เสียงกรีดร้องของโลหะที่เสียดสีกันดังก้องกังวานในความมืดมิด ชั่วพริบตาเดียวที่ความตายพุ่งตรงเข้ามาพร้อมกับเงาสีดำนับไม่ถ้วน เซวียนหลิงอวี่มิได้ส่งเสียงกรีดร้องตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ในยามวิกฤตเช่นนี้ ประสาทสัมผัสของนางกลับตื่นตัวถึงขีดสุด สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลราวกับสายฟ้าแลบ ลูกดอกอาบพิษสุนัขป่าสีครามสะท้อนแสงเรืองรองจากกลไกหน้าไม้โบราณ มันมิได้มุ่งเป้ามาที่จุดตายจุดเดียว แต่ถูกคำนวณองศามาอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อปิดตายทุกทางหนีทีไล่ในอุโมงค์ลับใต้ฐานบัญชาการของพรรคพวกหลี่กุ้ยเฟย
"หลบหลังข้า!"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้นเหนือเสียงหวีดหวิวของลูกดอก จ้าวเฟยหรงไม่ปล่อยให้เวลาสูญเปล่าแม้แต่ลมหายใจเดียว ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีเข้มพลิ้วไหวราวกับพญาอินทรีโฉบเฉี่ยว แขนเสื้อกว้างสะบัดออกปัดป้องประกายไฟและกระแสลมปราณที่กดดันเข้าใส่ มือหนาคว้าเอวบางของสตรีในความดูแลเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น ก่อนจะหมุนตัวควงกระบี่อ่อนในมือจนเกิดเป็นวงโค้งสีเงินยวงปัดปصارลูกดอกห่าใหญ่ให้ร่วงกราวลงกับพื้นหิน
*เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!*
ประกายไฟจากการปะทะกันสว่างวาบขึ้นในความมืด กลิ่นอายของความตายและกลิ่นฉุนของยาพิษคละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศอับชื้น เซวียนหลิงอวี่ซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ นางสัมผัสได้ถึงไออุ่นและหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะมั่นคงของบุรุษผู้นี้ แม้เบื้องหน้าจะเป็นหุบเหวแห่งความตาย แต่ท่าอกกว้างนี้กลับมอบความรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด—ความรู้สึกที่ขุนนางหญิงผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบเช่นนางไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้นในยามศึกสงครามเช่นนี้เลย
"ท่านอ๋อง... ด้านขวา!" นางเอ่ยเตือนเสียงกระซิบ ทว่าเฉียบขาด พร้อมกับใช้มือเรียวหยิบเข็มเงินอาบยาชาสามเล่มจากสาบเสื้อของตนเองซัดออกไปอย่างแม่นยำ ปักเข้าที่จุดชีพจรของมือสังหารที่แอบซ่อนอยู่หลังซอกหินอับแสง ร่างนั้นร่วงหล่นลงมาอย่างไร้ซุ่มเสียง
จ้าวเฟยหรงเหลือบสายตาคมกริบมองสตรีในอ้อมแขนแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มพึงใจระคนขัน "เก่งกาจไม่เบา สมกับที่เป็นขุนนางมือหนึ่งแห่งหอจดหมายเหตุ แต่คราวหน้า... อย่าได้เอาตัวเข้าแลกความเสี่ยงเช่นนี้อีก นางในดวงใจของเยี่ยอ๋องมีเพียงผู้เดียว หากเจ้าเป็นอันใดไป แผ่นดินนี้คงน่าเบื่อหน่ายเกินกว่าจะปกป้องต่อ"
น้ำเสียงราบเรียบทว่าเปี่ยมด้วยความหมายลึกซึ้งทำให้ใบหน้าขาวเนียนของหลิงอวี่ร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่ง ทว่านางไม่มีเวลามาไต่ถามความรู้สึกของตนเอง สถานการณ์ตรงหน้ายังคงบีบคั้น เมื่อกลไกชุดแรกถูกทำลาย เสียงกลไกชุดที่สองและสามก็ตามมาติดๆ พื้นหินใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นสะเทือน อุโมงค์แคบแห่งนี้กำลังจะพังทลายลงจากการฝังระเบิดทำลายหลักฐานของฝ่ายตรงข้าม
"พวกมันต้องการฝังกลบพวกเราไว้ที่นี่ ทั้งหลักฐานบัญชีลับการยักยอกเสบียงและพวกเราจะต้องตายไปพร้อมกัน" หลิงอวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง สายตาคมกวาดมองรอยแตกบนผนังอุโมงค์ "ทางออกหลักถูกปิดตายแล้ว เหลือเพียงทางระบายน้ำทิ้งด้านทิศเหนือที่เชื่อมต่อกับลำธารนอกเมือง แต่ที่นั่น... น่าจะมีกองกำลังซุ่มรออยู่"
"ดี ยิ่งมีพวกมันมาก ยิ่งประหยัดเวลาในการกวาดล้าง" จ้าวเฟยหรงแค่นหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาคู่นั้นเปล่งประกายอำมหิตดั่งพญาจิ้งจอกที่รอคอยเหยื่อเดินเข้ากรง "ในเมื่อหลี่กุ้ยเฟยส่งสุนัขรับใช้มาต้อนรับเราถึงที่นี่ เช่นนั้นเราก็ควรส่งของขวัญชิ้นใหญ่กลับไปให้ถึงตำหนักในเช่นกัน"
ทั้งสองไม่รอช้า อาศัยจังหวะที่กลุ่มควันพิษกำลังจางลงพุ่งทะยานผ่านช่องแคบมืดทึบ ฝ่าความหนתเหน็บและสายฝนโปรยปรายยามราตรีเข้าสู่เขตแดนทุรกันดารนอกกำแพงเมืองหลวง ลมหายใจหอบกระชั้นและหยาดเหงื่อที่ผสานกับหยาดน้ำค้างบนใบหน้าไม่ได้ทำให้ฝีเท้าของทั้งคู่ชะลอลงแม้แต่น้อย การเดินทางในค่ำคืนนี้ไม่ใช่เพียงการหลบหนีจากการตามล่า แต่เป็นการชิงไหวชิงพริบเพื่อกระชากหน้ากากผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลังความเน่าเฟะของราชสำนัก
ผ่านพ้นพงหญ้ารกชัฏและแนวป่าสนทึบ เบื้องหน้าคือโรงเตี๊ยมร้างกลางป่าทึบที่ดูสงบเงียบผิดปรกติ แสงไฟริบหรี่จากตะเกียงน้ำมันลอดผ่านรอยแตกของหน้าต่างกระดาษ บ่งบอกว่ามีผู้คนรอคอยการมาเยือนของพวกเขาอยู่แล้ว
จ้าวเฟยหรงยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้หลิงอวี่หยุดฝีเท้า ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวอาคารเก่าแก่เบื้องหน้า "ระวังตัว มีค่ายกลซ่อนอยู่รอบโรงเตี๊ยมแห่งนี้"
หลิงอวี่พยักหน้ารับ นางดึงกระบี่สั้นประจำตัวออกมาถือไว้มั่น สติปัญญาอันเฉียบแหลมวิเคราะห์โครงสร้างสถาปัตยกรรมไม้รอบกายอย่างรวดเร็ว "นี่ไม่ใช่ค่ายกลธรรมดา เป็นค่ายกลแปดทิศย้อนรอย... คนที่วางหมากค่ายกลนี้ต้องมีความรู้เรื่องตำราพิชัยสงครามโบราณอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่โจรป่าทั่วไปแน่นอน"
"ถูกต้องแล้ว ท่านอ๋องผู้เยือกเย็น และขุนนางหญิงผู้รอบรู้"
เสียงปรบมือดังขึ้นเบาๆ จากระเบียงชั้นสองของโรงเตี๊ยม ก่อนที่ร่างระหงในอาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายดอกโบตั๋นดิ้นทองจะก้าวออกมาปรากฏกายภายใต้แสงจันทร์ สตรีรูปงามผู้มีรอยยิ้มเย้ายวนแต่แววตากลับเย็นชาดั่งน้ำแข็ง นางคือ 'มู่หรงซู' มือขวาคนสนิทของหลี่กุ้ยเฟย ผู้ได้รับมอบหมายให้นำราชโองการลับมาเด็ดหัวเสี้ยนหนามทั้งสองด้วยตนเอง
"คิดไม่ถึงว่าพวกท่านจะรอดพ้นจากอุโมงค์มรณะมาได้ น่าชื่นชมจริงๆ" มู่หรงซูเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลก ทว่ามือเรียวกลับโบกขึ้นเป็นสัญญาณเงียบๆ
*ฉับพลัน!* รอบตัวของจ้าวเฟยหรงและเซวียนหลิงอวี่ก็ปรากฏเงาร่างของมือสังหารในชุดดำนับร้อยชีวิตพุ่งออกมาจากความมืด พวกมันปิดล้อมทั้งสองไว้ทุกสารทิศด้วยค่ายกลที่สมบูรณ์แบบ บรรยากาศกดดันจนแทบหยุดหายใจ
เซวียนหลิงอวี่สูดลมหายใจเข้าลึก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อย นางหันไปสบตากับจ้าวเฟยหรงที่ยังคงยืนนิ่งสงบดั่งขุนเขา ไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ ในแววตาคู่นั้น มีเพียงประกายความดุดันที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกอุปสรรคให้เป็นจุล
"ดูเหมือนว่า... ค่ำคืนนี้เราจะได้สะสางบัญชีแค้นกันเสียที" จ้าวเฟยหรงกล่าวเรียบๆ มือหนากระชับกระบี่ในมือแน่น ไอสังหารแผ่พุ่งจนใบไม้รอบกายปลิดปลิว
ทว่า ในวินาทีที่คมดาบของทั้งสองฝ่ายกำลังจะเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด ทันใดนั้นเอง ลูกศรดอกหนึ่งพุ่งแหวกอากาศปักลงตรงกลางระหว่างทั้งสองฝ่ายอย่างแม่นยำ ปลายลูกศรคาบกระดาษสีชาดประทับตราหยกประจำพระองค์ไว้เด่นชัด
มู่หรงซูที่กำลังยิ้มเยาะกลับต้องชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันทีเมื่อเห็นตราประทับนั้น
จ้าวเฟยหรงหรี่ตาลงเล็กน้อย ใช้ปลายกระบี่เขี่ยกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่าน กวาดสายตาผ่านตัวอักษรหมึกดำเพียงไม่กี่คำ ร่างสูงสง่าถึงกับชะงักค้าง นัยน์ตาคู่นคมปลาบไหววูบด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
หลิงอวี่รีบกวาดสายตามองข้อความบนราชโองการลับนั้นด้วยใจระทึก และประโยคสั้นๆ ที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ก็ทำให้ลมหายใจของนางแทบหยุดลง—
*“ฮ่องเต้สวรรคตแล้ว... ผู้ครองราชย์องค์ใหม่มีรับสั่งให้ประหารชีวิตเยี่ยอ๋องและขุนนางหญิงเซวียนหลิงอวี่ทันที ในฐานะกบฏแผ่นดิน!”*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระแสลมแห่งอำนาจมาด้วยกันในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว•ตอนที่ 18
รอยเท้าในแดนทุรกันดาร
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!