กลิ่นกำยานมดยอบสกัดเข้มข้นลอยอวลอยู่เบื้องหน้า ม่านผ้าไหมโปร่งสีนวลสะบัดไหวตามแรงลมยามราตรีที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างแกะสลักลายดอกเหมย เซวียนหลิงอวี่นั่งหลังตรงแน่วอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวยาว เอกสารราชการกองพะเนินและคัมภีร์กฎหมายต้าเหลียงนับส่มเล่มรายล้อมราวกับค่ายกล ปลายพู่กันขนกระต่ายในมือของนางจรดลงบนกระดาษซวนจื่ออย่างมั่นคง ตัวอักษรจีนบรรจงเรียงร้อยเป็นระเบียบ สะท้อนความเด็ดเดี่ยวและไร้ความลังเลในจิตใจของสตรีผู้กุมสิทธิ์ตรวจชำระบันทึกหลวง
ทว่า ความเงียบสงบในห้องหนังสือลับต้องสะดุดลง เมื่อเสียงฝีเท้าหนักแน่นแต่แผ่วเบาดั่งเงาพรายดังขึ้นที่มุมมืด
"ข้าเตือนท่านแล้วว่า ทางเข้าหอจดหมายเหตุยามวิกาลไม่ใช่สถานที่ที่ 'ผู้บริสุทธิ์' ควรย่างกรายเข้ามา, ท่านเยี่ยอ๋อง"
หลิงอวี่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากบันทึกคดีทุจริตงบประมาณขุดลอกคูคลอง น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นชา และเปี่ยมด้วยอำนาจแห่งตำแหน่งขุนนางผู้รักษาความยุติธรรม
จ้าวเฟยหรงก้าวออกมาจากเงื้อมเงาของเสาไม้จันทน์หอม ร่างสูงสง่าในอาภรณ์ปักลายมังกรห้าเล็บสีดำสนิททอดเงายาวทับร่างเพรียวบางของนาง ใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพเซียนสลักเสลาด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชา ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"กฎหมาย กฎหมาย... ในหัวของเจ้ามีแต่คำว่ากฎหมาย โฮ่วซู (บันทึกหลวง) และราชโองการตราบาปเหล่านั้นกระมัง, หลิงอวี่"
ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ เดินเข้ามาใกล้จนกลิ่นอายบุรุษและกลิ่นสนจันทน์ประจำตัวแผ่ซ่านกดดันพื้นที่รอบตัว "เจ้าเอาแต่ก้มหน้าอ่านตัวอักษรที่ถูกแต่งแต้มโดยพวกขุนนางกังฉิน จนมองไม่เห็นความจริงที่เน่าเฟะอยู่เบื้องล่างเลยหรือ?"
เซวียนหลิงอวี่วางพู่กันลงช้าๆ เสียงกระทบของด้ามไม้กับแท่นวางดังชัดเจนในความเงียบ นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาดำขลับคู่สวยฉายประกายท้าทายและดื้อรั้นอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจใด
"ความจริงที่ท่านว่า คือการใช้วิธีนอกกฎหมายสังหารขุนนางเจ็ดบ้านแปดตระกูลโดยไม่ผ่านกระบวนการไต่สวนอย่างนั้นหรือคะ, ท่านอ๋อง?" หลิงอวี่ลุกขึ้นยืน ความสูงที่ต่างกันทำให้ชวนอึดอัด แต่นางกลับเชิดหน้าขึ้นสู้ "ท่านตั้งตัวเป็นผู้พิพากษา ตาชั่งในมือท่านเอียงเข้าข้างความสะใจและการล้างแค้นส่วนตัว มิใช่ความเที่ยงธรรม!"
จ้าวเฟยหรงหรี่ตาลง รังสีสังหารแผ่ซ่ายวูบหนึ่งก่อนจะถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มหยัน เขาเอื้อมมือหนาออกไปหมายจะเชยคางนางขึ้น แต่เซวียนหลิงอวี่กลับเบี่ยงหน้าหลบอย่างรวดเร็ว ปฏิกิริยานั้นทำให้ความหงุดหงิดฉายชัดขึ้นในดวงตาของท่านอ๋อง
"ความยุติธรรมที่เจ้าโหยหานัก มันไร้ค่าเมื่อมันปกป้องคนชั่ว!" เฟยหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงต่ำลึก ทรงพลัง และกดดัน "ขุนนางสกุลเฉินยักยอกเสบียงบรรเทาทุกข์ ประชาชนนับหมื่นต้องล้มตายกลางหิมะ เจ้าบอกให้ข้ารอหมายเรียกจากศาลต้าหลี่งั้นรึ? กว่าเอกสารจะส่งถึงมือฮ่องเต้ ข้าเกรงว่าศพของชาวบ้านคงเน่าเปื่อยกลายเป็นปุ๋ยไปหมดแล้ว!"
"หากทำลายกฎเพื่อรักษาความถูกต้อง แล้ววันหน้าบ้านเมืองจะเหลืออะไรเล่าคะ?" หลิงอวี่สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของนางสั่นเครือด้วยความอัดอั้นตันใจ ทว่าแววตายังคงแน่วแน่ "หากวันนี้ท่านอ๋องสังหารคนโดยไม่ต้องมีกฎหมาย วันหน้าคนอื่นก็จะมีข้ออ้างในการฆ่าคนโดยอ้างความชอบธรรมเช่นกัน บ้านเมืองจะต่างอะไรกับยุคสมัยแห่งการแย่งชิงของสัตว์ป่า!"
"เจ้าดื้อรั้นเกินไปแล้ว, เซวียนหลิงอวี่" เฟยหรงก้าวเข้าไปประชิดตัวนางจนแผ่นหลังของหญิงสาวแนบชิดกับชั้นหนังสือไม้ ความใกล้ชิดนี้ทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ความโกรธเกรี้ยวและความลุ่มหลงตีรวนกันอยู่ในอกของท่านอ๋อง "เจ้าคิดว่าตัวเองฉลาดนัก ปฏิเสธการร่วมมือกับข้า ปฏิเสธทางลัดที่จะทำให้เจ้ายืนอยู่จุดสูงสุด... เจ้าคิดว่าหลี่กุ้ยเฟยและกลุ่มอำนาจเก่าในราชสำนัก จะปล่อยให้ขุนนางหญิงที่ถือหางความยุติธรรมอย่างเจ้ามีชีวิตรอดไปจนถึงฤดูใบไม้ผลิหน้าอย่างนั้นหรือ?"
หลิงอวี่ชะงักไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบเมื่อได้ยินชื่อของหลี่กุ้ยเฟย แต่สีหน้าของนางยังคงแข็งกร้าว นางไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้บุรุษผู้นี้เห็นเป็นอันขาด
"ต่อให้ข้าต้องตายด้วยน้ำมือของหลี่กุ้ยเฟย หรือถูกเนรเทศไปชายแดน อย่างน้อยข้าก็ได้ตายในฐานะผู้รักษาความบริสุทธิ์ของกฎหมาย ไม่ใช่เครื่องมือกระหายเลือดเช่นท่าน!"
บรรยากาศในห้องหนังสือพลันเงียบกริบลงทันที ความเห็นต่างดั่งเหวลึกระหว่างคนทั้งสองแผ่ขยายออกจนแทบสัมผัสได้ จ้าวเฟยหรงจ้องมองดวงหน้าเนียนละเอียดที่เต็มไปด้วยความอבิเสธ เขากลืนคำพูดนับร้อยลงคอ ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นในอก ความรู้สึกที่ไม่อาจปกป้องสตรีผู้ดื้อรั้นคนนี้จากภัยมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทำให้เขาโกรธตัวเองยิ่งกว่าสิ่งใด
ก่อนที่ใครจะได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดทำร้ายจิตใจกันไปมากกว่านี้ เสียงเคาะประตูกระชั้นชิดจากด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งตามรหัสลับ ตามด้วยเสียงรายงานตื่นตระหนกของขันทีประจำตำหนัก
"ทูลท่านอ๋อง! ใต้เท้าเซวียน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... พระสนมหลี่กุ้ยเฟยทูลขอพระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้ ส่งองครักษ์เสื้อแพรมาปิดล้อมหอจดหมายเหตุแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
จ้าวเฟยหรงหันขวับไปทางประตู สีหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบดุจน้ำแข็งในพริบตา เขาก้มลงมองเซวียนหลิงอวี่ที่เวลานี้ใบหน้าถอดสีลงเล็กน้อย ทว่ายังคงยืนหยัดอย่างองอาจ
ท่านอ๋องหนุ่มแค่นยิ้มหยันที่มุมปาก ยื่นมือออกไปคว้าข้อมือเรียวของนางไว้แน่นด้วยแรงที่ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ
"ทีนี้... เจ้ายังคิดว่ากฎหมายศักดิ์สิทธิ์ที่เจ้าศรัทธนัก จะปกป้องหัวบนบ่าของเจ้าจากเงื้อมมือของหลี่กุ้ยเฟยได้หรือไม่, ใต้เท้าเซวียน?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่เกมการเมืองและวังวนแห่งความรักอันล้ำลึกนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว•ตอนที่ 3
กฎที่ไร้ความหมาย
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!