โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว•ตอนที่ 9

หมากกระดานการเมือง

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
เสียงไม้สนหนาฟาดทับวงกบจนบานประตูสลักลายหงส์คู่สะบั้นลงเป็นสองท่อน เศษฝุ่นละอองจากคานไม้โบราณร่วงหล่นคล้ายหิมะโปรยปรายท่ามกลางแสงคบเพลิงสีส้มแดงที่สะท้อนกับเกราะเหล็กวาววับของกองทหารราชองครักษ์เสื้อแพร เซวียนหลิงอวี่มิได้ขยับกายถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว นางยังคงยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะเขียนหนังสือไม้จันทน์หอม ปลายน้องนางเรียวบางยังคงแตะค้างอยู่บนฎีกาลับที่หมึกยังไม่ทันแห้งสนิทดี ดวงตาคู่หงส์กวาดมองผู้มาเยือนอย่างพินิจพิเคราะห์ ไร้ซึ่งร่องรอยความตื่นตระหนก ทว่าสมองกลับหมุนวนเร็วจี๋ราวกับกงจักร "บังAอาจนัก! ดึกดื่นค่อนคืนเช่นนี้ เหตุใดใต้เท้าสวีจึงนำกองกำลังบุกรุกเข้ามาถึงเขตหอจดหมายเหตุชั้นใน มีราชโองการจากฮ่องเต้หรือตราประทับจากสำนักกิจการภายในหรือไม่!" น้ำเสียงของเซวียนหลิงอวี่ยังคงราบเรียบ ทว่าทรงพลังและก้องกังวานพอที่จะหยุดยั้งฝีเท้าของทหารนับสิบที่กรูเข้ามาได้ชั่วขณะ ขุนนางใหญ่ฝ่ายซ้ายอย่าง 'สวีจง' ก้าวออกมาจากแถวทหาร รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้ายับย่นตามวัย ดวงตาหรี่ลงมองสตรีตรงหน้าดั่งเหยี่ยวที่พบเหยื่อในกรง "ใต้เท้าเซวียน... มิใช่ข้าไร้มารยาท แต่เพราะคดีใหญ่กำลังรอให้ท่านไปสะสางต่างหาก" สวีจงแค่นหัวเราะในลำคอ กวาดสายตามองเอกสารกองพะเนินบนโต๊ะ "มีรายงานลับจากตำหนักในว่าใต้เท้าแอบลักลอบนำบัญชีเสบียงคลังหลวงที่สูญหายไปเมื่อสามปีก่อนมาซ่อนไว้ที่นี่ เพื่อเตรียมส่งต่อให้พรรคพวกนอกราชสำนัก... นี่คือความผิดฐานเป็นหนอนกระบะทรายขายชาติ โทษสถานเดียวคือประหารเจ็ดชั่วโคตร!" คำกล่าวหาฉับพลันนี้หนักหนาสาหัสยิ่งนัก หากเป็นขุนนางผู้อื่นคงทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ทว่าเซวียนหลิงอวี่กลับยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันจนสวีจงรู้สึกขัดตา "บัญชีเสบียงคลังหลวงหรือคะ..." นางทวนคำ น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางฤดูเหมันต์ "ใต้เท้าสวีช่างหูไวตาไวเสียจริง ข่าวกรองในตำหนักในรวดเร็วยิ่งกว่าม้าเร็วสนามหลวงเสียอีก ทราบแม้กระทั่งว่าข้าเก็บสิ่งใดไว้... น่าแปลกใจเสียจริง ว่าเหตุใดท่านจึงรู้ดีนักว่าหลักฐานชิ้นนั้น 'ควรจะ' อยู่ที่นี่" สวีจงหน้าตึงขึ้นมาทันทีเมื่อถูกย้อนถามด้วยประโยคนี้ เขากัดฟันกรอด โบกมือสั่งการเสียงกร้าว "ไม่ต้องต่อความยาวสาวความยืด! ค้นให้ทั่ว! หากพบสมุดบัญชีเล่มนั้น แม้แต่เส้นผมของนางก็อย่าให้รอดไปได้!" ทหารองครักษ์กรูเข้าไปรื้อค้นข้าวของในห้องทำงานทันที ตำราราคาแพง ม้วนภาพวาดโบราณ และหีบสมบัติถูกปัดป่ายจนกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น ทว่าในขณะที่ความวุ่นวายกำลังพروเข้าจุดสูงสุด สายตาของเซวียนหลิงอวี่กลับเหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่ทาบทับอยู่บนผนังกระดาษสาด้านนอกหน้าต่าง เงาร่างนั้นสูงโปร่ง สง่างาม และคุ้นเคยยิ่งนัก... กลิ่นอายความเยือกเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจากความมืดมิดเบื้องนอก ทำให้หัวใจที่สงบนิ่งมาตลอดของนางกระตุกวูบ *จ้าวเฟยหรง...* เขามิได้เข้ามาช่วยนางทันที ทว่ากลับเลือกที่จะยืนดูอยู่บนความมืดมิด ปล่อยให้นางเป็นฝ่ายเดินหมากตานี้ด้วยตนเอง เพื่อทดสอบว่ากวางน้อยในกำมือของเขาจะเอาตัวรอดจากคมเขี้ยวสุนัขป่าได้อย่างไร *เพล้ง!* เสียงแจกันหยกขาวราคาแพงถูกกวาดตกลงมาแตกละเอียด ทหารนายหนึ่งวิ่งเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าสวีจง พร้อมกับชูสมุดปกหนังสีดำเล่มหนึ่งขึ้นเหนือหัว "ใต้เท้าสวี! พบแล้วขอรับ! ซ่อนอยู่ใต้แผ่นกระดานลับใต้โต๊ะทำงานของนางขอรับ!" สวีจงคว้าสมุดเล่มนั้นมาพลิกดูอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นตราประทับลับของกระทรวงการคลังและลายมือที่คุ้นเคย รอยยิ้มแห่งชัยชนะก็ฉีกกว้างจนน่าเกลียด "ฮ่าๆๆๆ! หลักฐานคาตาเช่นนี้ ใต้เท้าเซวียน ท่านยังจะมีคำแก้ตัวอันใดอีกหรือไม่! ควบคุมตัวนางไปคุกใต้ดินหลวง!" ทหารสองนายก้าวเข้ามารวบแขนของเซวียนหลิงอวี่ทันที แรงบีบที่หัวไหล่แน่นจนเนื้อตัวชาหนึบ ทว่าเซวียนหลิงอวี่หาได้ดิ้นรน นางเพียงแต่เงยหน้าขึ้นสบตากับสวีจงอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตาดำขลับคู่นั้นสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงเปล่งประกายคมกริบดั่งใบมีด "ใต้เท้าสวีรีบร้อนเกินไปเสียแล้วนะคะ..." นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ทุกคนในโถงทางเดินได้ยินชัดเจน "ท่านบอกว่านี่คือบัญชีเสบียงคลังหลวงเมื่อสามปีก่อน... แต่ท่านเคยพลิกดู 'หน้าสุดท้าย' ของสมุดเล่มนั้นหรือยัง ว่ามันประทับตราของหน่วยงานใดกันแน่" สวีจงชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นความฉงน เขาพลิกสมุดเล่มนั้นไปที่หน้าสุดท้ายอย่างรวดเร็ว และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ดวงตาของขุนนางเฒ่าก็เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก บนหน้ากระดาษแผ่นสุดท้าย มิใช่ตราประทับของกระทรวงการคลัง... แต่มันคือ 'ตราพยัคฆ์ทมิฬ' แห่งกองทัพพิทักษ์ประจิม! กองกำลังส่วนตัวที่ขึ้นตรงต่อเยี่ยอ๋อง 'จ้าวเฟยหรง' แต่ผู้เดียว! "นี่มัน... อะไรกัน!" สวีจงผงถอยหลังไปสามก้าว สมุดในมือสั่นเทาราวกับถือถ่านไฟร้อนจัด ทันใดนั้น ความเงียบสงัดราวกับป่าช้าก็เข้าปกคลุมทั่วบริเวณ เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับร้อยคู่ราวกับเสียงฟ้าคำรามก็ดังขึ้นจากด้านนอก พร้อมกับธงศึกปักรูปหงส์ดำโบกสะบัดท่ามกลางราตรี "บังอาจนัก!" เสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น ดั่งน้ำแข็งขั้วโลกเหนือดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหน้า ท่ามกลางแถวทหารที่แหวกออกเป็นสองฝั่ง ร่างสูงสง่าในชุดคลุมปักลายมฆาสีดำสนิทก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า ดวงตาหงส์คมปลาบกวาดมองสวีจงด้วยรัศมีกดดันที่แทบทำให้ผู้อื่นอยากคุกเข่าลงหมอบกราบ เยี่ยอ๋อง จ้าวเฟยหรง เสด็จมาแล้ว! "ท่านอ๋อง..." สวีจงหน้าถอดสี เข่าอ่อนยวบลงคุกเข่ากับพื้นด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดขีด "กระหม่อม... กระหม่อมเพียงแต่..." "เพียงแต่จับกุมคนของเปิ่นหวางอย่างนั้นหรือ?" จ้าวเฟยหรงก้าวเข้าไปใกล้สวีจงทีละก้าว เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นหินดังสะท้อนก้อง กลิ่นอายสังหารแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวแทบแข็งตัว เซวียนหลิงอวี่มองแผ่นหลังกว้างของบุรุษที่ยืนอยู่เบื้องหน้า หัวใจที่เคยเยือกเย็นกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง นางรู้ทันทีว่านี่คือการวางหมากขั้นเด็ดขาดที่จ้าวเฟยหรงยอมใช้ตัวนางเป็นเหยื่อล่อ เพื่อเปิดโปงรังหนูของสวีจงและขุนนางฝ่ายกุ้ยเฟยออกมาให้หมดในคราเดียว จ้าวเฟยหรงหยุดยืนเบื้องหน้าสวีจง รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาเอื้อมมือไปหยิบสมุดบัญชีจากมือของขุนนางเฒ่าช้าๆ ก่อนจะกระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน "เล่นสนุกพอหรือยัง... ใต้เท้าสวี? แต่ทว่า หกระดานนี้ เพิ่งจะเริ่มเดินตากลโกงแรกเท่านั้น..." ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังพลิกผันและฝ่ายของเซวียนหลิงอวี่กำลังเป็นผู้กุมความได้เปรียบ จู่ๆ ขันชราหน้าตาตื่นคนหนึ่งก็วิ่งฝ่าวงล้อมเข้ามา พร้อมกับชูราชโองการสีทองอร่ามในมือขึ้นเหนือหัวด้วยความตื่นตระหนก "พระราชโองการด่วนที่สุดจากตำหนักใน! ปลดขุนนางเซวียนหลิงอวี่ออกจากตำแหน่ง และ... พระราชทานจอกสุราพิฆาต ประทานความตายแก่เยี่ยอ๋อง ข้อหากบฏต่อแผ่นดิน!" ดอกโบตั๋นพันปีขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในหมากเกมนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%