กาน้ำชาเคลือบกระเบื้องเคลลายครามลายมังกรห้าเล็บส่งเสียงเดือดปุดๆ แผ่ไอความร้อนระอุคุกรุ่นตัดกับอากาศเย็นเยียบยามค่ำคืนในตำหนักบูรพา ปลายนิ้วเรียวดั่งหยกสลักของเซวียนหลิงอวี่จรดนิ่งอยู่บนกระดานหมากล้อมสีดำและขาว ลูกหยกขาวในมือถูกหมุนวนช้าๆ สลับกับเสียงทอดถอนหายใจแผ่วเบาที่ดังลอดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบที่เคลือบด้วยชาดสีชาด
"เจ้ามัวแต่ลังเลเช่นนี้ เกรงว่าหมากกระดานนี้คงไม่พ้นต้องตกเป็นของเป่ยเยี่ยอ๋องผู้เยือกเย็นผู้นั้นเป็นแน่ค่ะ"
น้ำเสียงหวานใสแต่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นจากสตรีผู้มีศักดิ์เป็นถึงพระชายาเอกในองค์รัชทายาท ทว่ายามนี้กลับมานั่งหลบเร้นอยู่ ณ เรือนรับรองส่วนXุภาคหลังจวนเยี่ยอ๋องอย่างลับๆ หลี่กุ้ยเฟย… มิใช่สลับตัว แต่เป็นความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่ว่า หมากทุกตัวบนกระดานแผ่นดินนี้ หาได้อยู่ในกำมือของราชสำนักฝ่ายในเพียงอย่างเดียวไม่
จ้าวเฟยหรง หรือเป่ยเยี่ยอ๋องผู้เลื่องชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและเด็ดขาด ยามนี้กลับมิได้สวมชุดเกราะเหล็กกล้าหรืออาภรณ์ขุนนางสีเข้มเช่นยามออกว่าราชการ พระองค์ประทับอยู่เบื้องขวาในอาภรณ์คลุมผ้าแพรต่วนสีม่วงเข้มปักลายเมฆาด้วยดิ้นทอง พระพักตร์คมคายดั่งสลักจากหยกหินอัคนีทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาที่ล้ำลึกเกินกว่าผู้ใดจะหยั่งถึง
"หมากบนกระดาน ย่อมต้องเดินด้วยมือของผู้ถือครอง หาใช่ลมปากของผู้ชมนอกวงไม่" จ้าวเฟยหรงตรัสตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ทว่าดวงเนตรคมกริบกลับมิได้มองกระดานหมากล้อมเบื้องหน้าเลยแม้แต่น้อย สายตาคู่นั้นจับจ้องอยู่เพียงดวงพักตร์นวลเนียนที่ประดับด้วยหยาดเหงื่อบางๆ ของเซวียนหลิงอวี่เท่านั้น
เซวียนหลิงอวี่ลอบกัดริมฝีปากเบาๆ นางรู้ดีว่าเบื้องหลัง "ช่วงเวลาแห่งความสุข" อันแสนสั้นที่จ้าวเฟยหรงจงใจเนรมิตขึ้น ณ เรือนไผ่เงียบสงบนี้ เต็มไปด้วยคมดาบที่ซ่อนเร้นอยู่ทุกอณูอากาศ ทั่วทั้งเมืองหลวงเวลานี้ต่างกำลังปั่นป่วนจากฎีกาลับที่นางเป็นผู้ถวายถอดถอนอำนาจของตระกูลหลี่ และเบื้องบน… พระเนตรพระकर्ณของฮ่องเต้ก็เริ่มสั่นคลอนด้วยความระแวง
"ท่านอ๋องทรงพระsสำราญเกินไปแล้วกระมังคะ" เซวียนหลิงอวี่เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดัน นางวางหมากสีดำลงบนจุดตายของกระดานอย่างแม่นยำ "หลี่กุ้ยเฟยเสด็จมาเยือนจวนอ๋องยามวิกาลเช่นนี้ หากความทราบถึงฝ่าบาท หรือหากสายตาของฝ่ายกราบทูลข่าวพบเข้า เกรงว่ากระดาษแผ่นเดียวคงไม่อาจปกป้องศีรษะบนบ่าของหม่อมฉันได้อีก"
"ใครกล้าแตะต้องเจ้าในจวนของเป่ยเยี่ยอ๋องผู้นี้"
คำตรัสสั้นๆ ทรงพลังดั่งประกาศิตหินผา จ้าวเฟยหรงยื่นพระHstระหัตเข้าคว้าข้อมือเรียวของนางไว้เบาๆ ผิวสัมผัสอุ่นจัดของพระองค์แผ่ซ่านเข้ามาในกายของเซวียนหลิงอวี่จนหัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ความใกล้ชิดนี้ช่างหอมหวานและอันตรายในคราเดียวกัน กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายจันทร์เพ็ญและสนเขียวลอยอบอวลอยู่รอบกาย
หลี่กุ้ยเฟยที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามยกจานขนมเปี๊ยะไส้พุทราจีนขึ้นถวายรอยยิ้มบางๆ ที่เคลือบยาพิษ นางเป็นสตรีที่ฉลาดล้ำและยอมหักไม่ยอมงอ ทว่ายามนี้เมื่อความลับเรื่องการยักยอกเสบียงคลังหลวงเพื่อสะสมกองกำลังส่วนตัวถูกเซวียนหลิงอวี่ขุดคุ้ยขึ้นมาจนถึงรากโคน หลี่กุ้ยเฟยย่อมไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเดินทางมาเจรจา "แลกเปลี่ยน" กับปีศาจแห่งแดนเหนือผู้นี้
"ใต้เท้าเซวียนช่างรอบคอบสมคำร่ำลือจริงๆ ค่ะ" หลี่กุ้ยเฟยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงประกายตาคมปลาบ "ท่านรู้ดีว่าเสบียงเหล่านั้นมิได้ตกอยู่ในมือของตระกูลหลี่เพียงผู้เดียว แต่ยังมี... 'เงา' อีกกลุ่มหนึ่งที่ซ่อนอยู่หลังม่านพระโรง การที่ท่านดึงดันจะเปิดโปงตาชั่งที่เอียงข้างนี้ เกรงว่าจะมิใช่แค่การผดุงความยุติธรรมกระมังคะ? แต่มันคือการรìนเร่งให้แผ่นดินลุกเป็นไฟต่างหาก"
เซวียนหลิงอวี่เงยหน้าขึ้นสบตาพระชายาเอกแห่งวังหลัง แววตาของนางมิได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและเยือกเย็นไม่แพ้บุรุษ
"ความยุติธรรมก็คือความยุติธรรมเพคะกุ้ยเฟย" เซวียนหลิงอวี่กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นชัดถ้อยชัดคำ "หากตาชั่งของแผ่นดินเอียงไปข้างหนึ่งเพียงเพราะเกรงกลัวอำนาจมืด ราษฎรนับล้านที่ก้มหน้ารับเคราะห์อยู่เบื้องล่างเล่า จะเอาชีวิตไปฝากไว้ที่ใด? กฎหมายของต้าเซี่ยมิได้มีไว้เพื่อให้ผู้มีอำนาจใช้เหยียบย่ำ แต่มีไว้เพื่อค้ำจุนฟ้าดินต่างหาก"
จ้าวเฟยหรงแย้มพระสรวลเบาๆ เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและความลุ่มหลงในสติปัญญาอันหาญกล้าของสตรีตรงหน้า พระองค์รินชาใส่จอกหยกของนางด้วยพระองค์เอง กลิ่นหอมของชาไป๋ฮ่าวหยินเจินโชยขึ้นเตะจมูก ทว่าในความหอมนั้นกลับแฝงกลิ่นอายอันลึกลับ
"เจ้าพูดถูก หลิงอวี่" จ้าวเฟยหรงตรัสพึมพำชิดริมพระOर्หูของนาง จนเส้นผมสีดำขลับของเซวียนหลิงอวี่ไหววูบไปตามลมหายใจอุ่นๆ "ฟ้าดินย่อมมีตาชั่งของตนเอง แต่ก่อนที่เราจะไปถึงวันพิพากษา... คืนนี้ เรามาดื่มด่ำกับความสงบสุขอันหายากยิ่งนี้เสียก่อนเถอะ"
บรรยากาศภายในห้องโถงลับพลันเงียบสงบลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงถ่านไม้ในเตาผิงที่ปะทุเบาๆ และเสียงฝนโปรยปรายด้านนอกที่เริ่มซัดสาดกระทบหลังคากระเบื้องเคลือบ เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ความรักและความแค้น อำนาจและหน้าที่ ถูกหลอมรวมไว้ชั่วขณะในจอกชาอุ่นๆ ที่จ้าวเฟยหรงส่งให้
เซวียนหลิงอวี่ยื่นมือไปรับจอกชาหยกนั้น ปลายนิ้วของนางสัมผัสโดนปลายนิ้วของเขาโดยบังเอิญ กระแสความรู้สึกประหลาดวิ่งพล่านไปทั่วร่างดั่งกระแสไฟฟ้า นางรู้ดีว่านี่คือความสุขปลอมเปลือก... พายุลูกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นที่นอกประตูเมืองหลวง กองทัพพิทักษ์ราชบัลลังก์เคลื่อนไหวแล้ว และราชโองการลับจากฮ่องเต้อาจเดินทางมาถึงจวนแห่งนี้ก่อนรุ่งสาง
ทว่าในวินาทีที่นางกำลังจะยกจอกชาขึ้นจิบเพื่อร่วมดื่มด่ำกับรอยยิ้มท่ามกลางคมดาบนี้ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายก็ดังขึ้นกะทันหันจากลานกว้างด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่แฝงด้วยพลังภายในอันกล้า5แข็งของหัวหน้าองครักษ์ประจำพระองค์
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! ราชโองการด่วนที่สุดจากในวังหลวง! กองกำลังทหารรักษาพระองค์ปิดล้อมจวนเยี่ยอ๋องไว้หมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
เซวียนหลิงอวี่ชะงักค้าง จอกชาในมือสั่นไหวเล็กน้อย น้ำชาสีทองส่องประกายระยิบระยับสะท้อนกับแสงไฟจากตะเกียงสำริด จ้าวเฟยหรงมิได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย พระองค์วางจอกชาของตนเองลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ดึงร่างบางของเซวียนหลิงอวี่เข้ามาชิดพระอุระ พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่ปรากฏขึ้นที่มุมพระOर्หูอีกครั้ง
และก่อนที่ใครจะทันได้ขยับตัว ประตูห้องโถงไม้สักทองก็ถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบด้วยแรงพลังภายในอันมหาศาล พร้อมกับร่างของขันทีเฒ่าคนสนิทของฮ่องเต้ที่ก้าวเข้ามาพร้อมแผ่นป้ายทองคำสะท้อนแสงไฟวับวาว!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเกมการเมืองอันเชือดเฉือนนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว•ตอนที่ 25
รอยยิ้มท่ามกลางคมดาบ
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!