คราบเลือดบนเกราะมังกรดำของจ้าวเฟยหรงยังไม่ทันแห้งสนิท กลิ่นอายคาวโลหิตก็คละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นอายสนิมเหล็กและควันไฟที่ยังคงพวยพุ่งจากค่ายกลคูเมืองฝั่งทิศประจิม
"เจ้าไม่ควรมาอยู่ที่นี่... หลิงอวี่"
น้ำเสียงของเยี่ยอ๋องแห้งผากและเต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า ทว่าดวงเนตรคมกริบดุจพญาอินทรีคู่นั้นกลับสั่นระริก ยามที่กวาดมองร่างโปร่งระหงในชุดขุนนางสีม่วงเข้มของกรมสนเท่ห์ ซึ่งบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นควันและหยาดฝนปนเลือดจากสมรภูมิเบื้องหน้า
เซวียนหลิงอวี่ไม่ได้ถอยหนี นางก้าวเข้าไปประชิดบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นพญายมแห่งสนามรบอย่างไม่เกรงกลัว ปลายพู่กันขนสัตว์ในมือร่วงหล่นลงพื้นโคลนเบื้องล่าง สิ่งที่นางถืออยู่ตอนนี้คือราชโองการลับที่เปียกชื้น แต่นัยน์ตากลมโตคู่นั้นกลับฉายแววแน่วแน่ยิ่งกว่าหินผา
"หม่อมฉันเป็นขุนนางในพระองค์ เป็นผู้ดูแลกฎหมายและบันทึกประวัติศาสตร์ของแผ่นดิน... ในเมื่อสนามรบแห่งนี้กำลังจะตัดสินชะตากรรมของราชสำนัก เหตุใดหม่อมฉันจึงจะก้าวเข้ามาไม่ได้เล่าเพคะ" นางเอ่ยตอบ น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่มั่นคงจนน่าตกใจ ท่ามกลางเสียงโหยหวนของทหารบาดเจ็บและเสียงกลองศึกที่ยังดังแว่วอยู่ไกลๆ
จ้าวเฟยหรงแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันตนเองปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาเป็นถึงแม่ทัพผู้กุมกองกำลังทมิฬนับแสน เป็นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ที่วางหมากการเมืองไว้เหนือผู้คนนับล้าน ทว่ากลับพ่ายแพ้ให้กับสตรีตัวเล็กๆ ที่ยืนอยู่ตรงหน้าผู้นี้ครั้งแล้วครั้งเล่า พ่ายแพ้ต่อความเด็ดเดี่ยวที่ยอมเอาชีวิตเข้ามาเสี่ยงในเขตกระสุนธนูเพียงเพื่อต้องการ 'ความจริง' จากปากเขา
"เจ้ามันดื้อรั้นเกินไปแล้ว..." พระองค์ยื่นพระหัตถ์ที่สวมถุงมือเหล็กหนาออกไป หวังจะสัมผัสพวงแก้มเนียนนุ่มที่เปื้อนเขม่าควัน ทว่าชะงักค้างไว้กลางอากาศด้วยความเกรงว่ากลิ่นอายเลือดจะแปดเปื้อนความบริสุทธิ์ของนาง
"หม่อมฉันมิได้ดื้อรั้น... หม่อมฉันเพียงแต่เลือกแล้ว"
นิ้วเรียวบางของเซวียนหลิงอวี่เอื้อมขึ้นไปกุมทับหลังพระหัตถ์ของเยี่ยอ๋องที่สั่นเทาเล็กน้อย ความเย็นเยียบของเหล็กกล้ามิอาจต้านทานไออุ่นที่แผ่ซ่านจากฝ่ามือของนางได้ ดวงตาคู่สวยสบประสานกับดวงเนตรคมดุอย่างลึกซึ้ง ไร้ซึ่งกำแพงแห่งฐานะและยศถาบรรดาศักดิ์ขวางกั้น มีเพียงหัวใจสองดวงที่เต้นระรัวอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของสนามรบ
"หม่อมฉันรู้ว่าเบื้องหลังแผนการยักยอกเสบียงของหลี่กุ้ยเฟยมีตระกูลหลี่หนุนหลัง และรู้ว่าพระองค์กำลังเดิมพันทุกอย่างด้วยการก่อกบฏครั้งนี้ เพื่อล้างมลทินให้ตระกูลจ้าว... พระองค์คิดจะแบกรับบาปทั้งหมดไว้ผู้เดียว เช่นนั้นหรือเพคะ?"
คำพูดของนางราวกับคมมีดที่กรีดแทงเข้าไปถึงขั้วหัวใจของจ้าวเฟยหรง บุรุษผู้เย็นชาและไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ผู้ใดเห็น บัดนี้กลับนิ่งงัน แววตาไหววูบคล้ายคลื่นใต้น้ำที่ซัดสาดอย่างรุนแรง พระองค์ดึงร่างบางเข้ามาสู่อ้อมอกกว้างอย่างไม่ทันตั้งตัว ซบพระพักตร์ลงกับลาดไหล่บอบบางของนาง สูดดมกลิ่นกายหอมละมุนที่เจือจางด้วยกลิ่นหมึกจีนและชาดอกโบตั๋น—กลิ่นเดียวกับที่คอยเยียวยาจิตใจอันเหนื่อยล้าของพระองค์ในยามราตรีอันโดดเดี่ยว
"หลิงอวี่... เจ้าไม่กลัวหรือ หากเราพ่ายแพ้ เจ้าจะต้องถูกประหารในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิด" สุรเสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ข้างใบหู ร้อนผ่าวและสั่นเครือเล็กน้อย
"หม่อมฉันกลัว... กลัวว่าแผ่นดินนี้จะไร้ซึ่งความยุติธรรม และกลัวว่า... จะไม่มีโอกาสได้บอกความรู้สึกในใจที่มีต่อท่านอ๋อง" นางเอ่ยตอบเสียงเบาหวิว ทว่าชัดเจนก้องกังวานในความรู้สึกของคนทั้งคู่
จ้าวเฟยหรงผละออกจากอ้อมกอดช้าๆ พระเนตรคมกริมจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความประหม่า ก่อนที่พระองค์จะโน้มพระพักตร์ลงมาประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่มของนางอย่างแผ่วเบາและลึกล้ำ เป็นจูบที่ไม่มีความเร่าร้อนดุจเปลวเพลิง หากแต่เปี่ยมไปด้วยความรัก ความโหยหา และคำมั่นสัญญาอันหนักแน่นดั่งขุนเขา ท่ามกลางละอองฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมา
ในเสี้ยววินาทีนั้น โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เสียงอึกทึกครึกโครมของสนามรบพลันเงียบงันลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน
ทว่า... ความเงียบสงบอันงดงามนั้นกลับถูกทำลายลงอย่างฉับพลัน เมื่อเสียงฝีปากม้าศึกควบทะยานเข้ามาใกล้ พร้อมกับเสียงตะโกนรายงานด้วยความตื่นตระหนกขององครักษ์เงาที่พุ่งทะลุผ่านม่านหมอกควันเข้ามา
"ท่านอ๋อง! ไม่ดีแล้วพ่ะย่ะค่ะ! กองกำลังเสริมจากวังหลวง... นำโดยราชองครักษ์หลวงและราชโองการด่วนพิเศษจากฮ่องเต้ มาถึงหน้าค่ายแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
จ้าวเฟยหรงชะงัก ร่างสูงสง่าผละออกจากเซวียนหลิงอวี่ทันที แววตาเปลี่ยนกลับมาเป็นเยือกเย็นและเฉียบคมดุจเดิมในพริบตา พระองค์หันไปรับกระดาษสีเหลืองทองประทับตราหยกจากมือองครักษ์ที่รีบเร่งวิ่งเข้ามาคุกเข่าถวายรายงาน
เมื่อทอดพระเนตรข้อความบนราชโองการนั้น ดวงเนตรของเยี่ยอ๋องก็หดแคบลงทันที รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างน่ากลัว
"ฮ่องเต้มีรับสั่ง... ให้ประหารชีวิตขุนนางหอจดหมายเหตุ เซวียนหลิงอวี่ ทันที ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏ... โดยไม่ต้องไต่สวนพ่ะย่ะค่ะ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเกมการเมืองอันเชือดเฉือนนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว•ตอนที่ 23
เมื่อหัวใจตัดสิน
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!