เสียง *ปัง* ของป้ายหยกประจำตัวสลักลวดลายมังกรห้าเล็บยังคงก้องกังวานอยู่ในความรู้สึกของทุกคน ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมราวกับกาลเวลาถูกหยุดไว้ชั่วขณะ ลู่เหม่ยหลินหรี่ตาลงเล็กน้อย นางจ้องมองร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทที่แผ่กลิ่นอายกดดันน่าสะพรึงกลัวออกมาโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด ก่อนที่มุมปากอิ่มจะยกย่องขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทันสถานการณ์
"ป้ายหยกขององค์ชาย... หรือท่านคือราชnnทูตพิเศษจากเมืองหลวง?" เหม่ยหลินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกตกใจอย่างที่บุรุษผู้นั้นคาดคิด
ชายหนุ่มในชุดคลุมชะงักไปชั่วพริบตา ดวงตาคมกริบใต้ปีกหมวกปักลายเมฆาชำเลืองมองนางด้วยความประหลาดใจระคนทึ่ง "เจ้าเด็กสวนผักเช่นเจ้า ช่างตาแหลมคมนัก..." เขาแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะปัดชายเสื้อนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่ที่หานเฟิงเพิ่งขัดทำความสะอาดเมื่อครู่ "ข้าไม่ได้มาในฐานะทางการ... ข้าแค่ได้ยินกิตติศัพท์ว่า 'สวนเหม่ยหลิน' ของพวกเจ้า มีผักผลไม้ที่ต่อให้ดินแห้งแล้งแตกแหระอย่างไร ก็ยังคงความเขียวขจีและรสชาติหวานฉ่ำราวกับเพิ่งเด็ดจากสรวงสวรรค์จริงหรือไม่"
หานเฟิงก้าวขึ้นมาบังหน้าภรรยาโดยสัญชาตญาณ มือหนาจับด้ามมีดทำครัวที่เหน็บไว้ข้างเอวแน่น แม้ใบหน้าจะยังคงประดับรอยยิ้มสุภาพตามวิสัยเชฟก้นครัว "เกรงว่าท่านจะเข้าใจผิดแล้วขอรับ สวนของเราก็แค่ใช้ปุ๋ยหมักสูตรพิเศษและการรดน้ำอย่างพิถีพิถัน หาได้มีเวทมนตร์อันใดไม่ เชิญท่านกลับไปเสียเถอะค่ะ ที่นี่ต้อนรับเฉพาะชาวบ้านธรรมดา มิอาจรับรองแขกสูงศักดิ์เช่นท่านได้"
บรรยากาศรอบตัวพลันตึงเครียดขึ้นมาทันตาเห็น ความกดดันจากบุรุษลึกลับแผ่ซ่านจนชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่ไม่กล้าแม้แต่จะเดินผ่าน
ทว่า นี่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่สุดที่เหม่ยหลินต้องเผชิญในยามนี้...
ย้อนกลับไปเมื่อสามสัปดาห์ก่อน ท้องฟ้าเหนือแคว้นฉินไร้ซึ่งหยาดฝน เมฆฝนที่ควรจะตั้งเค้ากลับถูกกระแสลมร้อนพัดหายไปอย่างไร้ร่องรอย บ่อน้ำหลายแห่งเริ่มแห้งขอด ใบไม้ในสวนของชาวบ้านเริ่มเหี่ยวเฉาและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองกรอบราวกับกระดาษเผาไฟ ความแห้งแล้งระดับวิกฤตนี้ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหายย่อยยับ
หลี่จิน ญาติห่างๆ ผู้จอมเจ้าเล่ห์และอิจฉาริษยา ถึงกับหัวเราะร่าด้วยความสะใจ เดินถือพัดจีบเดินนวยนาดเข้ามาเยาะเย้ยถึงหน้าประตูสวนของนางในยามเช้าตรู่
"ไงล่ะแม่คุณหนูตกอับ! คุยนักคุยหนาว่ากิจการรุ่งเรือง คราวนี้เจอ 'ภัยแล้งสวรรค์ลงทัณฑ์' เข้าไป ถึงกับหน้าซีดเป็นไก่ต้มเลยกระมัง?" หลี่จินหัวเราะคิกคัก พลางใช้ปลายพัดเคาะกับเสาประตูรั้วไม้ "ดูสวนของข้าสิ ถึงจะเหี่ยวไปบ้าง แต่ก็ยังดีกว่าพวกเจ้าที่ดั้นด้นปลูกผักประหลาดๆ จนดินพังทลาย ยอมจำนนแล้วยกที่ดินแปลงนี้ให้ข้าเสียแต่โดยดีเถอะ ข้าจะเมตตาให้พวกเจ้าไปเป็นคนรับใช้คอยซักผ้าถูบ้านให้ข้า ยังดีกว่าอดตายอยู่ที่นี่นะจ๊ะ!"
เหม่ยหลินที่กำลังก้มหน้าพรวนดินในแปลงผักเงยหน้าขึ้น นางปัดเศษดินออกจากมืออย่างไม่รีบร้อน สายตาคมปลาบมองหลี่จินราวกับมองตัวตลกไร้ค่าคนหนึ่ง
"ท่านพี่หลี่จินช่างว่างงานเสียจริงนะฃคะ มีเวลามาเดินเห่าหอนหน้าบ้านผู้อื่น ไฉนไม่เอาเวลาไปหาวิธีตักน้ำใส่ตุ่มของท่านที่แห้งขอดจนก้นบ่อเห็นแต่ขี้โคลนกันเล่า?" เหม่ยหลินยิ้มหวานหยด แต่คำพูดเชือดเฉือนจนอีกฝ่ายหน้าชา "สวนของข้าจะรอดหรือไม่ มิใช่เรื่องที่ท่านต้องกลัดกลุ้มจนนอนไม่หลับหรอกค่ะ ห่วงแปลงผักของท่านเถอะ ป่านนี้คงกลายเป็นอาหารอันโอชะของหนอนและแมลงหมดแล้วกระมัง"
"ปากกล้าจริงนะนังตัวดี! มาดูกันว่าพวกเจ้าจะปากดีไปได้อีกสักกี่น้ำ เมื่อไม่มีหยดน้ำฝนตกลงมาแม้แต่หยดเดียว ผักของพวกเจ้าก็จะแห้งตายคามือ รอดูวันที่พวกเจ้าต้องคุกเข่าขอทานข้าวข้ากินเถอะ!" หลี่จินสะบัดแขนเสื้อด้วยความโกรธเกรี้ยว ก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าจากไป
ลับหลังหลี่จิน หานเฟิงก็เดินถือถังไม้ใส่น้ำใสสะอาดก้าวออกมาจากหลังเรือน สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล "เหม่ยหลิน... น้ำในมิติของเราถึงจะยังอุดมสมบูรณ์ แต่หากชาวบ้านเห็นว่าสวนของเราเขียวขจีสดชื่นท่ามกลางความแห้งแล้งเช่นนี้ เกรงว่าจะตกเป็นเป้าสายตาและนำภัยมาสู่เรานะจ๊ะ"
เหม่ยหลินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง นางส่ายหน้าช้าๆ แววตาทอประกายเจ้าเล่ห์ "กลัวอันใดกันเล่าท่านพี่? ภัยแล้งครั้งนี้แหละ คือโอกาสทองที่เราจะกวาดเงินเข้ากระเป๋าจนกระสอบแทบฉีก!"
นางหันหลังเดินกลับเข้าห้องครัวทันที หานเฟิงมองตามด้วยความทึ่ง ก่อนจะรีบเดินตามเข้าไป เพราะเขารู้ดีว่าภรรยาสุดที่รักของเขาคนนี้ กำลังจะปรุง 'แผนการใหญ่' ขึ้นมาอีกแล้ว
ในห้องครัวที่หอมกรุ่นกลิ่นเครื่องเทศ ลู่เหม่ยหลินลงมือเตรียมวัตถุดิบด้วยความคล่องแคล่ว นางเลือกใช้ "หัวผักกาดหิมะ" และ "เห็ดโคนสวรรค์" ที่เติบโตอย่างงดงามในมิติลับ มาปรุงเป็นเมนูเด็ดประจำวันเพื่อต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญและพิสูจน์ความเหนือชั้นให้คนทั้งหมู่บ้านได้เห็น
เสียงสับมีดบนเขียงดังสม่ำเสมอราวกับจังหวะดนตรี หานเฟิงช่วยก่อไฟในเตาถ่านอย่างรู้งาน กลิ่นหอมของน้ำซุปกระดูกหมูกลมกล่อมผสมผสานกับสมุนไพรจีนโชยฟุ้งไปทั่วบริเวณ ยั่วยวนจนผู้คนที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นต้องหยุดยืนสูดดมด้วยความหิวโหย
ตัดกลับมาที่ปัจจุบัน...
ราชทูตหนุ่มในชุดคลุมสีดำสูดกลิ่นหอมที่ลอยมาจากห้องครัวเข้าเต็มปอด ดวงตาคมกริบฉายแววตื่นตะลึงระคนทึ่ง "กลิ่นนี่มัน... อาหารอันใดกัน ถึงได้หอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งรัศมีสิบลี้เช่นนี้?"
เหม่ยหลินยิ้มรับ นางผายมือเชิญอย่างสง่างาม "หากท่านสนใจ เชิญลิ้มลอง 'ซุปหัวผักกาดหิมะตุ๋นยาจีน' ฝีมือสามีของข้าดูก่อนสิเจ้าคะ รับรองว่าต่อให้ท่านมาจากเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยอาหารเลิศรสเพียงใด ก็ยังไม่เคยลิ้มรสชาติที่ชุ่มฉ่ำและสดชื่นเท่านี้มาก่อนอย่างแน่นอน"
บุรุษลึกลับมองหน้าเหม่ยหลินสลับกับหานเฟิง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ "น่าสนใจ... น่าสนใจยิ่งนัก เจ้าทำให้ข้าอยากรู้เสียแล้วว่า สวนที่คนอื่นบอกว่าแห้งแล้งจนแทบตาย ไฉนจึงกลายเป็นแหล่งกำเนิดของอาหารและพืชผลที่ล้ำค่าเช่นนี้ได้"
ทว่า ในขณะที่ช้อนกระเบื้องเคลือบกำลังจะตักน้ำซุปเข้าปาก ร่างของเด็กรับใช้คนสนิทของหลี่จินก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาตะโกนลั่นหน้าประตูสวนด้วยความตกใจสุดขีด
"คุณหนูเหม่ยหลิน!แย่แล้วขอรับ! แปลงผักตระกูลหลี่เกิดไฟไหม้ลุกลามเพราะความแห้งแล้ง และ... และตอนนี้ทรัพย์สินทั้งหมดของพวกเขากำลังจะถูกทางการยึดเพราะติดหนี้ก้อนโต ท่านหลี่จินส่งคนมาคุกเข่าขอร้องให้ท่านช่วยซื้อที่ดินสวนของพวกเขาในราคาถูกแล้วขอรับ!"
เหม่ยหลินชะงักมือที่กำลังถือช้อน รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางวางช้อนลงบนโต๊ะไม้ช้าๆ ก่อนจะหันไปสบตากับหานเฟิงที่มีรอยยิ้มรู้ทันระบายอยู่บนใบหน้า
"ดูท่าทางว่า... ละครฉากใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้นแล้วสินะคะท่านพี่"
====================
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "สวนส้มปลายฟ้า" เสมอมานะคะ!
คุณหนูตกอับกับเชฟก้นครัวผู้มีมิติลับในมือ•ตอนที่ 11
ฝนแล้งที่มาเยือน
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตกอับกับเชฟก้นครัวผู้มีมิติลับในมือ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!