"ถ้ากล้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ข้าจะเอาด้ามมีดนี่กระแทกเบ้าตาเจ้าให้หายจำทางกลับบ้านไม่ได้ทีเดียว!"
เสียงหวานใสที่เจือไปด้วยความเฉียบขาดดังขึ้นท่ามกลางความมืด ร่างผอมบางแต่ยืนหยัดอย่างมั่นคงของลู่เหม่ยหลินไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่น้อย ปลายมีดทำครัวในมือของหานเฟิงที่พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาดเมื่อครู่ ได้หยุดนิ่งอยู่ห่างจากลำคอของเงาดำปริศนาไม่ถึงนิ้ว
กลิ่นอายคุกกคามแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณหลังบ้าน เงาดำร่างนั้นสะดุ้งสุดตัวจนล้มพับลงไปกองกับพื้น ส่งเสียงร้องอุทานด้วยความตกใจกลัว เมื่อแสงจันทร์สาดส่องลงมาพ้นก้อนเมฆ ใบหน้าที่ซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวก็ปรากฏชัดเจน... หลี่จิน! ญาติห่างๆ จอมเจ้าเล่ห์ที่มักจะคอยมาสอดรู้สอดเห็นและหาเรื่องกลั่นแกล้งพวกนางอยู่เสมอ
"ยะ... อย่าทำอะไรข้าเลย! ข้าแค่ผ่านมาแถวนี้เท่านั้น!" หลี่จินละล่ำละลักละลานเสียงสั่นเครือ สองมือยกขึ้นปัดป้องพัลวัน ดวงตาหวาดกลัวเหลือบมองคมมีดวาววับสลับกับใบหน้าของหานเฟิงที่แววตาเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็ง
เหม่ยหลินหรี่ตามองประเมินสภาพของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว บนตักของหลี่จินมีตะกร้าไม้ไผ่สานเก่าๆ วางอยู่ ในนั้นมีร่องรอยของเศษดินและกลิ่นจางๆ ของผลไม้ตระกูลส้มที่นางเพิ่งเก็บเกี่ยวจากมิติลับเมื่อหัวค่ำ ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาในอก นางก้าวเข้าไปใกล้ชิดกดดันด้วยรังสีอำมหิตที่สะสมมาจากการถูกเอารัดเอาเปรียบในอดีต
"ผ่านทางมา? ดึกดื่นป่านนี้ กำแพงหลังบ้านข้าต่ำนักหรือถึงปีนเข้ามาผ่านทางได้ แถมในตะกร้านั่น... คงไม่ใช่ผลไม้เกรดดีที่ข้าเพิ่งคัดแยกไว้หรอกกระมัง?" เหม่ยหลินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำคำกลับเชือดเฉือนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
หลี่จินหน้าถอดสี รีบซุกมือซ่อนตะกร้าไว้ด้านหลัง แต่มันสายไปเสียแล้ว หานเฟิงเพียงแค่ใช้ปลายเท้าเขี่ยตะกร้าใบนั้นเบาๆ ผลส้มสีทองอร่ามลูกโตผิวพรรณเกลี้ยงเกลา ส่งกลิ่นหอมหวานสดชื่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณก็กลิ้งหลออกมาประจานสายตา
"ขโมยของยามวิกาล โทษฐานเบาที่สุดคือโบยสิบที โทษฐานหนักคือส่งทางการให้รับโทษโบยจนหลังลาย เจ้าอยากเลือกทางไหนดีล่ะ หลี่จิน" หานเฟิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่น่าเกรงขาม ชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มอบอุ่นเสมอเวลาอยู่กับภรรยา ในยามนี้กลับแผ่ไอสังหารเข้มข้นออกมาจนหลี่จินตัวสั่นงกราวกับลูกนกตกน้ำ
"ข้า... ข้าแค่อยมาดูเฉยๆ! เห็นพวกเจ้าขายดิบขายดี เลยอยากรู้ว่าทำไมผลไม้ถึงได้งอกงามนัก! ปล่อยข้าไปเถอะนะ เหม่ยหลิน เจ้าเห็นแก่หน้าญาติพี่น้องกันเถอะ!" หลี่จินเริ่มใช้ไม้อ่อน บีบน้ำตาฟูมฟายเพื่อความเห็นใจ
แต่ลู่เหม่ยหลินไม่ใช่คุณหนูในหอคอยงาช้างคนเดิมที่ยอมให้ใครมาหลอกใช้อีกต่อไป นางย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วเชยคางของหลี่จินขึ้นมาบังคับให้สบตา รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างงดงามแต่เยือกเย็น
"ญาติพี่น้องงั้นหรือ? ตอนที่ครอบครัวเราตกอับ ถูกพวกท่านขับไล่ออกมาโดยไม่ให้แม้แต่เศษข้าวซักเมล็ด พวกท่านเคยเห็นเราเป็นญาติบ้างไหม? จำใส่สมองเอาไว้ หลี่จิน วันนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไปเพื่อไว้หน้าตระกูลสักครั้ง แต่ถ้ายังมีครั้งหน้า... อย่าหาว่าข้าไม่เตือน!"
เหม่ยหลินปัดมือออกอย่างรังเกียจ หลี่จินรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีหายไปในความมืดราวกับสุนัขจนตรอก ทิ้งเสียงโหยหวนและคำอาฆาตมาดร้ายไว้เบื้องหลัง
หานเฟิงเก็บมีด หันมามองภรรยาด้วยความห่วงใย มือหนายื่นไปกุมมือเรียวที่ยังคงเย็นเฉียบเบาๆ "เหนื่อยเจ้าแล้วนะเหม่ยหลิน นางคนนี้คงไม่หยุดแค่นี้แน่ พรุ่งนี้ที่เราจะเอาผลไม้ไปขายที่ตลาดนัดเช้า คงต้องระวังตัวให้มากขึ้น"
เหม่ยหลินส่ายหน้าเบาๆ รอยยิ้มมั่นใจกลับมาประดับบนดวงหน้าสวยหวานอีกครั้ง นางสูดกลิ่นหอมสดชื่นของผลส้มในตะกร้าที่เหลืออยู่เข้าปอดลึกๆ "ช่างนางเถอะค่ะ ยิ่งนางดิ้นรนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงว่าผลผลิตของเรามีค่ามากเท่านั้น พรุ่งนี้เช้า... เราจะไปเปิดตลาดตบหน้าพวกปากหอยปากปูให้ดูว่า คุณหนูตกอับคนนี้จะสร้างความมั่งคั่งด้วยสองมือของตัวเองได้อย่างไร!"
รุ่งอรุณถัดมา ตลาดนัดประจำตำบลคึกคักไปด้วยผู้คน เสียงพ่อค้าแม่ขายตะโกนแข่งกันเรียกลูกค้าดังระงม แผงลอยเรียงรายขายสินค้าสารพัดอย่าง ตั้งแต่ผักสด เนื้อสัตว์ ไปจนถึงเครื่องประดับราคาถูก
ลู่เหม่ยหลินและหานเฟิงเลือกทำเลมุมหนึ่งที่ไม่โดดเด่นนัก แต่เป็นจุดที่มีผู้คนเดินผ่านพลุกพล่าน นางจัดวางผลส้มสีทองอร่ามและลูกพีชเนื้อเนียนละเอียดที่เพิ่งเก็บจากมิติลับสดๆ ร้อนๆ ลงบนแผงไม้ไผ่ ความฉ่ำน้ำและผิวพรรณที่งดงามราวกับผลไม้ทิพย์จากสรวงสวรรค์ ทำให้มันเปล่งประกายล่อตาล่อใจผู้คนทันทีที่ถูกวางลง
ไม่นานนัก กลิ่นหอมหวานอ่อนๆ ที่ธรรมชาติรังสรรค์ก็ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วรัศมีสเกลใหญ่ ดึงดูดสายตาของชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาให้ต้องหยุดชะงักและหันมามองเป็นตาเดียว
"โอ้โห! ผลไม้นั่นคืออะไรกัน ทำไมถึงดูน่ากินขนาดนั้น สีสันช่างสดใสราวกับไม่ใช่ของบนโลกมนุษย์เลย!" หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งอุทานขึ้นด้วยความทึ่ง พร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้แผงลอยของสองภรรยาพัทธ
ทว่า ก่อนที่เหม่ยหลินจะได้อ้าปากเสนอขาย เสียงแหลมสูงอันคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน
"ฮึ! ผลไม้อะไรกัน ดูท่าทางภายนอกเหมือนจะดี แต่ข้างในคงจะเน่าเฟะจนกินไม่ได้แล้วมั้ง! คิดจะเอาของไร้ราคามาหลอกขายชาวบ้านหากินบนความเดือดร้อนหรือไง ลู่เหม่ยหลิน!"
ร่างท้วมของป้าสะใภ้ใหญ่ หลี่ซื่อ ก้าวเข้ามาพร้อมกับสีหน้าเหยียดหยาม ด้านหลังมีหลี่จินที่แอบยิ้มเยาะเย้ยถือตะกร้าผลไม้ชนิดเดียวกันยืนสมทบ นางจงใจพูดเสียงดังเพื่อให้คนรอบข้างหันมาสนใจและเกิดความเคลือบแคลงสงสัย
ชาวบ้านที่กำลังมุงดูอยู่เริ่มส่งเสียงซุบซิบและถอยหลังกรูดด้วยความลังเล สายตาที่มองมายังแผงของเหม่ยหลินเปลี่ยนจากความสนใจเป็นความระแวงทันที
เหม่ยหลินมิได้สะทกสะท้าน นางแย้มรอยยิ้มทางการค้าที่ฝึกฝนมาอย่างดี ดวงตาสุกสกาวมองตรงไปยังป้าสะใภ้ผู้หวังดีประสงค์ร้ายด้วยแววตานิ่งสงบแต่เฉียบคม
"ป้าสะใภ้ใหญ่พูดจาระวังปากหน่อยนะคะ ของบนแผงข้าจะเป็นเช่นไร พิสูจน์กันด้วยคำพูดลอยๆ คงไม่ได้หรอกค่ะ หรือว่าท่านกลัวว่า... ผลไม้ของข้าจะขายดีจนไปขัดหูขัดตาใครเข้า จนต้องรีบมาดิสเครดิตกันแต่เช้าตรู่แบบนี้?"
หลี่ซื่อหน้าเสียไปชั่วขณะเมื่อถูกจี้ใจดำ นางแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างไม่ยอมแพ้ "ปากเก่งนักนะนังเด็กนี่! ถ้ามั่นใจนักว่าของเจ้าดีจริง กล้าให้คนอื่นชิมฟรีไหมล่ะ? ถ้ามันไม่อร่อยจริง อย่างน้อยเจ้าก็ต้องชดใช้ค่าเสียเวลาให้พวกเราทุกคนตรงนี้!"
ความท้าทายถูกโยนลงกลางวง ผู้คนต่างรอดูท่าทีว่าเหม่ยหลินจะจัดการอย่างไร หานเฟิงที่ยืนเงียบอยู่ข้างกายขยับตัวเล็กน้อยเตรียมจะเอ่ยปากปกป้อง แต่เหม่ยหลินกลับยกมือขึ้นห้ามสามีเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มพึงพอใจที่ฉายชัดในดวงตา
นางหยิบมีดเล่มเล็กขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว ปอกเปลือกผลส้มสีทองลูกโตออกต่อหน้าธารกำนัล กลิ่นหอมหวานฟุ้งกระจายยิ่งกว่าเดิมจนหลายคนต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างไร้เสียง
"ยินดีต้อนรับการพิสูจน์ค่ะท่านผู้มีอุปการคุณทุกท่าน..." เหม่ยหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานใส ชวนฟัง "เชิญชิมรสชาติผลไม้จากสวนของเราได้ฟรีตามใจชอบเลยค่ะ หากไม่อร่อยหวานฉ่ำชื่นใจจริงดังว่า ข้า... ลู่เหม่ยหลิน ยินดีจ่ายเงินชดเชยให้ท่านละสิบตำลึงทองทันที!"
คำประกาศกร้าวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจเรียกเสียงฮือฮาจากฝูงชนได้ในทันที ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าซีดเผือดลงเรื่อยๆ สัญชาตญาณบางอย่างบอกนางว่างานนี้พวกนางกำลังจะพ่ายแพ้ราบคาบ
ทว่า ในขณะที่ลูกค้ารายแรกกำลังจะยื่นมือมารับชิ้นส้มพิสูจน์รสชาติ ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าม้าควบตะบึงอย่างเร่งรีบพร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจก็ดังทะลุฝูงชนเข้ามา
"หลบไป! หลบไปหน่อย! องค์ชายสามเสด็จมาเยือนตลาดนัดเมืองปิงโจวแล้ว! ทุกคนคุกเข่าลงเดี๋ยวนี้!"
สิ้นเสียงประกาศ บรรยากาศรอบด้านก็พลันเงียบสงบลงในพริบตาเดียว ผู้คนต่างแตกตื่นและรีบหมอบกราบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ร่างสูงสง่าในอาภรณ์หรูหราปักลายมังกรทองของบุรุษผู้หนึ่งก้าวลงจากหลังม้า สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบตลาดก่อนจะหยุดนิ่งตรงมาที่แผงขายผลไม้ของลู่เหม่ยหลินอย่างแม่นยำ!
**ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "สวนส้มปลายฟ้า" เสมอมานะคะ**
คุณหนูตกอับกับเชฟก้นครัวผู้มีมิติลับในมือ•ตอนที่ 5
ตลาดนัดเช้ากับความวุ่นวาย
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตกอับกับเชฟก้นครัวผู้มีมิติลับในมือ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!