คุณหนูตกอับกับเชฟก้นครัวผู้มีมิติลับในมือ•ตอนที่ 4

ฟื้นฟูผืนดินที่ตายซาก

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
"ราชโองการด่วน! ตามหาตัวผู้ครอบครองสมบัติลับแห่งแคว้น... ผู้ใดซ่อนเร้น ผู้นั้นมีโทษประหารทั้งตระกูล!" เสียงประกาศก้องจากทางการที่ดังแว่วมาจากปากทางเข้าหมู่บ้าน ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของลู่เหม่ยหลิน ราวกับเสียงระฆังเตือนภัยมรณะ แต่นั่นไม่ได้ทำให้มือเรียวบางที่กำลังถือจอบขุดดินชะงักลงแม้แต่น้อย กลับกัน... แววตาของอดีตคุณหนูตระกูลลู่กลับทอประกายเด็ดเดี่ยวและเยือกเย็นยิ่งกว่าเดิม ในเมื่อราชสำนักกำลังวุ่นวายกับการตามล่าหา "สมบัติ" ที่แม้แต่เงายังไม่เห็น นางกับหานเฟิงย่อมต้องเร่งสร้างรากฐานชีวิตของตนเองให้มั่นคงเสียก่อนที่จะมีใครหน้าไหนมาพรากทุกอย่างไปจากพวกนาง "ดินแปลงนี้แห้งแล้งจนแทบจะปลูกอะไรไม่ขึ้นแล้วค่ะพี่หานเฟิง... แต่สำหรับพวกเรา มันคือจุดเริ่มต้นของความมั่งคั่งนะคะ" เหม่ยหลินเอ่ยขึ้นเบาๆ พลางกวาดสายตามองผืนดินรกร้างหลังเรือนพักที่เต็มไปด้วยวัชพืชและดินกระด้างราวกับหินผา หานเฟิงที่ยืนอยู่เคียงข้าง วางตะกร้าไม้บรรจุเมล็ดพันธุ์พืชแปลกตาลงบนพื้น เขาส่งยิ้มอบอุ่นที่เปี่ยมด้วยความรักและความเชื่อมั่นให้ภรรยา มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวที่เปื้อนคราบดินเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง "ไม่ว่าดินตรงนี้จะตายซากมานานแค่ไหน หากเป็นเงื้อมมือของเหม่ยหลินและพลังจากมิติในมือพี่แล้ว... อย่าว่าแต่ผักกาดหัวเลย ต่อให้เป็นโสมพันปีก็ต้องงอกเงยขึ้นมาให้เจ้าได้ชื่นชมแน่นอนครับ... อ๊ะ!" หานเฟิงชะงักไปนิดเมื่อเผลอใช้คำพูดติดปาก รีบเปลี่ยนน้ำเสียงและสรรพนามทันที "พี่หมายถึง... เจ้าเชื่อมือพี่เถอะนะ น้องหญิง" เหม่ยหลินอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มกับความน่ารักของสามีสายเปย์ผู้นี้ นางพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะหลับตาลงตั้งจิตอธิษฐานเรียก "มิติลับ" ที่ซ่อนอยู่ภายในห้วงจิตสำนึก ละอองแสงสีทองจางๆ ไหลเวียนผ่านปลายนิ้วของหานเฟิงที่สัมผัสอยู่กับมือของนาง ส่งผ่านความชุ่มชื้นและพลังชีวิตอันบริสุทธิ์ลงสู่ผืนดินเบื้องล่างทันที! *ครืนนน...* เสียงแผ่นดินไหวสะเทือนเบาๆ ราวกับผืนดินที่หลับใหลมานานนับร้อยปีได้ตื่นขึ้นจากการจำศีล ดินสีเทาหม่นที่แห้งกรังค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอุดมไปด้วยแร่ธาตุ กลิ่นหอมกรุ่นของดินชื้นหลังฝนตกคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ช่างเป็นความมหัศจรรย์ที่หาไม่ได้จากโลกภายนอก "สำเร็จแล้วค่ะ!" เหม่ยหลินอุทานด้วยความตื่นเต้น นางย่อตัวลงใช้มือสัมผัสดินเนื้อเนียนละเอียดด้วยความปีติยินดี ทว่า... ความสุขมักอยู่ได้ไม่นานเมื่อมีเสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงหัวoเราะเยาะเย้ยดังขึ้นจากรั้วบ้านด้านนอก "ฮ่าๆๆ! นึกว่าพวกเจ้าจะทำอะไร ที่แท้ก็มาขุดดินเล่นเป็นเด็กๆ นี่เอง! ดินผีสิงแล้งแค้นแบบนี้ ต่อให้เทน้ำตาสักปีก็ไม่มีทางปลูกอะไรขึ้นหรอกนะ หลี่เหม่ยหลิน!" ร่างท้วมของหลี่จิน ญาติห่างๆ ผู้จอมปลอมและคอยจ้องจะฮุบสมบัติของตระกูลลู่ก้าวเข้ามาในเขตบ้านอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าอิ่มเอิบเต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน สายตากวาดมองแปลงดินที่เพิ่งถูกปรับปรุงใหม่ด้วยความดูแคลนระคนโลภในสายตา เหม่ยหลินค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง นางปัดเศษดินออกจากชายเสื้ออย่างไม่รีบร้อน ใบหน้างดงามฉายแววเรียบนิ่งแต่แฝงไว้ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้หลี่จินถึงกับชะงักไปชั่วขณะ "อ้าว... ท่านพี่หลี่จิน ลมอะไรหอบท่านมาถึงเรือนหลังน้อยที่ 'แห้งแล้ง' แห่งนี้ล่ะคะ หรือว่าที่บ้านของท่านอาหารการกินเริ่มฝืดเคือง จนต้องมาขอทานข้าวคอยท่าความเมตตาจากพวกเราอีกแล้ว?" คำพูดเชือดเฉือนนิ่มๆ แต่เจ็บแสบถึงทรวงอกทำเอาหลี่จินหน้าชาวาม ใบหน้าอิ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำด้วยความโกรธ "นังตัวดี! ปากเก่งนักนะ! เจ้าคิดว่าเอาดินเน่าๆ พวกนี้มากลบเกลื่อนแล้วจะรอดพ้นจากราชโองการเร่งด่วนเมื่อครู่ไปได้หรือไง? ทางการกำลังตามล่าหาผู้ซ่อนสมบัติลับ หากพวกเจ้าไม่มีเงินทองไปส่วยบรรณาการ มีหวังหัวหลุดจากบ่าทั้งตระกูลแน่! ข้ามาเตือนในฐานะญาติ... ถ้าไม่อยากตายโหง ก็เอาโฉนดที่ดินผืนนี้มาให้ข้าดูแลแทนเสีย!" หลี่จินยื่นมืออ้วนท้วนออกมาทวงถามหน้าตาเฉย หานเฟิงก้าวขึ้นมาบังหน้าภรรยา รังสีความกดดันจากชายหนุ่มผู้ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาโชกโชนแผ่ซ่านออกมาจนหลี่จินต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "ที่ดินผืนนี้เป็นของพวกเรา สิทธิ์ขาดอยู่ที่ภรรยาของข้า หากท่านยังไม่รีบไสหัวออกไปจากเขตบ้านของเรา เกรงว่าท่านคงต้องคลานออกไปแทนที่จะได้เดินออกไปดีๆ แล้วล่ะครับ... อะแฮ่ม! แล้วล่ะนะ" หานเฟิงแก้คำพูดแทบไม่ทัน หลี่จินกัดฟันกรวดด้วยความแค้นเคือง ชี้หน้าคาดโทษ "ดี! ปากดีกันให้พอ! ข้าจะรอดูวันที่พวกเจ้าไม่มีแม้แต่ข้าวสารจะกรอกหม้อ แล้วจะรู้ว่านรกบนดินมันเป็นอย่างไร!" พูดจบเขาก็สะบัดหน้าเดินหนีออกไปอย่างหัวเสีย เมื่อแขกไม่ได้รับเชิญลับสายตาไป เหม่ยหลินก็ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันมาสบตากับสามี ทั้งคู่หลุดหัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างไม่นึกหวั่นเกรง "คนผู้นี้ช่างขยันหาเรื่องใส่ตัวเสียจริงนะคะ" เหม่ยหลินกล่าวติดตลก พลางหยิบเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมวิเศษออกจากตะกร้า "เอาล่ะ... ได้เวลาลงมือปลูกของจริงกันแล้วค่ะพี่หานเฟิง" พวกเขาร่วมมือกันหว่านเมล็ดพันธุ์ลงบนดินที่ได้รับการฟื้นฟู ทันทีที่เมล็ดพันธุ์สัมผัสกับผืนดินที่เปี่ยมด้วยพลังมิติ แสงสีเขียวมรกตก็สว่างวาบขึ้นในพริบตา ต้นกล้าสีเขียวสดแตกหน่อเติบโตแข่งกันชูช่อขึ้นมาจากพื้นดินอย่างรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ จากต้นกล้าเล็กๆ กลายเป็นผักใบเขียวอ้วนพี กรอบอร่อย และส่งกลิ่นหอมหวานอ่อนๆ ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้านยามวิกาล! กลิ่นหอมของผักวิเศษที่ทั้งสดชื่นและเย้ายวนใจ ทำให้ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่กำลังจะเข้านอน ถึงกับต้องสูดจมูกลุกขึ้นมาเปิดหน้าต่างมองหาต้นตอของกลิ่นหอมประหลาดนี้ ในขณะที่เหม่ยหลินกำลังจะเก็บเกี่ยวผลผลิตล็อตแรกเพื่อเตรียมนำไปแปรรูปเป็นอาหารเลิศรสในวันพรุ่งนี้ สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาดำร่างหนึ่งกำลังแอบย่องเข้ามาทางกำแพงหลังบ้านอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับประกายแสงวาววับของมีคมในมือที่สะท้อนกับแสงจันทร์! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "สวนส้มปลายฟ้า" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตกอับกับเชฟก้นครัวผู้มีมิติลับในมือ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%