โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว•ตอนที่ 15

ความลับใต้เงาอำนาจ

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นอายจางๆ ของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับหยาดโลหิตที่ยังไม่แห้งสนิทบนพื้นหินอ่อนศิลาขาว ลอยอบอวลอยู่ภายใต้ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว ณ ตำหนักใน ห้วงเวลาเช่นนี้ ราชโองการฉบับล่าสุดยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ดุจเสียงคำรามของพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้แหลقคามือ เซวียนหลิงอวี่มิได้สะท้านสะเทือนต่อความตายที่จ่ออยู่ปลายกระบี่ แม้ร่างบอบบางในอาภรณ์ปักลายหงส์เพลิงจะยืนอยู่ท่ามกลางราชองครักษ์นับสิบที่ชักกระบี่ออกจากฝัก แววตาคู่คมดุจกวางสาวเผชิญหน้ากับความจริงที่ถูกเปิดโปงอย่างไม่คิดหลบเลี่ยง ปลายพู่กันหยกขาวในมือของนางยังคงหยดหมึกสีชาดลงบนพื้นทีละหยด... หยด... ราวกับเวลาของแผ่นดินกำลังนับถอยหลัง "หลิงอวี่ เจ้ากล้าดียังไงถึงยังสงบนิ่งได้เช่นนี้?" สุ้มเสียงเยียบเย็นดั่งน้ำค้างแข็งในยามเหมันต์ดังขึ้นจากเบื้องหลัง ม่านมุกถูกปัดออกเผยให้เห็นร่างสูงสง่าของจ้าวเฟยหรง เยี่ยอ๋องผู้กุมอำนาจครึ่งแผ่นดิน แม้ในยามที่สถานการณ์พลิกผันจนกลายเป็นผู้ต้องหาคดีกบฏ รัศมีกดดันรอบตัวเขากลับมิได้ลดทอนลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับคมกริบเสียยิ่งกว่าคมกระบี่ในมือทหารหาญ "หากหม่อมฉันมัวแต่ตื่นตระหนกตามพระราชโองการปลอมๆ ฉบับนั้น เกรงว่าความจริงคงถูกฝังกลบไปพร้อมกับซากศพของขุนนางตระกูลหลี่แล้วกระมังเพคะ, ท่านอ๋อง" นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับบาดลึกเข้าปักกลางใจผู้ฟัง ดวงตาคู่งามหันกลับไปสบกับนัยน์ตาพญาเหยี่ยวของชายหนุ่ม ความลับที่ซุกซ่อนอยู่ใต้เงาอำนาจมาเนิ่นนาน บัดนี้ถึงเวลาต้องรื้อฟื้นขึ้นมาพิสูจน์บนหมากกระดานนี้แล้ว ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน องค์กรลับ "เงาพยัคฆ์ทมิฬ" ที่เล่าขานกันในหมู่ราษฎรว่าเป็นกลุ่มมือสังหารนอกกฎหมาย แท้จริงแล้วหาใช่กบฏที่ต้องการล้มล้างราชบัลลังก์ไม่ หากแต่เป็นเครือข่ายลับที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชประสงค์ลับของอดีตฮ่องเต้ เพื่อตรวจสอบการทุจริตและกวาดล้างขุนนางกังฉินที่หลี่กุ้ยเฟยและตระกูลขุนนางใหญ่หนุนหลังอยู่ และผู้ที่กุมกุญแจสำคัญทั้งหมด... คือตราประทับหยกมังกรทองที่หายสาบสูญไปพร้อมกับคลังเสบียงหลวง "เจ้าแน่ใจหรือว่าเอกสารที่เจ้าถืออยู่ในมือ... จะสามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้จริง?" จ้าวเฟยหรงก้าวเข้ามาใกล้ ปลายจมูกของเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นกายหอมละมุนดั่งดอกโบตั๋นพันปีที่โชยมาจากกายสาว แม้ในยามวิกฤตสตรีผู้นี้ก็ยังคงรักษาความเย่อหยิ่งและงดงามไว้อย่างไม่เสื่อมคลาย "หม่อมฉันไม่เคยเดิมพันด้วยสิ่งที่ไม่มั่นใจเพคะ... ทว่าสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าเอกสารเหล่านี้ คือเหตุใดพระราชโองการจับกุมจึงมาถึงเร็วกว่ากำหนดการเดิมถึงสามวัน นั่นหมายความว่า... ในหมู่พวกเรา มีหนอนกระดาษที่คอยส่งข่าวให้ฝั่งตำหนักในมาโดยตลอด" เซวียนหลิงอวี่แย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยคมศร ขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ประตูตำหนักชั้นในก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามือของนางกำนัลคนสนิทของหลี่กุ้ยเฟย พร้อมกับร่างของขันทีเฒ่าที่ถือราชโองการสีทองอร่ามก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง "เยี่ยอ๋อง! เซวียนหลิงอวี่! พระสนมเอกมีรับสั่ง... หากพวกเจ้ายังดื้อดึงไม่ยอมมอบบัญชีรายชื่อขององค์กรลับแต่โดยดี อย่าหาว่าพวกเราไม่ไว้หน้าพระราชวงศ์!" จ้าวเฟยหรงแค่นยิ้มเย็นชา มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของเซวียนหลิงอวี่เข้าหาตัวอย่างถือสิทธิ์ ดึงร่างนางเข้ามาแนบชิดจนไออุ่นจากกายแผ่ซ่านถึงกัน แววตาของท่านอ๋องฉายแววดุดลุกโชนดั่งเปลวไฟในเตาหลอม "หากข้าจะมอบ... ข้าควรจะมอบให้แก่ผู้ใดกันเล่า?" สิ้นคำพูดของเยี่ยอ๋อง ทหารองครักษ์รอบด้านก็พลันเปลี่ยนท่าที กระบี่ในมือที่เคยเล็งมาที่เขากลับหันปลายคมเข้าหาขันทีและนางกำนัลจากตำหนักในในพริบตาเดียว! ดวงตาของขันทีเฒ่าเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด ร่างสั่นเทานั่งคุกเข่าลงกับพื้นทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า ตนเองต่างหากที่เป็นฝ่ายเดินเข้ามาสู่ "หลุมพราง" ที่แท้จริง เซวียนหลิงอวี่มองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เคมีอันเร่าร้อนและเฉียบคมระหว่างนางกับบุรุษผู้นี้หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ทว่า... ในจังหวะที่นางกำลังจะยื่นมือส่งมอบสมุดบัญชีเล่มสุดท้ายให้เขา สายตาของนางเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มที่ทาบทับอยู่บนหน้าต่างกระดาษด้านนอก เงาของมือสังหารที่ถือหน้าไม้เล็งตรงมายังแผ่นหลังของเยี่ยอ๋อง! "ระวังเพคะ!" นางไม่ลังเลที่จะพุ่งเข้าประคองร่างสูงให้หลบวิถีลูกศรอาบยาพิษที่พุ่งทะลุกระดาษเข้ามา เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น ลูกศรดอกนั้นปักลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอม ห่างจากหัวใจของเยี่ยอ๋องเพียงไม่กี่ชุนเท่านั้น จ้าวเฟยหรงคว้าตัวนางเข้าสู่อ้อมกอดอย่างรวดเร็ว แววตาที่เคยเยือกเย็นราบเรียบกลับไหววูบด้วยความตระหนกเป็นครั้งแรก เขาก้มลงมองสตรีในอ้อมแขนที่ลมหายใจเริ่มติดขัด และเมื่อก้มลงมองที่หัวไหล่บอบบาง... คราบโลหิตสีดำคล้ำก็เริ่มซึมผ่านอาภรณ์สีขาวออกมาอย่างรวดเร็ว! ลูกศรอาบยาพิษ... มิได้เล็งมาที่เขา แต่มันเล็งมาที่นาง! "หลิงอวี่!" สุ้มเสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจกลับสั่นพร่าด้วยความตระหนกเป็นครั้งแรกในชีวิต บนโต๊ะหนังสือเบื้องหน้า ถ้วยชาอุ่นที่เพิ่งรินเสร็จเมื่อครู่ถูกกระแสลมพัดจนเอียงคว่ำ หยดน้ำชาสีเขียวมรกตไหลปะปนกับหยดเลือดสีดำสนิทบนพื้นศิลา ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมอีกครั้ง ประตูตำหนักชั้นในก็ถูกถีบกระเด็นออกอย่างไร้ความปรานี พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษผู้หนึ่งในชุดเกราะทองคำหนักอึ้ง—องค์ชายรองผู้กุมอำนาจกองทัพพิทักษ์นครหลวง ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมในมือถือป้ายอาญาสิทธิ์ที่แท้จริง! "พี่ใหญ่... ดูท่าทางท่านจะหาญกล้าเกินไปแล้วกระมัง ที่กล้าซ่องสุมกำลังกบฏเช่นนี้... และดูเหมือนว่า 'สตรี' ผู้นี้ จะหมดประโยชน์ที่จะหายใจต่อไปแล้วกระมัง?" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจมาให้ความลับดำมืดนี้เปิดเผยร่วมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%