเฟิงกลับก้าวเข้าไปใกล้เถาจื้อ พร้อมกับหยิบซองกระดาษสีน้ำตาลยับยู่ยี่ที่ร่วงหล่นจากอกเสื้อของอีกฝ่ายขึ้นมาเปิดออก กลิ่นฉุนกึกของผงสีเทาประหลาดลอยฟุ้งออกมาแตะจมูก นั่นคือผงนรกสารพิษชนิดเดียวกับที่หลี่จินเคยใช้เมื่อวันก่อน! "ดูท่าทางท่านเถาคงจะพก 'เครื่องปรุงลับ' ติดตัวมาด้วยสินะคะ ถึงได้มั่นใจนักว่าซุปของข้าจะคาว..." ลู่เหม่ยหลินโน้มตัวลงกระซิบเสียงหวานข้างหูเถาจื้อ รอยยิ้มบนใบหน้าingงดงามราวกับภูตสาวพราวเสน่ห์ที่พร้อมจะลากลงนรกได้ทุกเมื่อ "สนใจลองชิมผงนี่ดูสักช้อนไหมคะ เผื่อว่ารสชาติมันจะถูกปากท่านมากกว่าน้ำซุปของเรานะ... หึๆ" รี้ดเดอร์ที่รักคะ อย่าเพิ่งละสายตากันไปเด็ดขาด เพราะเบื้องหลังซองผงปริศนานี้กำลังจะเปิดโปงความลับดำมืดที่สั่นคลอนทั้งตระกูลหลี่ในพริบตาเดียว! (ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "สวนส้มปลายฟ้า" เสมอมานะคะ)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตกอับกับเชฟก้นครัวผู้มีมิติลับในมือ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%