โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว•ตอนที่ 7

กับดักในตำหนักใน

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นอายของกำยานหลิวสุ่ยที่ลอยอวลอยู่เบื้องหน้าไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในตำหนักซูฮวาดูผ่อนคลายลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับสร้างความรู้สึกอึดอัดจนคล้ายอากาศเจือด้วยเศษแก้วคมกริบ ทุกย่างก้าวที่เซวียนหลิงอวี่กดลงบนพื้นหินอ่อนขัดมันสะท้อนเสียงก้องกังวาน ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว ยามไฮ่ล่วงเลยมาจนล่วงเข้าสู่ช่วงเวลาที่เงาไม้ด้านนอกทาบทับหน้าต่างกระดาษสา ดุจกรงเล็บอสูรที่คอยตะกุยตะกายหาเหยื่อ "ขุนนางหญิงเซวียน... เจ้าช่างกล้าหาญนัก หรือควรเรียกว่า 'บังجาญ' ดีเล่า?" น้ำเสียงเยียบเย็นดั่งน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดูเอื้อiนเอ่ยขึ้นจากสตรีผู้ประทับอยู่เบื้องบน หลี่กุ้ยเฟยในอาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายหงส์ทอง องค์ประกอบใบหน้ายังคงงดงามเย้ายวนตามแบบฉบับสนมเอกผู้กุมหัวใจโอรสสวรรค์ ทว่าแววตากลับว่างเปล่าและเต็มไปด้วยร่องรอยของการกดขี่ข่มเหง เซวียนหลิงอวี่คุกเข่าลงตามพิธีการ ขยับกายถวายพระพรด้วยความสำรวม แม้ในใจจะตระหนักดีว่าทุกย่างก้าวที่นางกรายเข้ามาในเขตหวงห้ามแห่งนี้ เท่ากับการเอาชีวิตมาแขวนไว้บนเส้นด้าย "หม่อมฉันเซวียนหลิงอวี่ เป็นเพียงขุนนางน้อยฝ่ายหอจดหมายเหตุ มิกล้าอาจเอื้อมคำว่าบังอาจเพคะ เพียงแต่... เบื้องหลังคดีทุจริตเสบียงทหารชายแดน มีชีวิตของทหารหาญนับหมื่นที่ต้องแลกมาด้วยความหิวกระหาย หากหม่อมฉันนิ่งดูดาย วิญญาณของพวกเขาย่อมไม่ยินยอมแน่เพคะ" คำพูดของเซวียนหลิงอวี่คมกริบดั่งใบมีดซ่อนในแพรไหม นางมิได้ก้มหน้าหลบสายตา ทว่าเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างผู้มีศักดิ์ศรีในฐานะผู้ถือกฎหมาย หลี่กุ้ยเฟยแค่น S เสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอิบอิ่ม "กฎหมายหรือ? ในวังหลังแห่งนี้ กฎหมายสูงสุดคือวาจาของเปิ่นกง! เจ้าคิดว่าการหยิบยกบัญชีลับที่ได้มาจากห้องทรงอักษรนั่น จะทำให้เจ้าล้มล้างตระกูลหลี่ได้งั้นหรือ? ช่างเป็นเด็กน้อยที่ไร้เดียงสาเสียจริง..." ฉับพลันนั้น ข้ารับใช้หญิงคนสนิทของกุ้ยเฟยก็ก้าวเข้ามาพร้อมถาดกระเบื้องเคลือบสีมุก ในนั้นมีกาชาหยกขาวและจอกสุราหนึ่งใบ กลิ่นหอมหวานของดอกเหมยอบอวลแตะจมูก ทว่าเซวียนหลิงอวี่กลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายมรณะที่แฝงมากับความหอมนั้น—*พิษสลายโลหิต* ไม่มีผิดแน่ "ดื่มมันเสีย... แล้วเปิ่นกงจะเมตตาไว้ชีวิตบิดาชราของเจ้าที่บ้านเดิม หรือหากเจ้าปฏิเสธ ศพของเจ้าอาจจะลอยขึ้นมาในสระบัวหลวงโดยไม่มีใครล่วงรู้สาเหตุ... เลือกเอาเถอะ ขุนนางน้อย" ท่ามกลางความกดดันที่บีบรัดหัวใจจนแทบหยุดเต้น เซวียนหลิงอวี่ไม่แสดงอาการหวาดกลัวให้นางสนมผู้กระหายอำนาจได้เห็นแม้แต่น้อย นิ้วมือเรียวบางใต้ชายแขนเสื้อกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อ ปลายนิ้วสัมผัสกับแผ่นป้ายหยกพกรูปจันทร์เสี้ยว... สัญลักษณ์แห่งพันธสัญญาที่เยี่ยอ๋องมอบไว้ให้ก่อนลอบเข้าวัง *เขายังไม่มา... หรือนี่คือจุดจบของนางจริงๆ?* ทว่า ในวินาทีที่มือเรียวเอื้อมไปแตะจอกสุราอันเย็นเฉียบ ประตูตำหนักไม้สักทองก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยพลังภายในอันมหาศาล จนลมพายุหมุนกรรโชกเข้ามาพัดพากลิ่นกำยานให้กระจายหายไปในพริบตา! "ใครบังอาจ!" หลี่กุ้ยเฟยผุดลุกขึ้นด้วยความตกใจ เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรเงินห้าเล็บก้าวเข้ามาท่ามกลางความมืดมิด ใบหน้าหล่อเหลาดั่งหยกสลักเย็นชาไร้ความรู้สึก ทว่าแววตาดุจพญาเหยี่ยวกลับวับวามด้วยรัศมีสังหารที่แผ่ขยายจนทุกคนในตำหนักต้องทรุดฮวบลงด้วยความหวาดกลัว... จ้าวเฟยหรง หรือ เยี่ยอ๋อง ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเซวียนหลิงอวี่ ร่างสูงใหญ่บังร่างของนางไว้มิดชิดราวกับภูผา ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปคว้าจอกสุราพิษในมือของนางขึ้นมาถือไว้ ก่อนจะหันไปสบตากับหลี่กุ้ยเฟยด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก "สนมเอกหลี่... สุราจอกนี้ รสชาติดีถึงขนาดต้องบังคับให้ขุนนางของเปิ่นหวางดื่มเชียวหรือ?" ยังไม่ทันที่หลี่กุ้ยเฟยจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด เยี่ยอ๋องกลับสะบัดข้อมือ เทสุราพิษลงบนพื้นหินอ่อนจนเกิดเสียงซู่พร้อมควันสีดำพวยพุ่ง ก่อนที่เขาจะโยกตัวเข้าประชิดข้างหูของเซวียนหลิงอวี่ แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของปีศาจยามราตรี "ตามเปิ่นหวางมา... คืนนี้ เรายังมีบัญชีเลือดที่ต้องสะสางกับคนนอกรีตอีกหลายคน..." --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับเกมการเมืองอันเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%