โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว•ตอนที่ 22

กลลวงในความมืด

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
"วางถ้วยชาลงเสียเถิดหลิงอวี่... เพราะกลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาในยามนี้ อาจมิใช่เครื่องเตือนใจให้รื่นรมย์ แต่เป็นกลิ่นไอของความตายที่ลอยมากับลมหนาว" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบของจ้าวเฟยหรงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในรถม้าที่กำลังเคลื่อนที่ผ่านหุบเขาอู๋หมิง เซวียนหลิงอวี่ชะงักมือนิ่ง มือที่กำลังถือถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวประดุจน้ำนมสั่นเพียงเล็กน้อยก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะไม้พยุงอย่างแผ่วเบา ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองแววตาของบุรุษตรงหน้า เขายังคงสงบนิ่งดั่งขุนเขา แต่กระแสลมปราณที่หมุนวนรอบกายเขากลับกรีดร้องเตือนภัย "ท่านอ๋องทรงสัมผัสถึงสิ่งใดหรือเจ้าคะ?" หลิงอวี่กระซิบถาม น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในยามไร้คลื่น แม้ใจจะเริ่มตระหนักถึงความผิดปกติของเส้นทางนี้ก็ตาม "ความเงียบ... ที่ผิดธรรมชาติเกินไป" จ้าวเฟยหรงเอ่ยพลางเอื้อมมือไปกุมมือบางของนางไว้แน่น สัมผัสจากฝ่ามือที่กร้านจากการจับกระบี่มอบความอบอุ่นที่สั่นประสาทนางได้ดีกว่าอาวุธใดๆ "นกป่าขาดเสียง แมลงกลางคืนหยุดกรรไกร นี่มิใช่เหตุบังเอิญ แต่มันคือกับดักที่ถูกวางไว้อย่างประณีตโดยผู้ที่รู้จักเส้นทางเดินทัพของเราดีกว่าตัวข้าเอง" ฉับพลัน! เสียงแหวกอากาศของลูกธนูอาบยาพิษนับสิบพุ่งเข้ากระทบผนังรถม้าดังสนั่นหวั่นไหว จ้าวเฟยหรงตวัดกายโอบกอดหลิงอวี่หมุนตัวหลบคมศรที่ทะลุผ่านไม้กระดานเข้ามาอย่างหวุดหวิด รถม้าหยุดกะทันหันด้วยแรงฉุดของอาชาที่ตื่นตระหนกจากเสียงร้องโหยหวนขององครักษ์ที่ถูกลอบสังหารด้านนอก "หมอบลง!" จ้าวเฟยหรงคำราม สิ้นคำสั่ง เขาก็ถีบประตูรถม้าจนกระเด็นออกไป เผยให้เห็นภาพเบื้องหน้าที่ทำให้ลมหายใจของหลิงอวี่แทบขาดห้วง ท่ามกลางม่านหมอกหนาทึบ เงาร่างของนักฆ่าชุดดำนับร้อยพุ่งออกมาจากเงามืดของพุ่มไม้ พวกมันสวมหน้ากากรูปปีศาจ อาวุธในมือส่องประกายสีเขียวคล้ำจากพิษร้าย ท่ามกลางวงล้อมนั้น บุรุษในชุดสีครามเข้มผู้หนึ่งยืนสงบนิ่งอยู่บนยอดโขดหิน สายตาคมกริบของเขาจ้องมองมายังเซวียนหลิงอวี่ด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน—มันคือคนสนิทของหลี่กุ้ยเฟย ผู้ที่ควรจะอยู่ในวังหลวงมิใช่บนเส้นทางลับนี้! "เยี่ยอ๋อง... พระองค์มิควรมายุ่งกับบัญชีเล่มนั้นตั้งแต่วันแรก" ชายชุดครามกล่าวเสียงก้อง "วันนี้ทั้งท่านและสตรีผู้นี้ต้องจบสิ้นลงที่นี่ เพื่อความมั่นคงของแผ่นดินที่ใต้เท้าหลี่กุ้ยเฟยปรารถนาจะปกป้อง" จ้าวเฟยหรงขยับยิ้มที่มุมปาก แววตาเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกปรากฏขึ้น "ปกป้องแผ่นดิน หรือปกป้องคลังสมบัติส่วนตัวกันแน่? เจ้าพวกสุนัขรับใช้ที่คิดจะล้มช้าง!" เขาชักกระบี่ 'มังกรหิมะ' ออกจากฝัก เสียงโลหะปะทะกันดังกังวานไปทั่วหุบเขา จ้าวเฟยหรงเคลื่อนไหวรวดเร็วปานเงาพราย เขาสังหารนักฆ่าสองคนแรกได้ในพริบตาเดียว เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นลงบนพื้นหิมะสีขาวสะอาด หลิงอวี่ที่กระโจนออกมาจากรถม้าอย่างใจกล้า คว้ามีดสั้นที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อออกมาป้องกันตัว นางรู้ดีว่าหากนางพลาดแม้แต่นิดเดียว ภารกิจการเปิดโปงการยักยอกเสบียงที่นางเสี่ยงชีวิตรวบรวมมาจะมลายหายไปพร้อมกับร่างของนาง "หลิงอวี่ ไปทางซ้าย!" จ้าวเฟยหรงตะโกน พร้อมกับสะบัดกระบี่รับมือกับยอดฝีมือที่รุมเข้ามาถึงห้าคน นางไม่รอช้า วิ่งไปตามเส้นทางที่เขาสั่ง แม้ความกลัวจะเกาะกินหัวใจ แต่สายตาของนางยังคงจดจ้องไปยังเป้าหมาย นางต้องนำเอกสารลับนี้ไปส่งให้ถึงมือผู้ตรวจการแผ่นดินในเมืองถัดไป หากนางรอดไปได้ หลี่กุ้ยเฟยจะไม่มีวันได้ผุดได้เกิดในราชสำนักอีก! ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะพ้นวงล้อม พื้นดินใต้เท้าของนางกลับสั่นสะเทือน เสียงหัวเราะแหลมเล็กของสตรีผู้หนึ่งดังสะท้อนมาจากหน้าผาเบื้องบน หลิงอวี่หยุดฝีเท้าทันทีเมื่อเห็นบุรุษในชุดครามคนเดิมกระโดดลงมาขวางหน้า พร้อมกับหยิบ 'ตรายางลับ' ที่นางมั่นใจว่าเก็บไว้ในหีบสมบัติอย่างมิดชิดขึ้นมาโชว์ต่อหน้านาง "เจ้ากำลังตามหาคนนี้อยู่ใช่หรือไม่... หลิงอวี่?" ชายผู้นั้นขว้างบางอย่างลงมาแทบเท้าของนาง มันคือศีรษะของทหารรับจ้างที่นางจ้างมาเพื่อคุ้มกันเอกสารชุดที่สอง หลิงอวี่หน้าซีดเผือด นางถูกล้อมด้วยศัตรูที่ดักหน้าและหลัง ทางรอดเดียวของนางถูกตัดขาดอย่างสมบูรณ์ จ้าวเฟยหรงที่กำลังสู้รบอยู่หันกลับมาเห็นเหตุการณ์พอดี แววตาของเขาสั่นไหวด้วยความกังวลเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี "หลิงอวี่! อย่าแตะต้องมัน! นั่นกับดัก!" แต่สายเกินไป... ทันทีที่ปลายนิ้วของหลิงอวี่สัมผัสกับตรายางนั้น อักขระสีแดงฉานก็พุ่งออกจากตรายางเข้าสู่ข้อมือนาง ดุจโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นกระชากวิญญาณนางให้ทรุดลงกับพื้น ร่างของนางบิดเกร็งด้วยความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง จ้าวเฟยหรงที่พุ่งเข้ามาหมายจะช่วยนาง กลับต้องชะงักงันเมื่อมีปลายกระบี่อีกเล่มจ่อเข้าที่ลำคอของเขาจากด้านหลัง—มันคือบุรุษลึกลับที่สวมชุดองครักษ์ของเขาเอง! คนที่เขาไว้ใจที่สุดกลับเป็นไส้ศึกที่หลี่กุ้ยเฟยฝังตัวไว้ข้างกายเขานานนับปี "วางกระบี่ลงเสีย ท่านอ๋อง... หรือจะให้สตรีของท่านจบชีวิตลง ณ วินาทีนี้?" จ้าวเฟยหรงมองหลิงอวี่ที่เริ่มหมดสติไปในอ้อมแขนของศัตรู และมองกระบี่ที่จ่อคอหอยตนเอง มุมปากของเขากระตุกยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นยิ้มที่แฝงไปด้วยไอสังหารที่รุนแรงที่สุด ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเกมการเมืองอันเชือดเฉือนนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%