กลิ่นหอมหวานเย้ายวนของบุปผาสวรรค์ที่อวลกำจายอยู่ทั่วตำหนักผิงอ안ในยามนี้ หาได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงไม่ ตรงกันข้าม... ไออุ่นจากเตาสำริดรูปหงส์แกะสลักกลับทำให้เซวียนหลิงอวี่รู้สึกราวกับกำลังนั่งอยู่บนกองเพลิงที่ไร้เปลือก
ปลายนิ้วเรียวภายใต้แขนเสื้อผ้าต่วนปักลายเมฆสีครามยังคงสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของม้วนฎีกาหนังปลาฉลามที่ซุกซ่อนแนบเนื้อ มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่สาวใช้ผู้ซื่อสัตย์นำมาส่งมอบให้ก่อนนางจะก้าวเข้าสู่เขตหวงห้ามแห่งนี้... บัญชีลับการยักยอกเสบียงกองทัพชายแดนตะวันตก ที่มีลายเซ็นประทับตราหยกของตระกูลหลี่หราญตา
"เจ้าค่ะ... ถวายพระพรหลี่กุ้ยเฟยพระชายา ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปีเพคะ"
เซวียนหลิงอวี่ย่อกายลงถวายความเคารพอย่างงดงามตามธรรมเนียม ท่วงท่าของนางสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ที่ปราศจากแรงลม แม้จะรู้ดีว่าเบื้องหลังม่านมุกมรกตที่ทิ้งตัวลงมานั้น ซ่อนสายตาคู่งามที่พร้อมจะแว้งกัดได้ทุกเมื่อ
"ลุกขึ้นเถิดใต้เท้าเซวียน... อ้อ ไม่สี่ ตอนนี้เจ้ามิได้สวมชุดขุนนางหญิงแห่งหอจดหมายเหตุ แต่งกายงดงามเช่นนี้จึงสมเป็นสตรีหน่อย" เสียงหัวነาะแผ่วเบาดั่งเสียงกระดิ่งเงินดังลอดออกมาจากหลังม่าน หลี่กุ้ยเฟยในชุดฉลององค์สีแดงสดปักลายหงส์ทองก้าวออกมาอย่างช้าๆ รอยยิ้มบนพระพักตร์เคลือบเคลือบด้วยยาพิษ "เปิ่นกงได้ยินมาว่า เจ้าเพิ่งได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบคลังหลวงรอบใหม่กระนั้นหรือ?"
"ทูลพระชายา เป็นเพียงงานเอกสารราชการตามหน้าที่ปรกติของหอจดหมายเหตุ หาได้มีสิ่งใดน่าใส่ใจไม่เพคะ" หลิวหลิงอวี่ตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาดอกบัวซ่อนประกายความระแวดระวังไว้ภายใต้ขนตางอนหนา
"หน้าที่รึ? ช่างเป็นคำที่ฟังดูน่าชื่นชมยิ่งนัก..." หลี่กุ้ยเฟยโบกพระหัตถ์เบาๆ นางกำนัลสนิทจึงรีบยกถาดกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่เข้ามา ในนั้นมีกาน้ำชาหยกขาวที่ส่งกลิ่นหอมแปลกประหลาด กลิ่นของมันคล้ายดอกเหมยฤดูหนาว แต่กลับเจือด้วยกลิ่นฉุนบางเบาของสมุนไพรไท่หูที่ใช้กดประสาท "ทว่าบางที... หน้าที่ที่เกินขอบเขต ก็อาจนำภัยมาสู่ชีวิตอย่างไร้เหตุผลได้เช่นกัน ใต้เท้าเซวียน ดื่มชาชามี่เสียหน่อยเถิด อากาศในวังหลังช่วงนี้ออกจะเหน็บหนาวนัก"
นางกำนัลรีบก้าวเข้ามาคุกเข่า รินชาสีอำพันใสลงในจอกกระเบื้องบางเฉียบ ควันสีขาวกรุ่นลอยขึ้นแตะจมูก เซวียนหลิงอวี่กวาดสายตามองจอกชานั้นแวบหนึ่ง นางมิใช่คนไร้เดียงสาในเรื่องพิษในวังหลัง สมุนไพรไท่หูหากผสมกับชาภูเขาจะทำให้ผู้ดื่มสูญเสียความทรงจำระยะสั้นไปชั่วขณะ... พระสนมเอกผู้นี้คงต้องการค้นหาตัวม้วนฎีกาฉบับนั้นเป็นแน่
"ขอบพระทัยในความเมตตาของพระชายาเพคะ..." หลิวหลิงอวี่ยื่นมือออกไปรับจอกชา ทว่าในจังหวะที่ปลายนิ้วกำลังจะสัมผัสกับขอบกระเบื้อง ความกดดันรอบตัวก็พลันบีบรัดแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก
"ดื่มเสียสิ... อย่าให้เปิ่นกงต้องรอนาน" หลี่กุ้ยเฟยแย้มพระสรวลกว้างขึ้น ทว่าแววตากลับเยียบเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี
ทันใดนั้นเอง ประตูไม้แกะสลักลายวิจิตรของตำหนักก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง ลมหนาวพัดกรูเกรียวเข้ามาจนม่านมุกสะบัดไหว ร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีดำปักดิ้นเงินลายพยัคฆ์ทะยานก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและทรงพลัง กลิ่นอายความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์แผ่ซ่านกดทับบรรยากาศทั้งหมดในตำหนักให้ดิ่งวูบลงทันที
"เยี่ย... เยี่ยอ๋อง!" หลี่กุ้ยเฟยผุดลุกขึ้นจากตั่งด้วยความตกใจ สีพระพักตร์เปลี่ยนเป็นซีดเผือดชั่วขณะ
จ้าวเฟยหรงหาได้ชายตามองเจ้าของตำหนักแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองร่างระหงของเซวียนหลิงอวี่ที่ยังคงคุกเข่าถือจอกชาค้างไว้ พระองค์ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้านางอย่างไร้ซึ่งมารยาทในราชสำนัก ก่อนจะยื่นพระหัตถ์หนาไปปัดจอกชาในมือของนางจนร่วงหล่นแตกกระจายบนพื้นกระเบื้อง เสียงน้ำชาซู่ซ่าและเศษกระเบื้องที่กระเด็นโดนชายฉลององค์ของหลี่กุ้ยเฟยทำให้ทุกคนในตำหนักแทบไม่กล้าหายใจ
"ชาชามีรสชาติเช่นไร... เหตุใดเปิ่นหวังจึงไม่เคยรู้ว่าตำหนักผิงอ안มีชาชั้นดีถึงเพียงนี้?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเยียบเย็น ขณะที่ดวงตาคู่คมกวาดมองหน้าหลี่กุ้ยเฟยที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความโกรธและหวาดกลัวระคนกัน
"ท่านอ๋อง! นี่คือการล่วงเกินเขตพระฐานชั้นใน... พระองค์ทรงบังอาจเกินไปแล้ว!" หลี่กุ้ยเฟยตรรัสเสียงสั่น
จ้าวเฟยหรงแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงก้มลงคว้าข้อมือเรียวบางของเซวียนหลิงอวี่ให้ลุกขึ้นยืนเคียงข้างกาย ดึงนางเข้ามาอยู่ในอาณัติการปกป้องอย่างอารักขา ปลายสายตาคมกวาดมองม้วนฎีกาหนังปลาฉลามที่โผล่พ้นชายแขนเสื้อของหญิงสาวแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตาพระสนมเอกด้วยรอยยิ้มหยันที่มุมพระโอษฐ์
"ล่วงเกินหรือ? พระชายา... หากสนมเอกในเสด็จพ่อคิดจะใช้ยาพิษปลิดชีพขุนนางฝ่ายชำระความในคดีหลวง เกรงว่าสถานที่ที่ท่านควรไปอธิบาย มิใช่ตำหนักผิงอ안แห่งนี้... แต่อย่างใด"
ความเงียบงันดุจป่าช้าเข้าปกคลุมตำหนักอีกครั้ง ในขณะที่เซวียนหลิงอวี่เงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้กุมชะตากรรมของแผ่นดิน หัวใจที่เคยเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นกลับสงบลงภายใต้ไออุ่นจากฝ่ามือหนาที่กุมข้อมือของนางไว้แน่น... และในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของขันทีหลวงก็ดังขึ้นจากนอกประทับ พร้อมกับเสียงประกาศก้องที่ทำให้ทุกลมหายใจต้องสะดุด
"ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! ปลดหลี่กุ้ยเฟยสู่สามัญชนฐานสมคบคิดทุจริตคลังหลวง!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่เกมการเมืองและวังวนแห่งความรักอันล้ำลึกนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว•ตอนที่ 4
กลลวงในงานเลี้ยงน้ำชา
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โฉมงามผู้คุมกฎกับกบฏตาชั่งเดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!