"ถ้าพวกท่านคิดว่าจะใช้ไม้ไม้นี้มาข่มขู่ร้านเล็กๆ ของเราได้ล่ะก็... เกรงว่าคงต้องกลับไปฝึกฝนฝีปากมาใหม่อีกสักสิบปีนะคะ"
น้ำเสียงใสกระจ่างแต่ทุ้มกังวานราวกับเสียงกระดิ่งเงินดังขึ้น ท่าางกลางบรรยากาศตึงเครียดหน้าแผงค้าของลู่เหม่ยหลิน ร่างเพรียวระหงในชุดผ้าฝ้ายสีครามเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้านยืนกอดอก ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดคลุมผ้าแพรราคาแพงที่ยืนวางอำนาจอยู่หน้าร้านด้วยแววตานิ่งสงบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ ทั้งสิ้น
หลี่จินที่ยืนแอบอยู่มุมเสา ห่อไหล่ด้วยความสะใจระคนหมั่นไส้ พลางส่งเสียงแค่นฮึดฮัดในลำคอเบาๆ "ฮึ! ปากดีไปเถอะนังเหม่ยหลิน อีกเดี๋ยวท่านกูนิเทศก์อำเภอผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวและเกลียดความไม่สะอาดมาเห็นเข้า ร้านเจ้าได้ถูกสั่งปิดแถมโบยสチเสียให้เข็ดแน่!"
ทว่า หานเฟิงที่ยืนอยู่หลังเตาครัวดินเผา กลับไม่ได้แสดงท่าทีร้อนรนแม้แต่น้อย มือหนาที่เพิ่งบรรจงหั่นรากบัวสดสีขาวอวบอ้วนด้วยมีดเหล็กกล้า ชะงักลงเล็กน้อย ดวงตาคมกริบเหลือบมองแหวนหยกสีมรกตจางๆ บนนิ้วโป้งข้างซ้ายของตนเอง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างเย้ยหยัน เมื่อคืนนี้ หลังจากที่เขาแอบเข้าไปจัดระเบียบวัตถุดิบชั้นเลิศจากมิติพิเศษมาเตรียมไว้ วันนี้จึงไม่ใช่แค่การเปิดร้านธรรมดา... แต่เป็นเวทีแสดงลิเกที่เขาและภรรยาตระเตรียมไว้ต้อนรับ 'แขกผู้ทรงเกียรติ' ที่ถูกล่อให้ติดกับดักต่างหาก
"หลบไป! เปิดทางให้ท่านกูเข้ามาเดี๋ยวนี้!" เสียงตะคอกของบ่าวรับประจําตัวดังลั่น พร้อมกับร่างอวบอ้วนของขุนนางท้องถิ่นอย่าง 'ใต้เท้ากูจื้อเฉิง' ที่ก้าวเท้าอาดๆ เข้ามาด้วยท่าทางวางโต ใบหน้าอูมเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง จมูกโด่งรั้นสูดกลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณฟอดใหญ่
"หอม..." ใต้เท้ากูขมวดคิ้วเล็กน้อย กลิ่นนี้ช่างแปลกประหลาดนัก มันไม่ใช่กลิ่นเครื่องเทศฉุนกานพลูหรือน้ำมันหมูเยิ้มๆ แบบที่โรงเตี๊ยมในเมืองใหญ่ชอบใช้ แต่เป็นความหอมหวานสดชื่นราวกับผลไม้สุกผสมผสานกับกลิ่นอุ่นๆ ของกระดูกตุ๋นเคี่ยวไฟอ่อน ปลุกต่อมน้ำลายในปากของขุนนางผู้ตระเวนกินอาหารมาทั่วสารทิศให้สั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่
เหม่ยหลินไม่รอช้า นางขยับกายโค้งคำนับตามธรรมเนียมอย่างงดงามไร้ที่ติ แม้จะเป็นเพียงแม่ค้าแผงลอยข้างทาง แต่วิทยยุทธ์การวางตัวและการเคลื่อนไหวของนางกลับสง่างามราวกับคุณหนูในห้องหอสูงศักดิ์ มิใช่หญิงชาวบ้านหาเช้ากินค่ำทั่วไป "ยินดีต้อนรับใต้เท้ากูเจ้าค่ะ ร้าน 'สวนส้มปลายฟ้า' ของเรายินดีต้อนรับท่านผู้ทรงเกียรติ ไม่ทราบว่าวันนี้ลมสงบอันใดจึงพัดพาขุนนางใหญ่เช่นท่านมาเยือนถึงร้านกระจ้อยร่อยของเราคะ?"
ใต้เท้ากูหรี่ตามองสตรีตรงหน้าอย่างพิจารณา แววตาที่ตอนแรกเต็มไปด้วยความดูแคลน แปรเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจวับหนึ่ง หญิงสาวนางนี้ผ่ายผอมแต่กลับมีออร่าบางอย่างที่กดดันให้คนต้องเกรงใจ มิหนำซ้ำ ผิวพรรณผุดผ่องราวกับหยกเนื้อดี แม้จะสวมชุดเนื้อหยาบก็ไม่อาจบดบังรัศมีได้
"เจ้าคือเจ้าของร้านรึ?" ใต้เท้ากูเชิดคางขึ้น น้ำเสียงติดจะวางอำนาจ "ข้าได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่ามีร้านเปิดใหม่ในตลาดนี้ กล้าอวดอ้างว่าใช้วัตถุดิบสดใหม่จากธรรมชาติแท้ๆ รสชาติเลิศล้ำจนคนแย่งกันซื้อ วันนี้ข้าผ่านมาทำธุระพอดี จึงแวะมาพิสูจน์ด้วยตาตนเอง... หากอาหารของเจ้ามันไม่อร่อยสมคำคุยล่ะก็ อย่าหาว่าข้าไม่เตือนว่าข้อหาหลอกลวงประชาชนนั้นมีโทษหนักหนาขนาดไหน!"
หลี่จินที่แอบฟังอยู่ไกลๆ ถึงกับยิ้มกริ่มจนแก้มแทบปริ รอคอยเวลาที่ร้านนี้จะพินาศย่อยยับคาตา
ทว่า เหม่ยหลินกลับมิได้สะดุ้งสะเทือน นางแย้มรอยยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด ดวงตาพราวระยับด้วยประกายแห่งความมั่นใจ "เรียนใต้เท้ากู อาหารของร้านเราจะอร่อยหรือไม่อย่างไร คำพูดร้อยคำย่อมไม่เท่าการได้ลิ้มลองด้วยลิ้นของตนเองหรอกเจ้าค่ะ... พี่หานคะ ช่วยยก 'ซุปรากบัวตุ๋นซี่โครงหมูน้ำผึ้งป่า' และ 'ผัดผักกาดเขียวกรอบไฟแดง' สำรับพิเศษสำหรับท่านใต้เท้าออกมาหน่อยเจ้าค่ะ"
สิ้นเสียงหวานใส หานเฟิงก็ก้าวเดินออกมาจากม่านมู่ลี่ไม้ไผ่ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมสีเข้มสะอาดตา ขับเน้นให้ไหล่กว้างและอกผายผึ่งดูน่าเกรงขาม ใบหน้าคมคายไร้หนวดเคราดูสะอาดสะอ้าน ดวงตาคมปลาบกวาดมองผู้มาเยือนด้วยความนิ่งสงบแต่น่าเกรงขาม ในมือของเขายกถาดไม้เนื้อดีที่วางชามกระเบื้องเคลือบสีขาวนวลลายคราม ขอบชามประดับด้วยลวดลายดอกส้มสีส้มสดใส—ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของร้านที่เขาออกแบบเอง
ทันทีที่ฝาไม้ถูกเปิดออก...
*ฟุ้ง!*
ไอน้ำร้อนระอุพวยพุ่งขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วตรอกซอกซอย กลิ่นหอมหวานของน้ำผึ้งป่าที่ผสานเข้ากับความมันนุ่มของซี่โครงหมูตุ๋นเปื่อยละลายในปาก และกลิ่นหอมสดชื่นของรากบัวกรุบกรอบ ชนิดที่ว่าต่อให้เป็นคนธาตุหยางพร่องหรือเบื่ออาหารมานานแค่ไหน ก็ต้องน้ำลายสอขึ้นมาทันที
ใต้เท้ากูถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง กลิ่นนี้... มันช่างหอมเย้ายวนใจจนบรรยายไม่ถูก!
หานเฟิงวางถาดลงตรงหน้าขุนนางผู้สูงศักดิ์อย่างนุ่มนวล น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์เอ่ยขึ้นด้วยความสุภาพแต่แฝงความเย่อหยิ่งไว้ในที "เชิญใต้เท้ากูลิ้มลองดูเถิดขอรับ วัตถุดิบทั้งหมดนี้เก็บสดๆ จากดินเมื่อยามฟ้าสาง มิได้ผ่านสารเคมีหรือการเจือปนใดๆ ทั้งสิ้น... รับรองว่ารสชาตินี้ ใต้เท้าคงไม่เคยหาทานได้จากที่ใดในแคว้นนี้แน่นอน"
ใต้เท้ากูกัดฟันพยักหน้ารับ มืออ้วนท้วมสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความอยากอาหารที่ถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด เขาหยิบตะเกียบไม้ไผ่ขึ้นมาคีชิ้นรากบัวสีขาวนวลที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำซุปสีอำพันเข้าปาก...
*กรุบ!*
เสียงเคี้ยวรากบัวดังขึ้นเบาๆ สัมผัสแรกคือความกรอบสะใจที่แตกซะในปาก ตามมาด้วยรสชาติหวานกลมกล่อมของน้ำผึ้งป่าที่ซึมลึกเข้าไปถึงเนื้อในของรากบัว ความเค็มละมุนจากเกลือบริสุทธิ์ และความเผ็ดร้อนจางๆ จากขิงสดที่ช่วยตัดเลี่ยนได้อย่างลงตัว รสชาติที่ระเบิดออกมาบนต่อมรับรสทำให้ใต้เท้ากูถึงกับดวงตาเบิกค้าง ร่างอูมแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่ากลางวันแสกๆ
"นี่มัน... อร่อยอะไรเช่นนี้!" ใต้เท้ากูอุทานออกมาเสียงดังลั่น ลืมมาดขุนนางผู้เคร่งขรึมไปจนหมดสิ้น รีบซดน้ำซุปตามเข้าไปอีกคำ รสชาติอบอุ่นละมุนละไมแผ่ซ่านไปทั่วท้อง ราวกับร่างกายที่อ่อนล้าจากการทำงานหนักมาแรมปีได้รับการเยียวยาในพริบตา "อร่อย! อร่อยยิ่งนัก! รากบัวนี่เหตุใดจึงกรอบหวานปานนี้ ซี่โครงหมูก็นุ่มแทบละลายในลิ้น ไม่มีความคาวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย!"
หลี่จินที่แอบดูอยู่ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "เป็นไปได้ยังไง... นั่นมันแค่ร้านแผงลอยบ้านๆ นะ!"
เหม่ยหลินแย้มยิ้มกว้าง นางก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะอีกนิด เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฟัง "ถ้าใต้เท้ากูถูกใจ ร้านของเรายังมีเมนูพิเศษที่จะเปิดตัวในสัปดาห์หน้าอีกหลายอย่างเจ้าค่ะ รับรองว่าจะทำให้ท่านติดใจจนต้องมาเยือนทุกวันอย่างแน่นอน"
ใต้เท้ากูวางตะเกียบลงด้วยความอาลัยอาวรณ์ ใบหน้าอ้วนท้วมแดงก่ำด้วยความอิ่มเอมและความตื่นเต้น เขาตบโต๊ะเสียงดังลั่นพลันประกาศกร้าว "ดี! เยี่ยมยอดมาก! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ร้าน 'สวนส้มปลายฟ้า' แห่งนี้ อยู่ภายใต้การคุ้มครองของข้า ใครหน้าไหนกล้ามาหาเรื่องที่นี่ ถือว่าท้าทายอำนาจข้ากูจื้อเฉิง!"
บรรดาชาวบ้านและพ่อค้าแม่ขายรอบข้างต่างฮือฮาด้วยความตกตะลึง พลิกสถานการณ์จากหน้ามือเป็นหลังมือได้อย่างงดงาม!
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังชื่นมื่น หานเฟิงกลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย ดวงตาคมกริบเหลือbมองไปที่เงาดำลึกลับที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอยู่บนหลังคาฝั่งตรงข้าม
มือน้อยของเหม่ยหลินเอื้อมไปสัมผัสแขนแกร่งของสามีเบาๆ นางขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติในกระแสลมรอบตัว
ในจังหวะที่ใต้เท้ากำลังจะควักตั๋วเงินออกมาชำระค่าอาหารนั่นเอง...
จู่ๆ ลูกธนูสีดำสนิทดอกหนึ่งก็แหวกอากาศพุ่งตรงเข้ามาปักลงบนโต๊ะไม้กลางวงสำรับอาหาร เสียง 'ฉึบ!' ดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะทำให้ชามกระเบื้องแตกกระจาย เศษอาหารกระเด็นเลอะเทอะ ใต้เท้ากูสะดุ้งสุดตัวจนหงายหลังล้มตึงส่งเสียงร้องลั่นด้วยความตกใจกลัว
บนปลายลูกธนูสีดำสนิทนั้น มีแผ่นกระดาษหนังม้วนเล็กผูกติดอยู่ พร้อมกับคราบเลือดสดๆ ที่ยังไม่แห้งสนิท ส่งกลิ่นคาวคลุ้งน่าสะพรึงกลัว!
หานเฟิงดึงร่างบางของเหม่ยหลินเข้ามาหลบอยู่ด้านหลังทันที ดวงตาดุจพญาเหยี่ยวจ้องเขม็งไปยังทิศทางที่ลูกธนูพุ่งมา ใบหน้าคมคายเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก
นิ้วมือหนาเอื้อมไปดึงแผ่นกระดาษออกจากลูกธนูอย่างใจเย็น ก่อนจะคลี่ออกอ่านช้าๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมทั่วบริเวณ และทันทีที่กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ ด้านใน มุมปากของหานเฟิงก็ยกยิ้มเหี้ยมเกรียมขึ้นอย่างน่ากลัว
*...ของขวัญต้อนรับจากตระกูลใหญ่มาถึงแล้ว เตรียมตัวรับศพภรรยาเจ้าได้เลย...*
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานและร่วมเดินทางไปกับสวนส้มปลายฟ้านะคะ
คุณหนูตกอับกับเชฟก้นครัวผู้มีมิติลับในมือ•ตอนที่ 9
ลูกค้าวีไอพีคนแรก
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตกอับกับเชฟก้นครัวผู้มีมิติลับในมือ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!