กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่เอ่อร์ชั้นดีที่มักหอมกรุ่นอยู่เนืองนิจในตำหนักผิงอัน ยามนี้กลับถูกกลบด้วยกลิ่นคาวสนิมเหล็กที่ลอยอวลมาจากเบื้องล่าง—กลิ่นซึ่งบ่งบอกถึงความตายที่เพิ่งได้รับการชำระสะสางอย่างเงียบเชียบ
หลี่กุ้ยเฟยทรุดฮวบลงกับพื้น ทิ้งร่างกระแทกเบาะรองนั่งปักลายหงส์ทองอย่างไม่เป็นท่า ศักดิ์ศรีของสนมเอกผู้กุมอำนาจสูงสุดในวังหลังบัดนี้พังทลายลงไม่เป็นชิ้นดี สองตาเบิกโพลงจ้องมองร่างสูงสง่าในชุดขุนนางสีม่วงเข้มที่ก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามา บุคคลที่นางเคยเชื่อมั่นสนิทใจว่ากุมชะตากรรมไว้ด้วยทองคำและอำนาจ บัดนี้กลับยืนยันความพ่ายแพ้ของนางด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
หัวหน้ากองกำลังองครักษ์ลับคุกเข่าลงเบื้องพระพักตร์ของความเงียบงัน เสียงเกราะกระทบพื้นดัง *กริ๊บ* หนักแน่น ราวกับค้อนเหล็กที่ตอกฝาโลงสนิทให้กับแผนการอันยาวนานหลายปีของสตรีตระกูลหลี่
เซวียนหลิงอวี่ก้าวตามเข้ามาติดๆ นางสวมชุดคลุมทางการสีเข้ม ปิ่นหยกขาวบนมวยผมเรียบตึงไม่ไหวติงแม้แต่น้อย ดวงตาคู่คมกวาดมองสภาพความโกลาหลเบื้องหน้าด้วยความนิ่งสงบ ดุจผิวน้ำในบึงลึกไร้ระลอกคลื่น ม้วนฎีกาและบัญชีลับในมือของนางคืออาตมภาพที่คมกริบยิ่งกว่ากระบี่เล่มใดในแผ่นดิน
"เจ้า... เจ้ากล้าหักหลังเปิ่นกงหรือ!" หลี่กุ้ยเฟยแผדเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความเคียดแค้นจนเส้นเลือดข้างขมับปูดโปน ปลายนิ้วที่สวมปลอกเล็บทองคำจิกทึ้งลงบนพรมปูพื้นจนขาดวิ่น "เปิ่นกงประทานทั้งเงินทอง อำนาจ และอนาคตให้ เหตุใด... เหตุใดเจ้าจึงเลือกทรยศข้า!"
หัวหน้าองครักษ์ผู้นั้นมิได้เงยหน้าขึ้น เขากล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ไร้ซึ่งความลังเล "กระหม่อมเป็นข้าหลวงแห่งแผ่นดิน หาใช่สุนัขรับใช้ของผู้ใด ความจงรักภักดีของกระหม่อมมีไว้เพื่อราชบัลลังก์และกฎหมาย ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์และการยักยอกทรัพย์สินของแผ่นดิน พระชายา... พระองค์ทรงเดินหมากผิดตาตั้งแต่แรกแล้ว"
คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงบนแผลสด หลี่กุ้ยเฟยหัวเราะร่าทั้งน้ำตา รอยยิ้มบิดเบี้ยวจนน่ากลัว "กฎหมาย? แผ่นดินนี้มีผู้ใดบ้างที่ไม่กอบโกย เซวียนหลิงอวี่... นังสารเลวผู้นี้ก็แค่สุนัขรับใช้ที่ใช้กฎหมายมาปิดปากคน! เจ้าคิดว่าล้มเปิ่นกงได้แล้ว ชัยชนะจะเป็นของพวกเจ้าหรือ? ฝันไปเถอะ!"
เซวียนหลิงอวี่ก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังสิโรราบ นางทอดสายตามองสนมเอกผู้เคยค้ำฟ้าด้วยความเวทนาเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบขาด "ใต้หล้าจะมีผู้กอบโกยมากเพียงใด หาใช่ข้ออ้างในการสูบเลือดสูบเนื้อราษฎรนับหมื่นที่กำลังอดอยากในมณฑลทางใต้ไม่ บัญชีลับเล่มนี้ และรายชื่อขุนนางกังฉินที่ท่านชุบเลี้ยงไว้ บัดนี้ถูกส่งถึงมือผู้ตรวจการแผ่นดินหมดสิ้นแล้ว หลี่กุ้ยเฟย... เกมของท่านจบลงแล้วเพคะ"
ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ประตูตำหนักด้านในก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างเชื่องช้า
ร่างสูงโปรดปรานในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรเงินดิ้นทองก้าวออกมาจากเงาสลัว จ้าวเฟยหรง หรือเยี่ยอ๋องผู้เลื่องลือในความโหดเหี้ยมและเยือกเย็น แววตาคมกริบดั่งจิ้งจอกเจ้าเล่ห์กวาดมองสถานการณ์ทั้งหมดด้วยความพึงพอใจ รัศมีกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนแม้แต่ขันทีและนางกำนัลที่หมอบอยู่ริมผนังยังไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"ทำได้ดีมาก หลินอวี่" สุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่น่าเกรงขาม
เซวียนหลิงอวี่หันไปประสานมือคารวะท่านอ๋องผู้เป็นทั้งคู่หูในเงาและสหายร่วมรบทางใจ สายตาที่พวกเขาสบกันนั้นเต็มไปด้วยความเข้าใจลึกซึ้งที่อยู่นอกเหนือคำบรรยาย เป็นความผูกพันที่หล่อหลอมขึ้นผ่านความเป็นความตายและเล่ห์กลทางการเมืองนับครั้งไม่ถ้วน
"เป็นฝ่าบาทและท่านอ๋องที่ทรงวางแผนได้แยบคายเพคะ หม่อมฉันเพียงทำหน้าที่เก็บกวาดเศษซากให้เรียบร้อย" นางตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพตามธรรมเนียม แต่แฝงรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก
จ้าวเฟยหรงยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนแขนเสื้อ ก้าวย่างเข้าไปใกล้เซวียนหลิงอวี่ สายตาอ่อนโยนลงวูบหนึ่งเมื่อมองสตรีตรงหน้าผู้ไม่เคยเกรงกลัวต่ออำนาจมืดใดๆ "เจ้าเหนื่อยมามากแล้ว เรื่องที่เหลือ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ขององครักษ์เสื้อแพรจัดการเถอะ"
ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าสถานการณ์สงบลงแล้ว และความยุติธรรมกำลังจะได้รับการชำระ เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นจากด้านนอกตำหนัก!
*โครม!*
ประตูไม้แกะสลักบานใหญ่ถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบ กลิ่นคาวเลือดที่เข้มข้นกว่าเดิมพวยพุ่งเข้ามาพร้อมกับเงาร่างของทหารเกราะดำนับร้อยที่กรูเข้ามาล้อมรอบตำหนักไว้จนแน่นหนา
จ้าวเฟยหรงหรี่ตาลงทันที ร่างสูงก้าวขวางหน้าเซวียนหลิงอวี่ไว้โดยสัญชาตญาณ มือหนาเอื้อมกุมด้ามกระบี่ข้างกายแน่น ขณะที่หลี่กุ้ยเฟยที่กำลังจะสิ้นชื่อ กลับเงยหน้าขึ้นหัวเราะเสียงดังลั่นอย่างคนเสียสติ
"ฮ่าๆๆๆ! พวกเจ้าคิดว่าเปิ่นกงเดินหมากแค่กระดานเดียวอย่างนั้นหรือ? ผิดแล้ว... ผิดถนัด!" หลี่กุ้ยเฟยแผדเสียงกรีดร้องด้วยความสะใจ "คนที่จะต้องตายในค่ำคืนนี้ หาใช่ข้าไม่!"
สิ้นเสียงหัวเราะ บรรยากาศภายในตำหนักก็เย็นเยียบลงถึงขีดสุด เมื่อร่างของบุคคลผู้หนึ่งก้าวผ่านกองเลือดขององครักษ์หน้าประตูเข้ามา—มือถือราชโองการสีทองอร่ามที่เปล่งประกายล่อตาล่อใจ ทว่ากลับหยดหยาดด้วยเลือดสดๆ จากศพของขุนนางผู้จงรักภักดีที่เพิ่งถูกปลิดชีพที่ท้องพระโรง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
— ดอกโบตั๋นพันปี
โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว•ตอนที่ 13
เลือดที่นองพื้นพระที่นั่ง
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!