โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว•ตอนที่ 20

ความจริงหลังม่านเสบียง

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นอายอับชื้นของกระดาษสาเก่าเก็บคละคลุ้งผสมกับกลิ่นหมึกจีนชั้นดี ลอยวนอยู่ภายใต้แสงเทียนสีส้มสั่นไหวในห้องลับใต้หอจดหมายเหตุ เซวียนหลิงอวี่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองผู้ที่เพิ่งก้าวเข้ามา แม้จะสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่คุ้นเคย แผ่นหลังบางในชุดขุนนางหญิงสีเข้มยังคงจรดพู่กันลงบนบัญชีตัวเลขแถวสุดท้ายด้วยความนิ่งสงบราวกับรูปสลักหยก ทว่าปลายนิ้วที่เรียวยาวราวกิ่งหลิวกลับสั่นเทาเล็กน้อยยามเมื่อขีดเส้นสีชาดลงบนตัวอักษรบัญชีเล่มที่เจ็ด “เจ้าช่างใจกล้าเกินไปแล้วหลิงอวี่... การเปิดผนึกหีบเหล็กของกรมคลังหลวงโดยไม่มีราชโองการ เทียบเท่ากับการเหยียบขาข้างหนึ่งไว้บนลานประหาร” น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ยามราตรีดังขึ้นจากความมืด จ้าวเฟยหรง หรือเยี่ยอ๋องผู้ลือชื่อ ก้าวผ่านเงาอับแสงเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์ปักลายมังกรห้าเล็บสีดำสนิทแผ่รังסיความกดดันออกมาจนอากาศรอบตัวคล้ายจะหนักอึ้ง เขาโน้มตัวลงใช้ปลายนิ้วแข็งแกร่งเชยคางมนขึ้นบังคับให้พยักหน้าสบตา ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองหลักฐานตรงหน้าด้วยแววตาระคนความระอาและห่วงใยที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็น “หากหม่อมฉันไม่กล้า แล้วผู้ใดเล่าจะกล้ากระชากหน้ากากของพวกหนอนบ่อนไส้ที่สูบกินเลือดเนื้อของราษฎร์นับแสน?” หลิงอวี่เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ามั่นคงดั่งหินผา นางไม่หลบสายตาคมคลาวนั้น ปล่อยให้ความอบอุ่นจากปลายนิ้วของเขาที่แตะอยู่บนคางส่งผ่านความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างเข้ามาในใจ บนโต๊ะไม้จันทน์หอมเวลานี้ ไม่ได้มีเพียงแค่สมุดบัญชีธรรมดา หากแต่มี ‘แผ่นป้ายทองคำสลักลายหงส์คู่’ และปึกตั๋วแลกเงินจากโรงรับจำนำตระกูลหลี่—ตระกูลเดิมของหลี่กุ้ยเฟย วางกองรวมกับบัญชีลับที่ระบุยอดเงินยักยอกห้าแสนตำลึงทอง ซึ่งถูกแปลงสภาพเป็นโฉนดที่ดินและเหมืองแร่ในเขตหัวbei หลักฐานทั้งหมดไร้ที่ติ และมันมากพอที่จะสั่นคลอนบัลลังก์มังกรได้ทั้งรากเหง้า “เจ้าคิดว่าหลี่กุ้ยเฟยและเสนาบดีหลี่จะยอมนั่งมองความพินาศนี้หรือ? คืนนี้... คนของวังหลังคงส่งยาพิษมาเยือนเจ้าก่อนที่ฟ้าจะสาง” จ้าวเฟยหรงแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาดุจจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ฉายประกายอำมหิตวูบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะดึงร่างบางเข้ามาประชิดอกแกร่งอย่างถือวิสาสะ “แต่เจ้าวางใจเถอะ ข้ามิยอมให้ผู้ใดแตะต้องปลายเส้นผมของเจ้าเป็นอันขาด” “หม่อมฉันไม่ได้ต้องการความคุ้มครองจากท่านอ๋องเพื่อเอาตัวรอด แต่ต้องการให้ท่านใช้กองกำลังในมือ... ปิดล้อมเส้นทางหลบหนีทั้งหมดต่างหาก” หลิงอวี่ผละตัวออกอย่างนุ่มนวล นางหยิบแผ่นป้ายทองคำขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง “พระสนมหลี่กุมอำนาจในวังหลังก็จริง แต่เบื้องหลังการยักยอกเสบียงทัพชายแดนครั้งนี้ มีขุนนางฝ่ายบู๊ร่วมมือด้วยอย่างน้อยสี่คน หนึ่งในนั้นคือน้องชายแท้ๆ ของนางเอง” บรรยากาศในห้องลับพลันเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงไส้เทียนปะทุเบาๆ จ้าวเฟยหรงจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกชื่นชมที่ยากจะหาผู้ใดเทียบ นางไม่ใช่สตรีในห้องหอที่รอคอยความเมตตาจากบุรุษ แต่นางคือผู้ถือตาชั่งแห่งความยุติธรรมที่พร้อมจะพิพากษาคนชั่วด้วยมันสมองอันเฉียบคม “ตกลง ข้าจะทำตามแผนของเจ้า” เยี่ยอ๋องเอ่ยเสียงพร่า ประ1บการณ์การชิงอำนาจสอนให้เขารู้ว่า สตรีผู้นี้คือกุนซือที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เขาเคยมีมา “แต่เจ้าต้องสัญญา... ว่าจะอยู่เคียงข้างดูวันที่สกุลหลี่ล่มสลายด้วยกัน ห้ามก้าวล่วงไปเสี่ยงอันตรายลำพังอีก” หลิงอวี่ชะงักไปเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ภายใต้ชุดขุนนาง นางพยักหน้ารับช้าๆ เป็นคำสัญญา ทว่าก่อนที่บทสนทนาอันลึกซึ้งจะได้ดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูลับสามครั้งก็ดังขึ้นขัดจังหวะ *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เงาร่างขององครักษ์เงาพุ่งเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าผู้เป็นนายด้วยท่าทีตื่นตระหนก ใบหน้าเผือดซีดจนไร้สีเลือด “ท่านอ๋อง! ขุนนางหญิงเซวียน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ...” องครักษ์หนุ่มละล่ำละลักรายงาน “ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... มีพระบรมราชโองการให้ปลดขุนนางหญิงเซวียนหลิงอวี่ออกจากตำแหน่ง และให้คุมตัวไปสอบสวนที่คุกหลวงทันทีก่อนรุ่งสาง โดยมี... พระสนมหลี่ เป็นผู้รับสนองพระ องการเบื้องต้นพ่ะย่ะค่ะ!” สิ้นคำรายงานนั้น รอยยิ้มเย็นชาของจ้าวเฟยหรงก็แข็งค้างลงทันที ดวงตาดุจพยัคฆ์หันกลับมามองสตรีในอ้อมกว้างที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดลงเล็กน้อย ทว่าแววตายังคงฉายความเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้ ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบงันเข้าปกคลุม ประตูห้องลับด้านนอกกลับถูกถีบพังกระเด็นด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับแสงคบเพลิงสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามาแสบตา ร่างระหงในชุดคลุมผ้าไหมปักลายโบตั๋นสีชาดของหลี่กุ้ยเฟย ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนริมฝีปาก นางกวาดสายตามองหลักฐานบนโต๊ะด้วยความสะใจ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ “ใต้เท้าเซวียน... ดูท่าทางเจ้าจะตรวจบัญชีดึกเกินไปเสียแล้วกระมัง น่าเสียดายนัก... ที่ความลับบางอย่าง สมควรจะตายไปพร้อมกับเจ้าในคุกมืดหลวง!” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาความจริงหลังม่านเสบียงอันเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%