กลิ่นอายคาวเลือดจาง ๆ ที่ยังคงติดอยู่ปลายจมูกของเซวียนหลิงอวี่ ไม่ได้น่าสะพรึงกลัวเท่ากับหมึกสีชาดบนฎีกาด่วนลับที่เพิ่งถูกส่งมาถึงโต๊ะทำงานของนางในยามวิกาล ข่าวการลอบปลิดชีพขุนนางขั้นสามในคุกมืดหลวงแพร่สะพัดดั่งไฟลามทุ่ง ใต้เท้าเซวียนผู้ซื่อตรงถึงคราวดับสูญ แต่สิ่งที่ไร้ซึ่งความปรานีที่สุดหาใช่ความตายของเขาไม่ หากแต่เป็นบัญชีลับสามสิบห้าเล่มที่หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย
นางปักปิ่นหยกขาวลงบนมวยผมอย่างลวก ๆ ดวงตาคู่หงส์กวาดมองเงาสะท้อนในกระจกทองเหลืองด้วยความนิ่งงัน นิ้วเรียวดั่งลำหยกกำพู่กันขนกระต่ายแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด ท่ามกลางบรรยากาศอันกดดันของหอจดหมายหลวงในยามที่ราตรีโรยราถึงขีดสุด เงาของอำนาจมืดจากวังหลังกำลังแผ่ขยายปกคลุมลงมาดั่งตาข่ายฟ้า หลี่กุ้ยเฟยไม่มีทางปล่อยให้นางมีชีวิตรอดไปจนถึงรุ่งสาง หากบัญชีเสบียงทัพชายแดนยังคงอยู่ในมือของสตรีแซ่เซวียนผู้นี้
"ใต้เท้าเซวียน... หรือควรเรียกว่า ‘เหยื่อรายต่อไป’ ดีเล่าเพคะ?"
เสียงฝีเท้าเบาหวิวดังขึ้นจากมุมมืด พร้อมกับการปรากฏตัวของขันทีสนิทประจำตำหนักใน กลิ่นหอมหวานของกำยานดอกกุ้ยฮวาจางเข้าจมูก รอยยิ้มของอีกฝ่ายช่างอาบยาพิษ "พระสนมมีรับสั่ง... หากท่านยอมมอบสมุดบัญชีเล่มนั้นแต่โดยดี โทษทัณฑ์เก้าชั่วโคตรอาจจะลดหย่อนลงมาได้บ้าง"
หลิงอวี่ไม่ได้หันกลับไปทันที นางยังคงจรดพู่กันลงบนกระดาษสาช้า ๆ ราวกับโลกใบนี้ไม่มีสิ่งใดสั่นคลอนนางได้ ทว่าในใจกลับประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว หอจดหมายแห่งนี้ถูกปิดตายโดยคำสั่งลับ กองกำลังองครักษ์เสื้อแพรคงถูกซื้อตัวไปหมดแล้ว ทางรอดเดียวคือการทำลายวงล้อมนี้ หรือ... รอคอยการมาถึงของใครบางคนที่นางรู้ดีว่า ไม่มีทางปล่อยให้เหยื่อในกำมือถูกผู้อื่นแย่งชิงไป
"เก้าชั่วโคตรอย่างนั้นหรือ?" หลิงอวี่วางพู่กันลง น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นเยียบจนขันทีชราถึงกับชะงัก "เกรงว่าพระสนมของพวกเจ้าต่างหากที่จะต้องเป็นฝ่ายกราบทูลเบื้องพระพักตร์ฮ่องเต้ด้วยพระองค์เอง ว่าเหตุใดตราประทับของกรมคลังจึงไปปรากฏอยู่บนสัญญาซื้อขายเกลือเถื่อนที่ชายแดนใต้"
บรรยากาศในห้องหนังสือพลระSอึดอัดขึ้นมาทันที ขันทีชราหรี่ตาลง อำมหิตอำมาตย์แฝงอยู่ภายใต้รอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "ปากกล้าถึงเพียงนี้ สมแล้วที่เป็นสตรีที่แม้แต่ใต้เท้าเซวียนยังไว้ใจ... น่าเสียดายนัก ที่คนตายย่อมไม่มีสิทธิ์พูดจาต่อรอง!"
คมกระบี่เล่มยาวถูกชักออกจากฝักในพริบตา แสงจันทร์สาดส่องกระทบใบดาบวาววับพุ่งตรงมายังจุดตายของหญิงสาว ทว่าในวินาทีที่ความตายคืบคลานเข้ามาประชิด ลมพายุหมุนลูกใหญ่ก็พัดกระโชกผ่านหน้าต่างกระดาษจนขาดวิ่น ประตูไม้แกะสลักพังครืนลงมาเป็นเสี่ยง ๆ พร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำปักลายเมฆาด้วยด้ายทองที่ก้าวเข้ามาอย่างองอาจ กลิ่นอายกดดันอันทรงพลังแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนลมหายใจของทุกคนสะดุดกึก
จ้าวเฟยหรง... เยี่ยอ๋องผู้เยือกเย็นดุจจิ้งจอกหิมะ กลับมาเยือนเมืองหลวงแล้ว!
เขาก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและเงียบเชียบ นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองผู้บุกรุกด้วยความเวทนาไร้ก้นบึ้ง เพียงแค่ปลายนิ้วดีดออกเบา ๆ เข็มเงินสามเล่มพุ่งแหวกอากาศปักเข้าที่จุดตายของขันทีชราและสมุนในชั่วพริบตา โดยที่พวกมันยังไม่ทันได้เปล่งเสียงร้องด้วยซ้ำ ทุกอย่างเกิดขึ้นและจบลงภายในลมหายใจเดียว
ห้องหนังสือกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาของเซวียนหลิงอวี่ที่ยืนหยัดอยู่เบื้องหลังโต๊ะทำงาน หลิ่งอวี่เงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษที่นางทั้งชังทั้งหวั่นไหว แววตาของเยี่ยอ๋องเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และประกายความลึกล้ำที่ยากจะคาดเดา
"ไม่ได้พบกันนาน... โฉมงามผู้คุมกฎแห่งหอจดหมายเหตุ ดูท่าทางเจ้าจะต้อนรับการกลับมาของกบฏเช่นข้า ด้วยคดีใหญ่น่าปวดหัวไม่น้อยเลยนะ"
จ้าวเฟยหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง ทว่าแฝงความดุดันอันตราย เขาก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวทีละน้อย จนกระทั่งกลิ่นกายบุรุษและกลิ่นอายสงครามจาง ๆ โชยปะทะนาสิกของนาง
"ท่านอ๋องทรงล้ำเส้นเกินไปแล้ว การกลับมาเมืองหลวงโดยไม่มีราชโองการ เท่ากับประกาศตัวเป็นกบฏอย่างเปิดเผย" หลิงอวี่ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นหนังสือ จนถูกวงแขนแข็งแกร่งของอีกฝ่ายกักขังไว้ในพื้นที่แคบ ๆ อย่างแนบชิด
จ้าวเฟยหรงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน รอยยิ้มมุมปากของเขาฉาบด้วยความเย้ยหยันต่ออำนาจเบื้องสูง "กบฏหรือ? หากข้าไม่กลับมาในคืนนี้ สตรีที่อวดดีจนกล้าลูบคมพยัคฆ์อย่างเจ้า คงกลายเป็นศพไร้ญาติไปนานแล้ว... หลินเอ๋อร์ บัญชีเล่มนั้นอยู่ที่ไหน? ส่งมันมาให้ข้า แล้วข้าจะพาเจ้าออกไปจากขุมนรกนี้ด้วยกัน"
หลิงอวี่เม้มริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมปลาบของเขา นางรู้ดีว่าการยื่นบัญชีนี้ให้เขาเท่ากับการผูกชะตาชีวิตของตนเองไว้กับปีศาจ ทว่าในยามนี้ นางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องวางเดิมพันครั้งใหญ่กับบุรุษผู้พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินผู้นี้
ทว่า ในจังหวะที่ปลายนิ้วเรียวของนางกำลังจะเอื้อมไปหยิบกล่องไม้ลับใต้ชั้นหนังสือ เสียงกงوดกริ่งแจ้งเตือนภัยจากพระราชวังหลวงก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งเมืองหลวง!
แสงไฟจากคบเพลิงนับพันดวงสว่างวาบทั่วท้องถนนเบื้องล่าง เสียงฝีเท้าของกองกำลังราชองครักษ์นับหมื่นนายกำลังเคลื่อนพลปิดล้อมหอจดหมายแห่งนี้อย่างแน่นหนา และเสียงประกาศก้องกังวานจากขันทีหน้าพระที่นั่งก็ดังทะลุผ่านความมืดเข้ามา...
"ราชโองการด่วนที่สุด! เยี่ยอ๋องซ่องสุมกำลังกบฏ ล้อมจับกุมตัวทันที! ส่วนเซวียนหลิงอวี่... มีความผิดฐานสมคบคิดกับกบฏ ให้ประหารชีวิตทันทีโดยไม่ต้องรอสอบสวน!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเกมการเมืองอันเชือดเฉือนนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว•ตอนที่ 21
การกลับมาของกบฏ
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!