กลิ่นอายของฝนยามค่ำคืนที่เพิ่งซาลง ผสมผสานกับกลิ่นอายจาง ๆ ของไวน์แดงวินเทจราคาแพงในห้องทำงานส่วนตัวของคาร์ลอส วราห์ มันช่างเยียบเย็นและทรงพลัง จนทำให้ลมหายใจของลลิลสะดุดไปชั่วขณะ
ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของชายหนุ่มจ้องมองเอกสารสัญญาบนโต๊ะสลับกับร่างบางที่ยืนตัวเกร็งอยู่เบื้องหน้า ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาในเวลานี้ แค่เพียงเอื้อมมือก็คงแตะต้องกันได้ แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลราวกับมีกระแสไฟฟ้าสถิตอยู่ทุกตารางนิ้ว
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่, ลลิล"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบจากซาตานเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัน คาร์ลอสเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นพิจารณาร่างระหงที่พยายามซ่อนความสั่นเทาไว้ภายใต้เสื้อผ้าเรียบร้อย ความอ่อนหวานที่แฝงความดื้อรั้นเล็ก ๆ ในแววตาของเธอนั้น... มันช่างน่าหงุดหงิดใจเสียจริง สำหรับมาเฟียผู้ไร้หัวใจอย่างเขา ผู้หญิงทุกคนที่ก้าวเข้ามาในชีวิตล้วนมีราคาค่างวดและจุดประสงค์ที่ซ่อนเร้น แต่กับลลิล... เขากลับหาคำตอบไม่ได้ว่าเธอกำลังทำเพื่อเงิน อำนาจ หรือบางสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้น
"ดิฉันไม่ได้เล่นเกมค่ะ ท่านประธาน" ลลิลเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมาหลุดจากซี่โครง "สิ่งที่ดิฉันทำอยู่... คือการรักษาข้อตกลงที่เรามีต่อกันต่างหากคะ"
มุมปากของคาร์ลอสกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน เขาเหยียดยิ้มราวกับเจอเรื่องตลกขบขัน ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละน้อย ทีละน้อย จนลลิลต้องถอยหลังไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งแผ่นหลังบางชนเข้ากับชั้นวางหนังสือไม้สักทองด้านหลัง
ตึง!
มือหนาข้างหนึ่งยันขอบชั้นหนังสือไว้ กักขังร่างของเธอให้อยู่ในอาณัติของเขาโดยสมบูรณ์ กลิ่นกายบุรุษผสมกับน้ำหอมแบรนด์หรูและกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ลอยเข้ามารุกล้ำประสาทสัมผัสของเธอจนแทบ
"ข้อตกลงงั้นเหรอ?" คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดข้างแก้มเนียน "แต่สิ่งที่ฉันเห็นในตอนนี้... มันไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ ลลิล คุณกำลังก้าวล้ำเส้นเขตปลอดภัยที่ฉันขีดเอาไว้"
ลลิลเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวจนเจ็บหน้าอก เธอพยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสอันตรายที่แผ่ซ่านมาจากตัวเขา แต่ปลายนิ้วแข็งแกร่งกลับเชยคางของเธอให้หันกลับมาสบตาอย่างจำยอม ดวงตากลมโตสั่นไหวระริก เธอเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่คมนั้น... เงาของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่กำลังพ่ายแพ้ให้กับความใกล้ชิดอย่างไร้ทางสู้
"ดิฉัน... ดิฉันไม่ได้ตั้งใจจะล้ำเส้นค่ะ" เสียงของเธอแผ่วเบาลงจนแทบกระซิบ เมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาไล้ผ่านแนวสันกรามเนียนแผ่วเบา ราวกับจงใจแกล้งหยอกล้อให้สติกระเจิง
"แต่เธอกำลังทำมันอยู่..."
คาร์ลอสกระซิบชิดริมหิมฝีปากของเธอ สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันแต่เต็มไปด้วยประกายระอุแปลกประหลาด ความตั้งใจแรกที่จะต้อนเธอให้จนมุมด้วยคำพูด กลับแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ สัญชาตญาณนักล่าในตัวเขากรีดร้องว่าผู้หญิงคนนี้อันตราย... อันตรายต่อหัวใจที่เคยด้านชาของเขาเอง
จังหวะนั้นเอง ฝนฟ้าที่ภายนอกเริ่มโหมกระหน่ำลงมาอย่างหนัก เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงใหญ่ทำให้ไฟในห้องทำงานกะพริบวูบวาบและดับลงทันที ความมืดเข้าปกคลุมพื้นที่โดยรอบในเสี้ยววินาที
"อุעם!"
ด้วยความตกใจจากเสียงฟ้าผ่า ลลิลเผลออุทานออกมาพร้อมกับสะดุ้งสุดตัว ร่างบางเซถลาจะล้มลงไปกองกับพื้น ทว่าคาร์ลอสไวishกว่า เขากระชากเอวบางเข้ามาแนบชิดกับอกแกร่งตามสัญชาตญาณ แรงปะทะทำให้ทั้งคู่เสียหลัก ลลิลล้มลงไปโดยมีร่างหนาของคาร์ลอสทาบทับลงมาตามแรงโน้มถ่วง
ตุบ!
หนังสือเล่มหนาหล่นร่วงลงจากชั้นกระจายเต็มพื้น แต่เสียงนั้นไม่ได้ดังเท่ากับเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นโครมครามประสานกันในความมืด ลลิลนอนราบอยู่บนพรม Persian หนาุ่ม โดยมีร่างสูงใหญ่ของคาร์ลอสกักขังเธอไว้ระหว่างแขนทั้งสองข้าง ใบหน้าของเขารônผ่าวอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่มิลลิเมตร จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดกันและกัน
ความเงียบสงบชั่วขณะถูกแทนที่ด้วยเสียงหอบหายใจระรัว ในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงแฟลชจากสายฟ้าด้านนอกสาดส่องเข้ามาเป็นระยะ ลลิลเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก มือเล็กพยายามดันแผงอกกว้างของเขาออก แต่กลับกลายเป็นการสัมผัสกล้ามเนื้อแน่นตึงใต้ร่มผ้าโดยไม่ได้ตั้งใจ
"อื้อ..." เสียงครางประท้วงในลำคอของเธอเล็ดลอดออกมา เมื่อคาร์ลอสไม่มีทีท่าว่าจะขยับหนี ซ้ำร้ายน้ำหนักตัวของเขาที่ทาบทับลงมากลับทำให้เธ้ารับรู้ถึงความเร่าร้อนและทรงพลังของผู้ชายคนนี้ได้อย่างชัดเจน
คาร์ลอสไม่ได้ขยับตัวลุกขึ้นทันทีอย่างที่ควรจะเป็น มือหนาที่ข้างหนึ่งยังยันพื้นไว้ เปลี่ยนมาเป็นไล้ปลายนิ้วไปตามแนวไหล่บางภายใต้ชุดสูททำงานของเธออย่างถือวิสาสะ สัมผัสที่แผ่วเบาราวกับขนนกแต่กลับทำให้ผิวเนื้อของลลิลร้อนวูบวาบราวน้ำต้มเดือด ความใกล้ชิดอย่างไร้ระยะห่างนี้กำลังทำลายกำแพงที่เขาสร้างขึ้นมานานนับปี
"ลลิล..." เสียงเรียกชื่อเธอดังขึ้นในความมืด มันแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงต่ำจนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกับกลีบปากนุ่มที่สั่นระริก "รู้ไหม... ว่าตอนที่เธอทำตัวอวดเก่ง แต่มือกลับสั่นแบบนี้..."
เขาเว้นจังหวะ ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มใสของเธออย่างจงใจสูดดมกลิ่นกายหอมหวานเฉพาะตัวที่ติดตรึงอยู่ในความทรงจำ
"...มันทำให้ฉันอยากทำลายเกราะป้องกันพวกนั้นให้แหลกคามือเสียจริง"
ลลิลสะท้านเฮือก เปลือกตาบางปิดลงชั่วขณะเมื่อความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความหวามไหวที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความใกล้ชิดที่เกินขอบเขตนี้กำลังผลักดันให้ทั้งคู่ก้าวข้ามเส้นแบ่งอันตรายที่ตั้งไว้
ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้การควบคุม แสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวก็พลันสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงระบบสำรองไฟที่ทำงานอัตโนมัติ เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้ชิดจนลมหายใจชนกัน และดวงตากลมโตที่ฉายแววตื่นตระหนกปนความปรารถนาที่ซ่อนไม่มิด
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของชายหนุ่มจะประทับลงมาทาบทับความนุ่มหยุ่นที่เขาเฝ้าปรารถนา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของบอดี้ที่การ์ดคนสนิทผลักเข้ามาในห้องอย่างไร้มารยาท
"นายครับ! เกิดเรื่องแล้วครับ ทางท่าเรือฝั่งตะวันออก..."
คาร์ลอสชะงักกึก นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา เขารีบผละกายออกจากร่างบางของลลิลอย่างรวดเร็ว จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยใบหน้าเรียบตึงดั่งเดิม แม้แววตาจะยังคงหลงเหลือประกายไฟแห่งความปรารถนาที่ยังมอดดับไม่สนิทก็ตาม
ลลิลรีบพยุงตัวเองลุกขึ้นยืน จัดกระโปรงและเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ใบหน้าเนียนแดงก่ำด้วยความอับอายและหัวใจที่ยังเต้นไม่เป็นส่ำ เธอก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าสบตามาเฟียหนุ่มที่ยืนหายใจกระฮืดกระฮอบอยู่ใกล้ ๆ
คาร์ลอสปรายตามองเธอนิ่งนาน ราวกับต้องการจดจำภาพความสั่นคลอนเมื่อครู่ไว้ในความทรงจำ ก่อนจะหันไปตวาดใส่ลูกน้องเสียงเข้ม
"ไสหัวออกไปรอข้างนอก!"
เมื่อลูกน้องถอยร่นออกไปพร้อมปิดประตูลงสนิท คาร์ลอสก็หันกลับมามองลลิลอีกครั้ง แววตานั้นเปลี่ยนเป็นลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความหมายที่เธอคาดเดาไม่ได้
"เกมของเรายังไม่จบแค่นี้หรอกนะ, ลลิล..." เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและอันตราย "เตรียมตัวรับมือกับบทลงโทษครั้งต่อไปให้ดีก็แล้วกัน"
หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องดังลั่น ทว่าลึก ๆ ในความหวาดหวั่นนั้น กลับมีบางสิ่งที่ร้อนรุ่มและเรียกร้องให้เธออยากก้าวเข้าสู่วังวนอันตรายของเขาโดยไม่คิดจะถอยหลังกลับเลยแม้แต่นน้อย
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจจดใจจ่อไปกับความสัมพันธ์อันร้อนระอุและซ่อนเร้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
"มิดไนท์คิส"
พันธะสเน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 4
สัมผัสแรกที่สั่นคลอน
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสเน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!