คุณหนูตกอับกับเชฟก้นครัวผู้มีมิติลับในมือ•ตอนที่ 2

เชฟหนุ่มผู้มาพร้อมเมล็ดพันธุ์ประหลาด

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
เสียงตบโต๊ะไม้สนดังสนั่นจนกาน้ำชาเซรามิกบนถาดสั่นสะเทือน หลี่จินแค่นหัวเราะด้วยความสะใจ ใบหน้าอัปลักษณ์บิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน ขณะกวาดสายตามองคราบดินโคลนบนรองเท้าผ้าเก่าๆ ของลู่เหม่ยหลิน "คิดจะเปิดแผงขายผักในตลาดสดเมืองหลวงด้วยสภาพนี้รึ ลู่เหม่ยหลิน? สวนรกร้างไร้ราคาของเจ้า แม้แต่หนอนชาเขียวยังไม่ชายตาแล แล้วยังกล้าเอาผักเหี่ยวๆ พวกนี้มาตั้งราคาเทียบชั้นกับร้านค้าตระกูลซ่งอีกหรือ ช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลย!" ลู่เหม่ยหลินไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางเพียงใช้ปลายนิ้วเรียวสวยปัดเศษใบไม้แห้งออกจากชายเสื้อผ้าฝ้ายหยาบๆ อย่างใจเย็น ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองญาติผู้พี่ที่กำลังยืนเท้าสะเอวด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง นางแย้มยิ้มบางเบາ รอยยิ้มนั้นงดงามแต่กลับแฝงความเย็นเยียบจนหลี่จินเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "พี่หลี่จินกล่าวเกินไปแล้วค่ะ ผักในสวนของข้าจะดีหรือแย่ อย่างน้อยก็เติบโตมาจากหยาดเหงื่อแรงงานของตนเอง ไม่ได้ไปเที่ยวฉกฉวยตักตวงมาจากคลังสินค้าของใครหน้าไหน... ว่าแต่ท่านมาป้วนเปี้ยนแถวแผงผักเล็กๆ ของข้าตั้งแต่เช้าตรู่เช่นนี้ กลัวว่าผักของข้าจะขายดีจนแย่งลูกค้าแผงตระกูลท่าน หรือว่า... กลัวความจริงบางอย่างที่ท่านเคยทำไว้ จะแดงขึ้นมากันแน่คะ?" น้ำเสียงหวานใสแต่เชือดเฉือนนิ่มๆ ทำเอาหลี่จินหน้าถอดสี รีบตวาดกลบเกลื่อนความร้อนรน "เหลวไหล! ข้าจะไปกลัวอะไรเจ้า สตรีตกอับไร้หัวนอนปลายเท้า!" "หากไม่กลัว ก็เชิญถอยไปให้พ้นทางค่ะ ท่านกำลังขวางทางทำมาหากินของข้า" เหม่ยหลินเอ่ยเสียงเรียบ นางตวัดสายตาคมกริบมองหลี่จินจนอีกฝ่ายฮึดฮัดสะบัดก้นเดินหนีไปด้วยความคับแค้นใจ ทิ้งให้นางถอนหายใจออกมาเบาๆ เบื้องหน้าของนางคือแผงไม้ไผ่โล่งๆ ที่ยังมีสินค้าไม่มากนัก แม้ในมิติลับจะมีผักผลไม้คุณภาพเยี่ยมยอดซุกซ่อนอยู่จนล้นทะลัก แต่การจะนำออกมาวางขายโต้งๆ โดยไม่มีที่มาที่ไปย่อมเป็นเป้าสายตาและดึงดูดปัญหาใหญ่หลวงเข้าตัว การค้าขายในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและสายตาจ้องจับผิด จำเป็นต้องมีทั้ง "ความแยบคาย" และ "พันธมิตรที่เหมาะสม" ในจังหวะนั้นเอง กลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องเทศอบเชยผสมกลิ่นอายควันฟืนสะอาดสะอ้านก็ลอยล่องมาแตะจมูก ท่ามกลางความวุ่นวายของผู้คนในตลาดเช้า ร่างสูงโปร่งในชุดผ้าทอสีครามเข้มสะอาดตาผู้หนึ่งก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าแผงของนาง ชายหนุ่มผู้นั้นมีเรือนผมดำขลับรวบตึงอย่างเป็นระเบียบ ใบหน้าคมคายราวกับสลักเสลาจากหยกเนื้อดี ทว่าสิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือแววตานิ่งSสงบแต่ล้ำลึกคู่นั้น ในมือหนาของเขาถือตะกร้าไม้สานประณีตบรรจง ภายในบรรจุสิ่งของบางอย่างที่ถูกคลุมทับด้วยผ้าแพรเนื้อดี หานเฟิง... เชฟก้นครัวผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือในเรื่องความเรื่องมากและลิ้นทองคำ ผู้ซึ่งไม่เคยชายตามองวัตถุดิบชิ้นใดในตลาดแห่งนี้มากว่าสามปี เหตุใดจึงมาหยุดอยู่หน้าแผงผักโทรมๆ ของนางได้? หัวใจของเหม่ยหลินกระตุกวูบ แต่นางยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่ง เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามมารยาท "แม่ค้าลู่เหม่ยหลินยินดีต้อนรับค่ะ ไม่ทราบว่าคุณชายหานต้องการเลือกซื้อผักชนิดใด หรือว่าแผงของข้าบังเอิญขวางทางเดินของท่านเข้าคะ" หานเฟิงไม่ตอบในทันที เขาปรายตามองผักกาดขาวต้นเล็กๆ บนแผง ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบตากับนาง แววตาคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ราวกับกำลังประเมินอัญมณีล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ใต้คราบฝุ่น "ผักกาดพวกนี้ของแม่นางลู่... ดูธรรมดาจนเกินไป ไม่คู่ควรกับฝีมือการทำอาหารของข้ากระมัง" น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังเอ่ยขึ้นอย่างติดจะเย้าแหย่เล็กน้อย ทว่ามุมปากหยักลึกกลับยกยิ้มขึ้นบางเบา "แต่ทว่า... ข้าได้ยินข่าวลือแปลกๆ มาว่า สตรีผู้ดูแลแผงนี้ สามารถปลูกผักใบเขียวที่ชุ่มฉ่ำและเปี่ยมด้วยพลังชีวิต แม้ท่าmกลางดินแห้งแล้งได้... จริงหรือไม่?" เหม่ยหลินหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองหมุนเร็วจี๋ นางประเมินความเสี่ยงและโอกาสในเสี้ยววินาที ข่าวลือเรื่องสวนของนางเริ่มรั่วไหลออกไปแล้วอย่างนั้นหรือ? หรือว่านี่คือการทดสอบจากคนตระกูลอื่น? ทว่า ก่อนที่นางจะได้ทันเอ่ยปากปฏิเสธหรือแก้เกี้ยว หานเฟิงก็ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนกลิ่นอายบุรุษสะอาดสะอ้านเจือกลิ่นสมุนไพรจางๆ ลอยเข้ามาชิด เขาก้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน "ข้าไม่ได้มาในฐานะศัตรู... ลู่เหม่ยหลิน และข้าก็ไม่ได้มาเพื่อจับผิดเจ้า" หานเฟิงเอ่ยพร้อมกับเปิดผ้าแพรในตะกร้าไม้สานออก เผยให้เห็นสิ่งของข้างในที่ทำเอาเหม่ยหลินถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ภายในตะกร้ามิใช่ผักสดทั่วไป แต่เป็น "เมล็ดพันธุ์ประหลาด" สีทองเรืองรองจางๆ แผ่ไอความร้อนระอุบริสุทธิ์ออกมาวูบหนึ่ง เมล็ดพันธุ์ที่นางเคยเห็นแต่ในตำราโบราณเกี่ยวกับพฤกษาพรรณในตำนาน! "นี่คือ...?" เหม่ยหลินเผลออุทานออกมาอย่างลืมตัว "เมล็ดพันธุ์ที่ข้าหามานานแรมปี แต่ไม่เคยมีผืนดินใดในแคว้นนี้สามารถเพาะให้มันงอกเงยได้เลยแม้แต่เมล็ดเดียว" หานเฟิงเงยหน้าขึ้นสบตานาง แววตาคมกลาบเป็นจริงจังและเต็มไปด้วยความคาดหวังอย่างล้นปรี่ "ข้ามีวัตถุดิบและฝีมือการปรุงอาหารอันดับหนึ่ง ส่วนเจ้า... มีเคล็ดลับในการรังสรรค์พฤกษาให้มีชีวิตชีวาอย่างไร้ที่ติ มาร่วมมือกันเถอะ... ผลกำไรครึ่งหนึ่ง และความปลอดภัยภายใต้การคุ้มครองของข้า เจ้าคิดว่าข้อเสนอนี้... พอจะทำให้คุณหนูลู่ผู้ตกอับ สนใจร่วมหุบหุ้นกับเชฟก้นครัวเช่นข้าได้บ้างไหมล่ะ?" คำเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้ถูกยื่นมาตรงหน้า พร้อมกับรอยยิ้มพราวระยับในดวงตาของบุรุษหนุ่มที่จ้องมองนางราวกับเจอสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต เหม่ยหลินเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะประกายแห่งความมั่งคั่งและโอกาสในการตบหน้าพวก-ตัวร้ายที่กำลังส่องประกายอยู่รำไรตรงหน้า ในจังหวะที่นางกำลังจะอ้างปากเอ่ยคำตอบรับนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงตะโกนเกรี้ยวกราดของหลี่จินที่พากลุ่มอันธพาลตลาดกลับมาก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะทันที! "ไอ้เชฟหน้าโง่! แกกล้าดียังไงมาติดต่อค้าขายกับนังตัวซวยนี่! ไสหัวไปซะ ไม่งั้นอย่าหาว่าพวกข้าไม่เตือน!" หลี่จินพุ่งเข้ามาหมายจะคว้าตะกร้าเมล็ดพันธุ์ในมือหานเฟิงด้วยความโลภละโมบ ทว่า... หานเฟิงกลับไวกว่า เขาดึงข้อมือเหม่ยหลินให้หลบมาอยู่ด้านหลังตนเองด้วยท่าทีปกป้องอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมกับตวัดสายตาคมกริบราวกับใบมีดน้ำแข็งไปยังกลุ่มอันธพาล ทว่าก่อนที่ความวุ่นวายจะปะทุขึ้น หานเฟิงกลับก้มลงกระซิบข้างหูเหม่ยหลินด้วยน้ำเสียงพร่าระรัวที่ทำเอาหัวใจนางกระตุกสั่นสะท้าน "ดูเหมือนว่า... พวกเราจะต้องย้ายสถานที่เจรจาธุรกิจกันเสียแล้วล่ะนะ... ฮูหยินน้อยของข้า" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ ขอฝากเนื้อฝากตัวกับความฟินและแผนการทวงแค้นสุดแซ่บในตอนต่อไปด้วยค่ะ! (สวนส้มปลายฟ้า)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตกอับกับเชฟก้นครัวผู้มีมิติลับในมือ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%