กับดักหอมหัวใหญ่กับนายทหารผู้ขยันขันแข็ง•ตอนที่ 3

เมนูจากของเหลือ

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
"ถ้าพวกมันยังกล้าเอาหัวหัวใจมาวางกองไว้หน้าบ้านฉันอีกรอบ ฉันนี่แหละจะเอาตะหลิวฟาดหน้าให้ยุบเข้าเนื้อเหมือนซาลาเปาทับ" เสียงกระแทกกระเทือนของถังไม้ที่วางลงบนพื้นดินดังปึ้ง สะท้อนความหงุดหงิดที่อัดอั้นมาตั้งแต่รุ่งสาง หลินฟางใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมตามกรอบหน้า ปอยผมชื้นเหงื่อลู่แนบแก้มขาวเนียน แต่นัยน์ตากลับสุกใสและเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความมุ่งมั่น มือเรียวบางที่ผ่านงานหนักมาไม่นานตวัดมีดพกเล่มเล็กเฉือนหัวหัวใจ—หรือที่ชาวบ้านแถบนี้เรียกกันว่าผักกาดหัวป่า ขոบใบสีเขียวแก่ที่มีรสขมฝาดและมักถูกโยนทิ้งเป็นอาหารหมูเพราะไม่มีใครรู้วิธีจัดการ สำหรับชาวบ้านยุค 70 แห่งหมู่บ้านหง Hsing ที่ชีวิตยังต้องปากกัดตีนถีบ วัตถุดิบเหล่านี้ถือเป็น "ของเหลือ" ที่ไร้ค่า แต่สำหรับวิศวกรเกษตรมือฉมังผู้มีมิติลับห้องเก็บเมล็ดพันธุ์ในห้วงความคิดอย่างหลินฟางแล้ว สิ่งเหล่านี้คือเพชรในตมที่รอการเจียระไน "เหนื่อยมากไหมครับ" เสียงทุ้มต่ำและหนักแน่นดังขึ้นจากด้านหลัง จางหยวนก้าวเข้ามาในลานบ้านด้วยร่างสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้เสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้า ชายหนุ่มเพิ่งกลับจากการฝึกซ้อมภาคสนามในค่ายทหาร แว่นตาและดวงตาคมกริบที่มักมองคนอื่นอย่างเย็นชา กลับอ่อนแสงลงทันทีเมื่อทอดมองภรรยาตัวน้อย เขายื่นกระติกน้ำอลูมิเนียมที่บรรจุน้ำอุ่นให้โดยไม่ต้องเอ่ยปากขอ หลินฟางรับมาดื่มอึกใหญ่ ลมหายใจหอบถี่ค่อยๆ สงบลง นางเงยหน้าขึ้นมองสามีหนุ่มผู้ซื่อสัตย์และคลั่งรักคนนี้ มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย "ไม่เหนื่อยค่ะ... เอ๊ย ไม่เหนื่อยครับ พูดผิดติดปากไปหน่อย" นางแก้คำพูดอย่างรวดเร็วเมื่อนึกถึงกฎเหล็กที่ต้องระวังตัวต่อหน้าสามี จางหยวนหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มนั้นสั่นพร่าด้วยความเอ็นดู เขาย่อตัวลงนั่งยองๆ ข้างกองหัวหัวใจปริมาณมากที่ป้าสะใภ้ใจร้ายคนเดิมจงใจเอามาทิ้งไว้หน้าประตูบ้าน เพื่อเยาะเย้ยว่าสองสามีภรรยาคู่นี้คงไม่มีปัญญาหาอะไรกินนอกจากเศษผักเน่าๆ เหล่านี้ "ป้าสะใภ้ใหญ่ส่งคนมาดูลาดเล้วอีกแล้วครับ" จางหยวนเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตากลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ "ถ้าคุณอยากให้ผมไปจัดการ..." "หยุดเลยนะจางหยวน" หลินฟางยื่นมือไปหยิกแขนแกร่งเบาๆ เป็นเชิงปราม "การใช้กำลังแก้ปัญหาเป็นวิธีของคนไร้สมอง ป้าแก่คนนั้นอยากเห็นเราอับจน อยากเห็นเรากินเศษผักจนท้องร่วง หน้าที่ของเราคือการใช้ 'ของเหลือ' พวกนี้ตบหน้าพวกมันฉาดใหญ่ให้หน้าชาจนจำไม่ทางลืมต่างหาก!" รอยยิ้มของนางมีความร้ายกาจซ่อนอยู่แบบที่ทำให้หัวใจของนายทหารหนุ่มเต้นผิดจังหวะ ทุกครั้งที่ภรรยาของเขามีสีหน้าแบบนี้ มักจะมีพายุลูกใหญ่ก่อตัวขึ้นในหมู่บ้านเสมอ หลินฟางหันกลับมามองกองหัวหัวใจและเศษผักข้างรั้ว ในมิติลับของนางยังมีเครื่องปรุงชั้นยอด น้ำมันงาแท้ และหม้อดินเผาคุณภาพดีที่แอบหยิบออกมาจากคลังแสง ภารกิจ "แปลงเศษผักเป็นทองคำ" จึงเริ่มต้นขึ้น นางจัดการล้างหัวหัวใจจนสะอาดเอี่ยม ฝานมันเป็นแผ่นบางเฉียบราวกับกระดาษสา จากนั้นนำไปต้มในน้ำเดือดเพื่อดึงความขมฝาดออกถึงสามรอบ ก่อนจะนำมาคลุกเคล้ากับเกลือทะเล น้ำส้มสายชูหมักจากข้าว และพริกแห้งคั่วป่นละเอียดที่นางแอบเอาออกมาจากมิติ กลิ่นฉุนของพริกเริ่มเตะจมูก ตามด้วยความหอมสดชื่นของน้ำมันงาที่หยดลงไปเป็นขั้นตอนสุดท้าย ยังไม่หมดแค่นั้น นางยังนำกากหมูชิ้นโตที่เหลือจากมื้อก่อน มาเจียวกับกระเทียมจนกรอบส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ จากนั้นนำหัวหัวใจดองพริกเกลือนั้นมาผัดคลุกเคล้ากับกากหมูและต้นหอมซอย กลิ่นหอมเย้ายวนของหมูกรอบผสานกับความเผ็ดร้อนเปรี้ยวเค็มกลมกล่อมลอยฟุ้งกระจายผ่านรั้วบ้านออกไปสู่ถนนดินแดงด้านนอก นี่ไม่ใช่แค่ผัดผักธรรมดา แต่เป็น "หัวหัวใจผัดกากหมูสูตรลับฉบับหลินฟาง" ที่มีทั้งความกรุบกรอบ รสชาติจัดจ้าน และกลิ่นหอมที่กระตุ้นต่อมน้ำลายของคนได้ตั้งแต่ระยะร้อยเมตร ผ่านไปไม่ถึงสิบนาที เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้ว "กลิ่นอะไรวะเนี่ย หอมฉุนชะมัด!" เสียงแหบแห้งของเพื่อนบ้านจอมสอดรู้สอดเห็นดังขึ้น ตามด้วยเสียงกลืนน้ำลายดังเอื๊อก หลินฟางตักอาหารสีสันน่ารับประทานลงในจานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาด ควันร้อนๆ ลอยกรุ่นขึ้นมาพร้อมกลิ่นหอมยวนใจ นางจงใจเดินถือจานอาหารออกมาที่ลานหน้าบ้าน โดยมีจางหยวนเดินตามหลังมาทำหน้าที่เป็น "การ์ดคุ้มกัน" สายตาคมกริบกวาดมองผู้คนที่เริ่มมาออกันที่หน้าบ้านด้วยความอยากรู้อยากเห็น ป้าสะใภ้ใหญ่ที่ยืนเกาะรั้วอยู่แถวหน้า จ้องมองจานอาหารในมือหลินฟางตาค้าง อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าปาก นั่นมันหัวหัวใจที่นางตั้งใจเอามาทิ้งให้พวกมันอับอายไม่ใช่หรือ ทำไมมันถึงกลายเป็นอาหารหน้าตาน่ากินที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนขนาดนี้ไปได้! หลินฟางแกล้งตักชิ้นหัวหัวใจผัดกากหมูเข้าปากเคี้ยวกร้วม เสียงเคี้ยวกรุบกรอบดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันของฝูงชน นางทำหน้าตาเคลิบเคลิ้มราวกับกำลังลิ้มรสอาหารจากภัตตาคารหลวง "อืม... อร่อยจริงๆ ด้วย ผักที่คนอื่นเขาโยนทิ้งเป็นขยะนี่ พอนำมาปรุงด้วยความใส่ใจและฝีมือ มันก็กลายเป็นเมนูชั้นเลิศได้เหมือนกันนะครับคุณสามี" นางจงใจพูดเสียงดังฟังชัด เพื่อให้คนแถวนั้นได้ยินกันถ้วนหน้า จางหยวนสบตากับภรรยา มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นอย่างรู้ทัน เขารับจานจากมือภรรยาแล้วกล่าวเสียงทุ้มกังวาน "ใช่ครับอร่อยมาก รสชาติแบบนี้ ต่อให้เอาเงินมาแลกสิบหยวนผมก็ไม่ขาย" ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าเขียวคล้ำสลับม่วงด้วยความแค้นเคือง มือที่เกาะรั้วจิกแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อไม้ หล่อนกลืนน้ำลายอึกใหญ่ด้วยความหิวโหยและความเจ็บใจที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอก แต่ในขณะที่สถานการณ์กำลังสนุกสนานและผู้คนกำลังอ้าปากค้างกับฝีมือของหลินฟางนั้นเอง เสียงตบมือเบาๆ และฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากตรอกซอกซอยด้านหลังฝูงชน "ช่างเป็นพ่อครัวแม่ครัวที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ใช้ของเหลือมาทำกำไรและตบหน้าคนอื่นได้อย่างงดงาม" ร่างสูงโปรดในชุดเสื้อคลุมสีเข้มสะอาดตาเดินแหวกฝูงชนเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาคมคายประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาเรียวรีคู่นั้นกวาดมองหลินฟางด้วยความสนใจอย่างปิดไม่มิด จางหยวนขยับตัวเข้ามาบังหน้าภรรยาโดยสัญชาตญาณ แววตาของนายทหารหนุ่มฉายแววระแวดระวังทันที หลินฟางหรี่ตามองแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้ หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่าตัวละครนี้ไม่ได้อยู่ในความทรงจำเดิมของเจ้าของร่างเดิมเลยแม้แต่น้อย "คุณเป็นใคร?" หลินฟางเอ่ยถามเสียงเรียบ ขณะที่มือข้างหนึ่งแอบเอื้อมไปหยิบมีดพกในกระเป๋าเสื้อ ชายหนุ่มปริศนายกยิ้มมุมปาก ยื่นนามบัตรสีทองเรียบหรูออกมาตรงหน้า "ผมชื่อ 'ไป๋อี้เฉิน' ...และผมสนใจสูตรอาหารของคุณ รวมถึง 'สินค้า' อื่นๆ ที่คุณซ่อนเอาไว้ในบ้านหลังนี้" --- (ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามความสนุกสนานในตอนที่ 3 นี้ด้วยกันนะครับ หวังว่าจะเพลิดเพลินกับฝีมือการทำอาหารและการฟาดฟันฝูงชนของหลินฟาง และเตรียมพบกับการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของแขกปริศนาในตอนหน้าครับ! - ใบชาหอมหมื่นลี้)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหอมหัวใหญ่กับนายทหารผู้ขยันขันแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%