โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว•ตอนที่ 24

ความพินาศของกลุ่มอิทธิพล

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นอายของกำยานดอกกุ้ยฮวาที่เผาไหม้อย่างเชื่องช้าภายในตำหนักเหวินฮั่ว กลับมิได้สร้างความสงบให้แก่ผู้ใด หากแต่กดทับบรรยากาศให้หนักอึ้งดั่งถูกห่อหุ้มด้วยแผ่นเหล็กกล้าที่กำลังถูกเผาไฟ เซวียนหลิงอวี่ในชุดขุนนางหญิงสีเขียวเข้มปักลายหงส์คู่ด้ายทองยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้จันทน์แดง แผ่นป้ายหยกประจำตำแหน่งในมือสั่นไหวเล็กน้อยตามจังหวะการเต้นของหัวใจ ทว่าสีหน้าและแววตากลับเยือกเย็นราวน้ำแข็งพันปี นางมิได้เอ่ยวาจาใดออกมาแม้แต่ครึ่งคำ ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่กรีดแทะประสาทของสตรีผู้ทรงอำนาจที่สุดในวังหลังผู้นั้น "เจ้ากล้าหาญถึงเพียงนี้เชียวหรือ... ขุนนางเซวียน" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไว้ด้วยความเกี้ยวกราดดังขึ้นจากเบื้องหลังม่านมุก หลี่กุ้ยเฟยทรงก้าวออกมาด้วยพระบาทที่มั่นคง แม้ริมฝีปากจะแย้มยิ้ม แต่ดวงเนตรหงส์คู่นั้นกลับวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ ฉลองพระองค์ชุดผ้าแพรต่วนปักดิ้นทองลายโบตั๋นพันกลีบสะท้อนแสงไฟวับวาม ขับเน้นรัศมีแห่งความเย่อหยิ่งจองหองที่สั่งสมมานานนับปี "หม่อมฉันเพียงทำหน้าที่ตามกฎหมายของแผ่นดิน และรักษาสัตย์สาบานที่มีต่อใต้หล้า มิได้เรียกว่าความกล้าหาญเพคะ พระสนม" หลิงอวี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำกลับหนักแน่นราวกับตอกลิปักหมุดลงบนพื้นหิน "กฎหมายหรือ?" หลี่กุ้ยเฟยแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ พระเนตรหรี่แคบลงอย่างอันตราย "ในวังหลังแห่งนี้ กฎหมายคือสิ่งที่เราบัญญัติขึ้นเอง เหตุใดเจ้าจึงโง่เขลาเบาปัญญาถึงเพียงนี้ ถึงได้คิดจะขุดคุ้ยบัญชีลับการขนส่งเสบียงคลังของตระกูลหลี่ขึ้นมาตรวจสอบ เจ้าคิดว่าหลักฐานเพียงไม่กี่แผ่นที่เจ้าถือครอง จะสามารถสั่นคลอนรากฐานที่ข้าสร้างมาตลอดสิบปีได้กระนั้นหรือ" "หลักฐานอาจมีน้อยนิด... แต่รอยร้าวที่ท่านสร้างขึ้นในใจของฝ่าบาทนั้น ย่อมลึกซึ้งเกินกว่าจะเยียวยาเพคะ" น้ำเสียงของหลิงอวี่มิได้สั่นพร่าเลยแม้แต่น้อย นางค่อยๆ วางบัญชีลับเล่มหนาลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษกระทบไม้ดังขึ้นเบื้องหน้าพระพักตร์ราวกับเสียงระฆังพิพากษา ในขณะเดียวกัน ที่ตำหนักลับอิงอวี่ ฝั่งตรงข้ามของวังหลวง จ้าวเฟยหรง หรือเยี่ยอ๋อง ประทับนิ่งอยู่บนเก้าอี้พนักสูง ดวงตาดั่งเหยี่ยวทอดมองแผนที่ยุทธศาสตร์และรายชื่อเครือข่ายขุนนางกังฉินที่ถูกขีดฆ่าไปทีละคนด้วยพู่กันหมึกดำ บนโต๊ะข้างกายมีจอกสุราอุ่นร้อนส่งควันกรุ่น แต่พระองค์มิได้แตะต้องมันเลยแม้แต่น้อย ความเงียบสงบของวังอ๋องแห่งนี้ตัด "ทูลท่านอ๋อง สายรายงานจากในวังแจ้งว่า พระสนมหลี่กำลังเสียการควบคุมแล้วพ่ะย่ะค่ะ" องครักษ์เงาคนสนิทคุกเข่าลงรายงาน "นางเริ่มสั่งการให้คนสนิทเตรียมเคลื่อนย้ายทรัพย์สินและหลักฐานสำรองไปยังนอกเมืองแล้ว" จ้าวเฟยหรงมุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น ดั่งปีศาจพรายน้ำที่รอเวลาลากเหยื่อลงสู่ก้นบึง "ปล่อยให้นางดิ้นรนไป... สุนัขจนตรอกย่อมกัดไม่เลือกที่ ยิ่งนางเคลื่อนไหวมากเท่าไหร่ ร่องรอยความผิดยิ่งเด่นชัดขึ้นเท่านั้น เตรียมกำลังพลล้อมรอบคลังสินค้าตระกูลหลี่ไว้ทั้งหมด อย่าให้เล็ดรอดไปได้แม้แต่คนเดียว" "รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ" กลับมาที่ตำหนักเหวินฮั่ว บรรยากาศเริ่มตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดให้ขาดได้ หลี่กุ้ยเฟยทรงพระดำเนินเข้าประชิดตัวเซวียนหลิงอวี่ กลิ่นหอมฉุนของดอกกุ้ยฮวาผสมกับกลิ่นอายความหวาดระแวงแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ พระหัตถ์เรียวยาวเอื้อมไปหมายจะคว้าจับคางของขุนนางหญิงผู้อวดดีเพื่อบังคับให้เงยหน้าขึ้นมอง ทว่า... หลิงอวี่กลับมิได้ถอยหลังหนี นางเพียงเบี่ยงหลบเล็กน้อยอย่างสง่างาม พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวาน "พระสนมทรงระวังพระวรกายด้วยเถิดเพคะ... บัญชีเล่มนั้นมิได้มีเพียงสำเนาที่อยู่ในมือหม่อมฉันหรอกนะเพคะ" พระเนตรของหลี่กุ้ยเฟยเบิกกว้างขึ้นวูบหนึ่ง ความตระหนกฉายชัดผ่านแววตาที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย่อหยิ่ง "เจ้า... เจ้าหมายความว่าอย่างไร" "หมายความว่า ขณะนี้ ฝ่าบาททรงทอดพระเนตรสำเนาอีกชุดหนึ่งร่วมกับมหาเสนาบดีหลิวในท้องพระโรงเรียบร้อยแล้วเพคะ" ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางตำหนัก ร่างของหลี่กุ้ยเฟยเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง พระพักตร์ถอดสีจนซีดเผือด ความมั่นใจทั้งมวลที่ทรงมีพังทลายลงในพริบตา เมื่อเสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากเริ่มดังขึ้นจากด้านนอกประตูตำหนัก พร้อมกับเสียงประกาศก้องที่ทำให้โลмаทั้งใบของพระนางดับวูบลง "ราชโองการจากฝ่าบาท! พระสนมหลี่มีความผิดฐานยักยอกเสบียงหลวง สมคบคิดกับขุนนางทุจริต สั่งปลดจากตำแหน่งกุ้ยเฟย ลดฐานันดรศักดิ์เป็นสามัญชน และให้คุมขังรอการไต่สวนขั้นเด็ดขาด!" เสียงประกาศนั้นดังก้องกังวาน ทะลุผ่านม่านมุกเข้ามาสะท้อนในโสตประสาทของทุกคนในห้อง เซวียนหลิงอวี่โค้งคำนับลงช้าๆ อย่างผู้ชนะที่สง่างาม นางหันหลังกลับเพื่อก้าวเดินออกจากตำหนัก ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่งของสตรีผู้สูญสิ้นทุกสิ่ง ทว่า... ในวินาทีที่หลิงอวี่ก้าวพ้นธรณีประตู และเงาของเยี่ยอ๋องก้าวเข้ามาหยุดรอรับนางที่ลานกว้าง แสงไฟจากคบเพลิงรอบตำหนักก็พลันดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ลมพายุประหลาดพัดโหมกระหน่ำเข้ามาจนเปลวไฟไหววูบ และก่อนที่สติของหลิงอวี่จะทันได้ตั้งรับ เงาร่างสีดำสนิทผู้หนึ่งก็ก้าวออกมาจากมุมมืด พร้อมกับโยนวัตถุบางอย่างตกลงแทบเท้าของนาง... มันคือป้ายหยกประจำตัวของ "จ้าวเฟยหรง" ที่เปื้อนคราบโลหิตสดๆ ยังอุ่นร้อน! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเกมการเมืองอันเชือดเฉือนนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%