ชื่อนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในความเงียบงัน ราวกับเศษกระจกที่บาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของห้องทำงานส่วนตัว คาร์ลอสทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้หนังแท้ช้าๆ สันกรามคมกริบนูนเด่นขึ้นจากการขบกรามแน่น ดวงตาคู่นั้นไม่ได้ฉายแววคุกคามเหมือนเสือร้ายยามล่าเหยื่ออีกต่อไป แต่มันกลับลึกล้ำและว่างเปล่าจนน่ากลัว ปมในอดีตที่เขาพยายามฝังกลบไว้ด้วยอำนาจและเงินตรากำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งจากปากของบุคคลที่เขาไม่คาดคิด
"คุณ... รู้จักเขาได้อย่างไร" น้ำเสียงของคาร์ลอสแหบพร่า ทว่าเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมารอบกาย
ลลิลถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตูกระจก ความเย็นเยียบจากภายนอกแทรกซึมเข้ามาผ่านกระจกใส แต่กลับเทียบไม่ได้เลยกับความหนาวเหน็บในอก เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เหตุการณ์เมื่อครู่ที่เธอเผลอเอ่ยชื่อ 'มานพ' ออกไปเพราะความตกใจ ทำให้เธอกลายเป็นกวางน้อยที่หลงเข้ามาในเขตแดนของราชสีห์ผู้กระหายเลือดโดยไม่รู้ตัว
"ฉัน... ฉันแค่วังเวงกับเอกสารเก่าๆ ในห้องเก็บของของพ่อค่ะ" ลลิลพยายามควบคุมเสียงสั่นเครือของตัวเองให้มั่นคงที่สุด แม้หัวใจจะเต้นรัวราخواดกลองรบ "คุณอามานพเคยเป็นหุ้นส่วนเก่า... ก่อนที่เขาจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสิบปีก่อน"
คาร์ลอสเงยหน้าขึ้นช้าๆ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สาวเท้าเข้ามาใกล้ร่างบางที่สั่นเทาด้วยความกลัวทีละก้าว... ทีละก้าว จนกระทั่งกลิ่นกายหอมละมุนประจำตัวของหญิงสาวลอยวนอยู่ในอาณาเขตของเขา
"หายตัวไปอย่างนั้นเหรอ..." คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและบาดลึก "คนอย่างมันไม่เคยหายไปไหนหรอ... มันแค่รอเวลาที่จะกลับมาฉีกเนื้อฉันเป็นชิ้นๆ ต่างหาก"
ฝนข้างนอกเริ่มโปรยปรายลงมา เม็ดฝนกระทบกระจกหน้าต่างเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสียงคำรามของฟ้าแลบแปลบปลาบสะท้อนเข้ามาในห้องกว้าง บรรยากาศรอบตัวบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก ลลิลแหงนหน้ามองชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่ยืนประชิดตัว ความใกล้ชิดนี้ทำให้เธอได้กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพง มันเป็นความอันตรายที่เย้ายวนจนน่าประหลาด
กฎเหล็กที่ทั้งคู่ต่างตั้งไว้เพื่อรักษาระยะห่างเริ่มสั่นคลอนทีละน้อย ตั้งแต่คืนสัญญาปีศาจ ลลิลบอกตัวเองเสมอว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงที่เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องครอบครัว คาร์ลอสก็คือเจ้าหนี้ผู้ไร้หัวใจ แต่ในวินาทีนี้... เมื่อสายตาของเขาทอดมองลงมาด้วยความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเกรี้ยวกราด เธอกลับมองเห็นรอยร้าวในหัวใจของมาเฟียหนุ่มอย่างชัดเจน
"ถ้าเขาจะกลับมา... คุณก็ควรระวังตัวนะคะ" ลลิลกระซิบแผ่วเบา ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาคู่คมอย่างไม่หลบเลี่ยง ความเห็นอกเห็นใจบางเบาก่อตัวขึ้นในอกอย่างห้ามไม่อยู่
คาร์ลอสชะงักไปชั่วขณะ ปลายนิ้วเรียวแกร่งเอื้อมออกไปโดยไม่รู้ตัว ปลายเล็บของเขาแตะเบาๆ ที่ข้างแก้มเนียนนุ่มของหญิงสาว สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้ลมหายใจของลลิลสะดุดกึก ผิวเนื้อของเธอร้อนผ่าวราูกับโดนไฟลวก ทั้งคู่ต่างนิ่งงิ่งราวกับถูกมนต์สะกดในคืนฝนพร่ำ
"เป็นห่วงฉันเหรอ, ลลิล..." เสียงกระซิบของเขาพร่าเลือน ชิดใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวปะاتเข้ากับพวงแก้ม ลมฝนด้านนอกโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้น ราวกับธรรมชาติกำลังเป็นใจให้เส้นแบ่งที่เคยขีดไว้เริ่มเลือนรางและจางหายไปทีละนิด
"ฉัน... แค่ไม่อยากให้ใครตายในบ้านหลังนี้ค่ะ" เธอหาข้ออ้างเสียงสั่นเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่กำลังตีรวนในอก
"ปากแข็ง..." คาร์ลอสพึมพำด้วยความเอ็นดูที่ผสมผสานกับความปรารถนาอันลึกซึ้ง
สัมผัสที่ข้างแก้มเลื่อนลงมาที่คางมน นิ้วโป้งของเขาเกลี่ยริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นอย่างถือดี แรงดึงดูดระหว่างพวกเขารุนแรงเกินกว่าจะต้านทาน คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงมา ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นของกันและกัน ลลิลหลับตาลงช้าๆ ยอมจำนนต่อรสสัมผัสที่เธอโหยหาโดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นในอ้อมกว้างของชายหนุ่มเข้ามาโอบอุ้มความหวาดกลัวทั้งหมดที่มี
ริมฝีปากที่ประทับลงมาไม่ได้รุกไล่อย่างป่าเถื่อน แต่มันเต็มไปด้วยความลึกซึ้งและโหยหา ราวกับคนทั้งคู่ต่างต้องการหาที่พักพิงในคืนที่พายุโหมกระหน่ำ ลลิลเผลอยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วสอดผสานเข้ากับเส้นผมสีดำสนิทที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อย รสจูบที่ค่อยๆ ร้อนแรงขึ้นทำให้สติสัมปชัญญะของหญิงสาวพร่าเลือน ความอบอุ่นจากร่างกายของคาร์ลอสซึมซับเข้ามาในหัวใจที่ด้านชา ทำให้กำแพงที่เเธอสร้างไว้พังทลายลงในพริบตา
ท่ามกลางเสียงฝนที่ตกกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งด้านนอก ห้องทำงานหรูหรากลับอบอวลไปด้วยความสเน่หาที่ยากจะยับยั้งชั่งใจ ร่างกายแนบชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลลิลรู้สึกราวกับตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในมหาสมุทรแห่งความเสน่หาที่คาร์ลอสเป็นผู้ชี้นำ สัมผัสลึกซึ้งในคืนนี้ไม่มีข้อแม้ ไม่มีสัญญาปีศาจ มีเพียงหัวใจสองดวงที่เต้นระรัวเป็นจังหวะเดียวกัน
ทว่า... ในวินาทีที่คาร์ลอสกำลังจะประทับจูบลงบนซอกคอขาวเนียนเพื่อดื่มด่ำความหวานล้ำ เสียงเคาะประตูก็จู่โจมเข้ามาอย่างกะทันหัน เสียงนั้นดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างร้อนรน จนคนทั้งคู่ต้องสะดุ้งผละออกจากกันราวกับถูกไฟช็อต
"นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงตะโกนของลูกน้องคนสนิทดังลอดเข้ามาผ่านบานประตูไม้หนา "สายข่าวรายงานว่า 'มานพ' กำลังเดินทางมาที่รีสอร์ทแห่งนี้... และเขาไม่ได้มาคนเดียว!"
คาร์ลอสชะงักกึก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ความเหี้ยมเกรียมจะกลับมาพาดผ่านนัยน์ตาคู่นั้นอีกครั้งในเสี้ยววินาที เขากัดกรามแน่นจนสันนูนชัดเจน ขณะที่ลลิลเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อตระหนักว่า เกมที่อันตรายที่สุดกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ วินาทีนี้...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกนี้ด้วยกันนะคะ
พันธะสเน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 6
เส้นแบ่งที่เริ่มเลือนราง
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสเน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!