"ของขวัญต้อนรับจากตระกูลใหญ่มาถึงแล้ว เตรียมตัวรับศพภรรยาเจ้าได้เลย..."
คำขู่ก้องกังวานด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันของหลี่จินยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท ทว่า ลู่เหม่ยหลินกลับไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอยืนนิ่งสงอยู่หน้าแผงขายของชั่วคราวในตลาดสดประจำตำบล สองมือเรียวบางกำลังจัดเรียง "สตรอว์เบอร์รีป่า" ลูกโตสีแดงฉานราวกับทับيم ที่เพิ่งเก็บสดๆ จากมิติพิเศษเมื่อยามวิกาล ผิวเปล่งประกายเงางามสะท้อนแสงไฟตะเกียงน้ำมัน กลิ่นหอมหวานละมุนลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วบริเวณจนผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องเหลียวหลังมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ภรรยา... เจ้าแน่ใจนะว่าจะไม่หลบเลี่ยงไปตั้งหลักก่อนสักสองวัน? ข้าได้ยินมาว่าคนของตระกูลใหญ่พวกนั้นขึ้นชื่อเรื่องความอำมหิตนัก" หานเฟิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความกังวล ขณะกำลังย่าง "ปีกไก่ยอกซอสส้มยูสุ" บนเตาถ่านพกพา ควันหอมฉุยของเครื่องเทศผสมผสานกับความเปรี้ยวหวานของผลไม้ลอยฟุ้งไปทั่วตลาด บดบังใบหน้าคมคายที่กำลังขมวดมุ่นด้วยความเครียด
เหม่ยหลินหันไปส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้สามี ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายแห่งความมั่นใจ เธอเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของเขาเบาๆ
"หลบหรือคะ? สามี... คนอย่างลู่เหม่ยหลินไม่เคยมีพจนานุกรมคำว่าพ่ายแพ้ให้กับคนหน้าไม่อาย ยิ่งพวกมันส่งของขวัญมาท้าทายมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งต้องใช้โอกาสนี้ 'ตบหน้า' พวกมันกลับไปให้เจ็บแสบจนลุกไม่ขึ้นสthซิคะ"
เสียงหัวenเราะเบาๆ ของเธอไม่ได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันเต็มไปด้วยความสนุกสนานของนักล่าที่กำลังรอให้เหยื่อเดินเข้ามาติดกับดัก
ไม่นานนัก ฝูงชนเริ่มฮือฮาเมื่อร่างท้วมของหลี่จินเดินนำชายฉกรรจ์ร่างกำยำสามคนแหวกทางเข้ามา ใบหน้าของหลี่จินบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย ถือห่อผ้าเก่าๆ ที่อ้างว่าเป็น "ของขวัญต้อนรับ" จากตระกูลใหญ่มาโยนกระแทกVลงบนโต๊ะไม้หน้าแผงของเหม่ยหลินเสียงดังสนั่น
"ลู่เหม่ยหลิน! เจ้ายังกล้ามาตั้งแผงขายของกินเล่นอยู่อีกหรือ? รู้ตัวไหมว่าหายนะกำลังจะมาเยือนหัวของพวกเจ้าแล้ว!" หลี่จินตะโกนลั่นหวังให้ผู้คนในตลาดแตกตื่น "นี่คือของขวัญจากท่านลุงผู้ยิ่งใหญ่แห่งตระกูลหลี่ ประกาศิตเด็ดขาดว่าห้ามคนเนรคุณเช่นเจ้าทำมาหากินในเขตนี้เด็ดขาด ถ้าไม่อยากตายอย่างอนาถ จงกราบเท้าขอข้าเสีย แล้วข้าจะเมตตาช่วยพูด
บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบลงทันที พ่อค้าแม่ขายรายอื่นต่างพากันถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าสบตาหรือยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือสองสามีภรรยาคู่นี้
เหม่ยหลินไม่แม้แต่จะชายตามองห่อผ้าอัปมงคลนั้น เธอหยิบมีดเล่มเล็กขึ้นมาอย่างใจเย็น ฝานสตรอว์เบอร์รีลูกใหญ่สีแดงฉานออกเป็นชิ้นพอดีคำ ก่อนจะราดด้วยน้ำเชื่อมดอกไม้นานาพันธุ์ที่เคี่ยวจนเหนียวข้นจากมิติพิเศษ กลิ่นหอมหวานตลบอบอวลจนน้ำลายสอ
"ของขวัญอะไรกันคะ รสนิยมต่ำตราบenนี้ ข้าเกรงว่าแม้แต่สุนัขข้างถนนยังเมินหน้าหนีเลย" เหม่ยหลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าเฉียบคมดั่งใบมีด เธอยกจานสตรอว์เบอร์รีเคลือบน้ำเชื่อมยื่นให้หญิงชราผู้มีฐานะดีคนหนึ่งที่ยืนลังเลอยู่ใกล้ๆ "คุณยายคะ ลองชิมดูสักคำสิคะ หากไม่อร่อยจริง ข้าจะไม่คิดเงินแม้แต่เหวินเดียว"
หญิงชรารับจานกระเบื้องเคลือบมาด้วยความประหลาดใจ ทันทีที่เนื้อผลไม้ฉ่ำน้ำสัมผัสลงบนลิ้น ดวงตาฝ้าฟางก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง รสชาติหวานฉ่ำละมุนลิ้น ความสดชื่นที่ระเบิดออกมาในปากราวกับผลไม้จากสรวงสวรรค์ ทำให้ความเหนื่อยล้าทั้งวันมลายหายไปในพริบตา
"อร่อย! อร่อยยิ่งนัก! นี่มันผลไม้วิเศษอะไรกันเนี่ย รสชาติดีกว่าผลไม้บรรณาการในวังหลวงเสียอีก!" หญิงชอุทานลั่นด้วยความทึ่ง
คำพูดนั้นราวกับคบเพลิงที่จุดประกายไฟลงในกองฟาง ฝูงชนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่รอบนอกต่างกรูเข้ามาแย่งกันสั่งซื้อทันที
"ข้าเอาหนึ่งจาน!"
"ข้าเอาสองจาน! ทางนี้ๆ!"
"เฮ้ย อย่าแซงซิฟะ ข้าต่อคิวก่อนนะ!"
เสียงตะโกนแย่งชิงดังเซנקอแซ่บ แผงขายของของเหม่ยหลินกลายเป็นจุดศูนย์กลางความสนใจในชั่วพริบตา เงินตำลึงและเหวินทองแดงถูกโยนใส่ตะกร้าไม้ไผ่จนส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊งไม่ขาดสาย รอยยิ้มของหลี่จินแข็งค้างในทันที ใบหน้าอ้วนท่วมซีดเผือดลงด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นชาวบ้านแห่แหนกันมาซื้อของจากคนที่เขาตั้งใจจะมาเหยียบย่ำให้จมดิน
"นะ...นี่มันเป็นไปได้อย่างไร! พวกเจ้าอย่าไปซื้อของนังสารเลวคนนี้นะ!" หลี่จินหน้าดำคร่ำเครียด ร้องตะโกนโวยวายพยายามขัดขวาง แต่กลับถูกฝูงชนที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับรสชาติอาหารผลักกระเด็นออกไปอย่างไม่ใยดี
หานเฟิงยืนมองภาพภรรยาคนสวยที่กำลังยิ้มแย้มรับเงินด้วยความคล่องแคล่ว พลางตักปีกไก่ย่างร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยื่นเสริมให้ลูกค้าอย่างอารมณ์ดี เขารู้สึกภาคภูมิใจในตัวภรรยาคนนี้เหลือเกิน ความฉลาดหลักแหลมและการจัดการสถานการณ์อย่างเหนือชั้น ทำให้คนที่คิดจะมากลั่นแกล้งต้องกลายเป็นตัวตลกต่อหน้าธารกำนัล
เหม่ยหลินเหลือบมองหลี่จินที่ล้มลุกคลุกคลานอยู่บนพื้นด้วยหางตา รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นบนเรียวปากสวย เธอหยิบเงินตำลึงก้อนใหญ่โยนลงไปตรงหน้าหลี่จิน ราวกับกำลังทานเศษทานให้ขอทาน
"เงินนี่ถือว่าเป็นค่าทำขวัญที่ท่านอุตส่าห์ลงทุนหิ้ว 'ของขวัญ' มาอวยพรพวกเรานะคะ... อ้อ ฝากกลับไปบอกเจ้านายของท่านด้วยว่า หากวันหน้าจะส่งของขวัญมาอีก กรุณาเลือกของที่มีราคาค่างวดมากกว่าเศษผ้าขี้ริ้วนี้หน่อย ข้าอับอายแทนคนตระกูลใหญ่เขาน่ะค่ะ"
เสียงหัวเราะเยาะของชาวบ้านดังเซ็งแซ่ หลี่จินโกรธจนตัวสั่นงันทับถมด้วยความอับอาย ขายหน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนี เขากัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคืองสุดขีด ก่อนจะสะบัดหน้าหนีและวิ่งหายลับไปจากตลาดอย่างทุลักทุเล
ความมั่งคั่งและเสียงชื่นชมท่วมท้นทำให้แผงขายของของเหม่ยหลินประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายในวันเดียว ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังชื่นมื่นและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของความสะใจนั้นเอง
เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าแผง พร้อมกับวาง "ป้ายหยกประจำตัว" สลักลวดลายมังกรห้าเล็บลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง *ปัง* ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมชั่วขณะ
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาเติมพลังความสุขและร่วมเดินทางไปกับความแซ่บในสวนส้มของพวกเรานะคะ
คุณหนูตกอับกับเชฟก้นครัวผู้มีมิติลับในมือ•ตอนที่ 10
การตบหน้าด้วยความมั่งคั่ง
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตกอับกับเชฟก้นครัวผู้มีมิติลับในมือ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!