กับดักหอมหัวใหญ่กับนายทหารผู้ขยันขันแข็ง•ตอนที่ 2

มิติลับใต้เงาต้นหลิว

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
เสียงกระแทกของถ้วยกระเบื้องเคลือบราคาถูกกระทบลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดัง *“เพล้ง!”* เรียกให้บรรยากาศในห้องโถงคับแคบของบ้านตระกูลหลินพลันดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง “หลินฟาง! แกอย่าคิดว่าอ้างว่าแต่งงานออกเรือนไปแล้ว จะลืมบุญคุณข้าวแดงแกงอิ่มที่ตระกูลหลินเลี้ยงดูแกมาสิบกว่าปีได้นะ!” เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่—หลิวซื่อ ดังแผดลั่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นางถลึงตาส่งค้อนควบใส่หญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้าม มือยังคงกอดอกแน่นราวกับกลัวว่าอากาศในบ้านหลังนี้จะถูกสูดดมจนหมดสิ้น หลินฟางปรายตามองถ้วยน้ำชารสฝาดที่กระฉอกออกมาเปื้อนโต๊ะ มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเยียบเย็น นางไม่ได้สะทกสะท้านกับเสียงคำรามของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย ในโลกยุค 70 ที่ความอดอยากปากแห้งเป็นเรื่องปกติสุข สองสามีภรรยาตระกูลหลินกลับรีดไถและใช้งานนางราวกับวัวควายตั้งแต่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม พอถึงคราวที่นางตบแต่งออกเรือนไปกับ “จางหยวน” นายทหารหนุ่มผู้ถูกเนรเทศมาอยู่ชายแดนเพราะความตรงฉาก คนพวกนี้ยังไม่วายส่งจดหมายตามมาขูดรีดเอาเงินค่าสินสอดก้อนสุดท้ายที่ชายหนุ่มสะสมไว้เพื่อตั้งตัว “บุญคุณข้าวแดงแกงอิ่มอันใดหรือครับ ป้าสะใภ้ใหญ่?” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง ประตูไม้เก่าแก่ถูกผลักเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่ฝุ่นเกรอะกรัง จางหยวนก้าวเข้ามาในห้องด้วยก้าวเดินมั่นคง ไหล่กว้างหนาทะมึนบังแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่สาดส่องเข้ามาจนเกิดเป็นเงาทอดยาว เขาปรายตามองคนตระกูลหลินด้วยแววตานิ่งเรียบ ทว่ากลับสร้างความกดดันให้ผู้ใหญ่ทั้งโต๊ะถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “จะ... จางหยวน! นี่แกกล้าทำกิริยาเช่นนี้ในบ้านของฉันรึ?” ลุงใหญ่ผู้เงียบมานานตบโต๊ะลุกขึ้นยืน ใบหน้าย่นยู่แดงก่ำด้วยความโกรธ “ผมเพียงแต่มารับภรรยาของผมกลับบ้านครับ” จางหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความยำเกรง เขาเดินตรงเข้าไปยืนเคียงข้างหลินฟาง มือหนาหยาบกร้านเอื้อมไปกุมมือเรียวบางของภรรยาไว้หลวมๆ สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านจากฝ่ามือหนาทำเอาหัวใจที่เคยแข็งกระด้างของวิศวกรเกษตรสาวจากอนาคตถึงกับกระตุกวูบ หลินฟางเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี นางเห็นประกายความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดันนั้น หัวใจพลันอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด นางบีบมือเขาตอบเบาๆ เป็นสัญญาณว่านางจัดการได้ “กลับก็ดี! เอาเงินมาห้าสิบหยวน ค่าเลี้ยงดูหลินฟางตลอดสิบปี ไม่งั้นอย่าหวังว่าจะได้เดินออกจากหมู่บ้านนี้ไปครึ่งก้าว!” หลิวซื่อฉวยโอกาสแบมือทวงเงินเสียงกรี๊ด หลินฟางหัวเราะในลำคอ “ห้าสิบหยวน? ป้าสะใภ้ใหญ่ช่างกล้าตีราคาชีวิตคนถูกเสียจริง ถ้าเช่นนั้น เรามาลองคำนวณดูไหมล่ะครับว่า เสื้อผ้าที่ท่านเอาชุดเก่าของลูกสาวมาให้ฉันใส่ตลอดสลับกับเศษอาหารที่ให้กินประทังชีวิต มันมีมูลค่าเท่าไหร่ หรือจะให้ฉันไปฟ้องหัวหน้าคอมมิวนิตี้ประจำตำบลดีว่า บ้านตระกูลหลินแอบกักตุนเสบียงและเรียกเก็บสินสอดนอกรีต?” คำพูดเรียบเรื่อยแต่มีดคมกริบกรีดแทงเข้ากลางใจของสองสามีภรรยาตระกูลหลิน ใบหน้าของหลิวซื่อซีดเผือดลงทันที นางรู้ดีว่ากฎระเบียบในช่วงเวลานี้เข้มงวดเพียงใด หากเรื่องนี้แดงขึ้นมา มีหวังตระกูลหลินได้กลายเป็นเป้าประสงค์ของการวิจารณ์ในที่สาธารณะแน่ “นัง... นังเด็กอกตัญญู!” หลิวซื่อชี้หน้าด่าด้วยความแค้นเคือง แต่ไม่กล้าเอ่ยเรื่องเงินอีกต่อไป “ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว พวกเราขอตัวนะครับ” จางหยวนไม่รอให้คนพวกนั้นได้ตั้งตัว เขาโอบไหล่บางของหลินฟางพาเดินออกมาจากบ้านตระกูลหลินท่ามกลางสายตาริษยาและเจ็บแค้นของญาติผู้พี่ที่มองตามหลังมาจนลับตา เมื่อเดินพ้นเขตบ้านหลังนั้นมาไกลพอสมควร จนกระทั่งถึงทางเดินเล็กๆ ที่ทอดตัวยาวผ่านแนวต้นหลิวใหญ่ซึ่งใบร่วงหล่นตามฤดูกาล หลินฟางก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ นางหยุดเดินและหันไปมองหน้าสามี “คุณนี่นะ... ทำไมต้องทำหน้าตาน่ากลัวใส่พวกเขาด้วย เดี๋ยวพวกเขาก็เอาไปนินทาว่าร้ายลับหลังอีกหรอก” นางเอ่ยกระเซ้าพลางใช้หลังมือปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้อให้เขา จางหยวนก้มมองภรรยา ดวงตาคมกริบทอดมองด้วยความอ่อนโยนที่มักจะมีให้พียงคนตรงหน้า “ต่อให้พวกเขาพูดอะไร ผมก็ไม่สนใจ ชีวิตของเราต่อจากนี้อยู่ที่บ้านไร่ชายแดน ไม่ใช่ที่นี่” พูดจบ เขาก็จูงมือนางเดินลัดเลาะไปตามคันนาเพื่อกลับไปยังบ้านพักหลังเล็กๆ ของพวกเขา ทว่า ในวินาทีที่เดินผ่านใต้ร่มเงาทึบของต้นหลิวโบราณต้นใหญ่นั้นเอง— *ติ๊ง!* เสียงสัญญาณประหลาดดังก้องขึ้นในโสตประสาทของหลินฟาง ราวกับเสียงกริ่งของระบบคอมพิวเตอร์ล้ำยุคที่นางคุ้นเคยในชาติก่อน นางสะดุ้งเล็กน้อย ชะงักฝีเท้าลงทันที จางหยวนหันมามองด้วยความสงสัย “ฟางฟาง เป็นอะไรไปหรือเปล่า?” “เปล่าครับ... เหมือนผมจะรู้สึก...” หลินฟางขมวดคิ้วแน่น ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างแล่นพล่านไปทั่วร่าง ในสมองของนางเวลานี้ ปรากฏภาพแผนผังสามมิติของ “ห้องเก็บเมล็ดพันธุ์และคลังสินค้าอัจฉริยะ” ที่นางเคยสร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและมันสมองทั้งหมดก่อนจะทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ มันไม่ใช่แค่ความทรงจำ แต่มันเชื่อมโยงกับพื้นที่ตรงหน้า! เมื่อหลินฟางกวาดสายตามองไปที่โคนต้นหลิวใหญ่ รอยแยกมิติสีฟ้าจางๆ ก็ทอประกายระยิบระยับขึ้นภายใต้รากไม้หนา มันเป็นช่องว่างของอากาศที่บิดเบี้ยว และกลิ่นหอมจางๆ ของหัวหอมใหญ่พันธุ์ดีผสมผสานกับกลิ่นไอดินชื้นฝนก็ลอยโชยออกมาจากรอยแยกนั้นอย่างเด่นชัด พื้นที่เก็บของวิเศษที่นางตามหามาตลอด... ปรากฏขึ้นแล้ว! หลินฟางสูดลมหายใจเข้าลึก and กำลังจะก้าวเท้าเข้าไปสำรวจใกล้ๆ ทว่าจู่ๆ มือหนาของจางหยวนก็คว้าแขนของนางไว้แน่น พร้อมกับที่เงาร่างของใครบางคนพุ่งพรวดออกมาจากพุ่มไม้หนาข้างทางด้วยความเร็วสูง! “หยุดนะ! พวกแกกำลังทำลับๆ ล่อๆ อะไรกันตรงนั้น!” เสียงตะโกนเกรี้ยวกราดดังขึ้น พร้อมกับร่างท้วมของ “หัวหน้าหมู่บ้านเฉิน” ที่ก้าวออกมาจากหลังต้นหลิวด้วยสีหน้าจับผิด ดวงตาหรี่มองทั้งสองคนสลับกับพื้นดินใต้รากไม้ด้วยแววตาโลภระคนสงสัย จางหยวนขยับตัวก้าวมาบังภรรรยาไว้ด้านหลังทันที มือขวาเอื้อมไปจับด้ามปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ แววตาดุดันฉายชัดขึ้นมาในความมืดสลัวใต้เงาไม้ **[คลิฟแฮง็อก]:** หัวหน้าหมู่บ้านเฉินจ้องมองรอยแยกมิติที่กำลังเปล่งแสงเรืองรองด้วยความตกตะลึง ก่อนที่สายตาโลภระคนสงสัยจะกวาดมาที่หลินฟางพร้อมกับเอ่ยปากว่า *"ในที่ดินของส่วนรวมแห่งนี้... พวกแกซ่อนสมบัติลับอะไรไว้กันแน่?"* ความลับเรื่องมิติลับกำลังจะถูกเปิดเผยต่อหน้าบุคคลอันตรายที่สุดในหมู่บ้าน แล้วสองสามีภรรยาจะหาทางรอดจากวิกฤตนี้อย่างไร? โปรดติดตามตอนต่อไป... *(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 2 นี้ด้วยกันนะครับ หวังว่าจะเพลิดเพลินกับความลับที่กำลังจะเปิดเผยและเตรียมพบกับการฟาดฟันครั้งใหม่ในตอนหน้าครับ! - ใบชาหอมหมื่นลี้)*
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหอมหัวใหญ่กับนายทหารผู้ขยันขันแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%