"เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงเสนอให้ข้าไปพบคนตายที่ยังมีลมหายใจผู้นั้น?"
จ้าวเฟยหรงเอ่ยถามพลางกระแทกจอกสุราลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอม เสียงกระทบดังก้องในห้องลับใต้ดินที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับของตำราเก่าและกลิ่นเลือดจางๆ เขาจ้องมองเซวียนหลิงอวี่ด้วยดวงตาคมปลาบดั่งใบมีดทว่าแฝงไปด้วยประกายแห่งความกังขา
เซวียนหลิงอวี่ไม่ได้สะทกสะท้าน นางวางพู่กันในมือลงอย่างใจเย็น ก่อนจะคลี่ม้วนเอกสารตราประทับสีชาดที่ขโมยออกมาจากหอจดหมายเหตุเมื่อคืนนี้ออกมาตรงหน้าเขา "คนตายที่ท่านว่า คืออดีตแม่ทัพผู้กุมบัญชีเสบียงชายแดนเหนือเมื่อสิบปีก่อน หากเขาคือศพไปแล้ว เหตุใดบันทึกการส่งมอบเสบียงจึงมีลายเซ็นที่เพิ่งเขียนขึ้นเมื่อสามวันก่อนด้วยหมึกสมุนไพรชนิดเดียวกับที่หลี่กุ้ยเฟยทรงโปรดปรานเล่าเพคะท่านอ๋อง"
เยี่ยอ๋องชะงัก สายตาที่เคยดุดันอ่อนแสงลงชั่วขณะ ความเงียบงันปกคลุมพื้นที่จนได้ยินเสียงหยดน้ำจากผนังถ้ำหินปูน "เจ้ากำลังบอกว่า... หงจื้อหยวน ยังไม่ตาย?"
"เขายังมีชีวิตอยู่ แต่อยู่ในสภาพที่ต่างจากคนทั่วไป" นางตอบพลางขยับกายเข้าไปใกล้ กลิ่นหอมจางๆ จากตัวนางปะทะกับกลิ่นกำยานเย็นของเขา "เขาถูกขังอยู่ในกรงทองที่มองไม่เห็นภายในอารามร้างหลังเขาหยุนซาน ที่นั่นคือสถานที่เดียวที่หลี่กุ้ยเฟยใช้ซ่อนสิ่งที่นางต้องการฝังกลบไว้ตลอดกาล"
จ้าวเฟยหรงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกำยำภายใต้ชุดคลุมสีดำสนิทแผ่รังสีคุกคามจนคนรอบข้างต้องก้มหน้าหลบ "เจ้ากล้าเดิมพันด้วยชีวิตของเจ้าเพื่อพาข้าไปพบเขาเชียวหรือ หากนี่เป็นกับดักของกุ้ยเฟย หัวของเจ้าจะเป็นสิ่งแรกที่ข้าบั่นทิ้ง"
"หากข้าพลาด ข้าก็แค่คนโง่คนหนึ่งที่ตายโดยไร้ค่า แต่หากท่านพลาด... อำนาจในมือท่านที่พยายามสะสมมาตลอดสามปีก็จะมลายหายไปพร้อมกับความจริงที่ถูกเผาทำลายเพคะ" เซวียนหลิงอวี่สบตาเขาอย่างท้าทาย นางก้าวเดินนำออกไปทางประตูลับโดยไม่หันกลับมามอง
การเดินทางผ่านความมืดมิดของป่าหยุนซานเป็นไปอย่างเชื่องช้า เยี่ยอ๋องยังคงคอยระแวดระวังทุกฝีก้าว มือหนาวางอยู่บนด้ามกระบี่คู่กายตลอดเวลา จนกระทั่งพวกเขาลัดเลาะมาถึงซากอารามที่เหลือเพียงเสาหินและพงหญ้ารกชัฏ กลิ่นธูปเก่าๆ ผสมกับกลิ่นยาฉุนลอยมาตามลม
ในห้องโถงที่ปรักหักพัง ชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่บนพื้นดิน ร่างกายซูบผอมจนหนังหุ้มกระดูก ผมเผ้าสีขาวโพลนพันกันยุ่งเหยิง ที่ข้อมือมีตรวนเหล็กกล้าล่ามติดกับเสาหินที่สลักอาคมกันอาคมไว้
"ท่านแม่ทัพ..." เซวียนหลิงอวี่เอ่ยเรียกด้วยเสียงแผ่วเบา
ชายชราเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่มัวหมองเบิกโพลงเมื่อเห็นใบหน้าของเยี่ยอ๋อง เขาพยายามจะขยับกายหนีทว่าตรวนเหล็กกลับส่งเสียงกรีดร้องเสียดแทงแก้วหู "เจ้า... เจ้าคือบุตรชายของจักรพรรดิองค์ก่อน... เจ้ามาที่นี่เพื่อจะฆ่าข้าปิดปากเหมือนนางงูพิษนั่นใช่หรือไม่!"
จ้าวเฟยหรงชะงักไปครู่หนึ่ง เขาคุกเข่าลงเบื้องหน้าอดีตแม่ทัพผู้เกรียงไกร "ข้ามาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้แก่กองทัพที่ต้องตายอย่างโง่เขลาในศึกนั้น ท่านแม่ทัพ... บอกข้ามาว่าใครเป็นผู้ส่งเสบียงพิษไปให้ท่านในวันนั้น!"
หงจื้อหยวนหัวเราะร่า เสียงหัวเราะฟังดูน่าเวทนาและเคียดแค้น "ยุติธรรมหรือ? ในวังหลังแห่งนั้นไม่มีคำว่ายุติธรรม มีเพียงคำว่าผู้ชนะกับผู้แพ้!" เขาเอื้อมมือที่สั่นเทาไปคว้าคอเสื้อของเยี่ยอ๋องไว้แน่น "แต่นางไม่ได้ทำคนเดียว... เบื้องหลังนางยังมีเงาของคนคนหนึ่งที่เจ้าคาดไม่ถึง..."
เขายังพูดไม่ทันจบ ลูกศรอาบยาพิษสีดำสนิทก็พุ่งแหวกอากาศเข้ามาปักเข้าที่กลางหน้าอกของแม่ทัพชราอย่างแม่นยำ!
จ้าวเฟยหรงรีบกระชากตัวเซวียนหลิงอวี่ให้หลบหลังเสาหินทันควัน เสียงฝีเท้าของคนกลุ่มใหญ่ดังล้อมอารามไว้จากทุกทิศทาง เสียงทหารองครักษ์วังหลวงดังสนั่นท่ามกลางความมืดมิด
"ท่านอ๋อง... ดูนั่นเพคะ" เซวียนหลิงอวี่ชี้ไปที่ทิศทางหนึ่ง ท่ามกลางแสงคบเพลิงที่สว่างไสวขึ้นนั้น ร่างของสตรีสูงศักดิ์ในอาภรณ์หรูหราสีแดงเพลิงกำลังยืนตระหง่านอยู่บนหลังม้า นางไม่ได้มาเพื่อจับกุม แต่มาเพื่อยืนยันการตายของพยานปากเอก
หลี่กุ้ยเฟยยกยิ้มมุมปาก มือถือม้วนราชโองการสีทองอร่าม นางมองลงมาที่ซากอารามด้วยสายตาเหยียดหยาม "เยี่ยอ๋อง... ท่านล่วงเกินกฎมณเฑียรบาลด้วยการบุกรุกพื้นที่ต้องห้ามและสมคบคิดกับกบฏแผ่นดิน วันนี้... ต่อให้ท่านมีปีกก็ไม่อาจบินหนีพ้นความตายไปได้!"
จ้าวเฟยหรงมองศพแม่ทัพชราที่เพิ่งสิ้นใจ ก่อนจะหันมามองเซวียนหลิงอวี่ แววตาของเขาเปลี่ยนไปเป็นความเด็ดขาดที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน เขาฉวยโอกาสที่ทหารกำลังล้อมเข้ามา กระซิบข้างหูนางเบาๆ "จำไว้... ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เจ้าต้องหนีไปให้พ้นที่นี่ แล้วนำบัญชีลับในอกเสื้อของข้าไปส่งให้ถึงมือรัชทายาท"
"แล้วท่านล่ะ!" นางร้องถาม เสียงสั่นเครือด้วยความกังวล
เยี่ยอ๋องยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่เย็นชาทว่าเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ "ข้าจะทำให้พวกมันรู้ว่า... กบฏตาชั่งเดียวผู้นี้ ไม่ได้มีไว้ให้ใครมาขีดเส้นตาย!"
สิ้นเสียงของเขา กองกำลังเงาที่แฝงตัวอยู่ตามพุ่มไม้โดยรอบก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมอาวุธครบมือ ความชุลมุนเริ่มขึ้นทันที ทว่าในจังหวะที่เซวียนหลิงอวี่กำลังจะพุ่งตัวออกไปตามคำสั่ง ร่างหนึ่งที่สวมชุดสีดำสนิทปิดบังใบหน้ามิดชิดก็พุ่งตัวขวางหน้าตนนางไว้ พร้อมกับมีดสั้นจ่อคอหอยของนางอย่างรวดเร็ว
"เจ้าคิดว่าจะหนีไปไหนหรือ... หญิงสาวผู้รู้มากเกินไป?"
เสียงที่เปล่งออกมานั้นแหบพร่าและคุ้นเคยอย่างประหลาด เซวียนหลิงอวี่เบิกตากว้างเมื่อเห็นตราประทับบนข้อมือของนักฆ่าผู้นั้น... มันคือตราสัญลักษณ์เดียวกับที่นางเคยเห็นในห้องลับของจักรพรรดิ!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระแสลมแห่งอำนาจมาด้วยกันในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ดอกโบตั๋นพันปี
โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว•ตอนที่ 19
พันธมิตรที่ไม่คาดฝัน
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!