กลิ่นอายความเย็นเยียบของเหล้ารัมชั้นดีในแก้วเจียระไนยังไม่ทันจางหายจากริมฝีปากของคาร์ลอส บรรยากาศรอบกายในห้องรับรองวีไอพีชั้นบนสุดของโรงแรมหรู กลับถูกแช่แข็งให้สนิทด้วยเงาร่างสูงโปร่งที่ก้าวพ้นประตูเข้ามาอย่างไร้ซึ่งมารยาท
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่กระทบพื้นพรมหนานุ่มราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย ลลิลสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาเยือนใหม่ ดวงตาคู่นั้น... มันไม่ใช่สายตาของแขกผู้มีเกียรติ แต่เป็นดวงตาของสัตว์ร้ายที่หลุดกรงออกมาพร้อมขย้ำเหยื่อ
“ไม่คิดเลยว่าคนระมัดระวังตัวอย่างคาร์ลอส จะยอมเปิดช่องให้แมลงวันตัวเล็กๆ บินเข้ามาเกาะแกะถึงถิ่นได้... หึ น่าสมเพชเสียจริง”
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของ ‘วิคเตอร์’ อดีตมือขวาผู้ทรยศที่คาร์ลอสเคยคิดว่าฝังกลบไว้ในอดีตมืดมิดเมื่อหลายปีก่อน รอยแผลเป็นลากยาวจากมุมปากถึงใบหูซ้ายกระตุกยามที่ริมฝีปากหนานั้นยกยิ้มเหี้ยมเกรียม
คาร์ลอสไม่ได้ขยับตัวทันที ทว่ากล้ามเนื้อทั่วร่างของมาเฟียหนุ่มกลับเกร็งแน่นจนเสื้อเชิ้ตสีเข้มตึงเปรี๊ยะ สันกรามคมคายขบเข้าหากันจนเกิดเสียงกรอด ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีนิลจัดที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า มือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะบาร์บีบเข้าหากันจนข้อนิ้วลั่นเปรี๊ยะ แต่เหนือสิ่งอื่นใด... แขนแกร่งข้างหนึ่งได้เอื้อมออกไปคว้าเอวบางของลลิลเข้ามาชิดแนบลำตัวโดยสัญชาตญาณ ปกป้องเธอไว้เบื้องหลังแผงอกกว้างทันที
“วิคเตอร์...” เสียงของคาร์ลอสลอดไรฟันออกมา แผ่วเบาแต่ทรงพลังอำนาจจนอากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงฮวบฮาบ “แกกล้าดียังไงเหยียบเข้ามาในอาณาเขตของฉัน”
“ทำไมฉันจะกล้าไม่ได้ ในเมื่อของขวัญชิ้นงามที่แกเคยแย่งไปจากฉัน... วันนี้มันกำลังยืนสั่นเป็นลูกนกอยู่ข้างหลังแกนี่ไงล่ะ คาร์ล” สายตาดุจเหยี่ยวของวิคเตอร์กวาดมองผ่านไหล่หนาของคาร์ลอส ตรงมาที่ลลิลด้วยแววตาแทะโลมและกระหายเลือดในเวลาเดียวกัน
ลลิลรู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง ฝ่ามือเล็กกำชายเสื้อเชิ้ตของคาร์ลอสแน่นโดยไม่รู้ตัว กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความตึงเครียดรอบตัวทำให้เธอยิ่งหายใจไม่ทั่วท้อง เธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยจากแผ่นอกของชายหนุ่มที่เธอกำลังพิงอยู่ มันไม่ใช่ความกลัว... แต่มันคือความโกรธเกรี้ยวระดับสูงสุดที่ถูกสะกดกลั้นเอาไว้
“ถอยสายตาโสโครกของแกออกไปจากผู้หญิงของฉัน” คาร์ลอสคำรามต่ำในลำคอ น้ำเสียงนั้นทรงอำนาจจนหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกายยังต้องหวาดผวา เขาขยับตัวบังร่างบางของลลิลให้พ้นจากรัศมีสายตาของอีกฝ่ายอย่างมิดชิด ราวกับมังกรหวงไข่มุกอันล้ำค่า “ถ้าแกยังไม่อยากให้สมองของแกกระจายติดผนังห้องนี้ภายในสามวินาทีนี้”
วิคเตอร์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและน่ารังเกียจ เขากวาดตามองรอบห้องราวกับสำรวจภูมิประเทศ ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในเสื้อสูท ท่าทางคุกคามนั้นทำให้ลลิลเผลอกลั้นหายใจ
“ใจร้อนจริงนะเพื่อนยาก แกคิดว่าฉันมาคนเดียวเหรอ? คาร์ลอส... โลกมืดที่แกพยายามสลัดทิ้ง มันไม่เคยปล่อยแกไปหรอก และผู้หญิงคนนี้...” วิคเตอร์พยักเพยิดหน้ามาทางลลิล “เธอก็แค่หมากตัวหนึ่งที่จะทำให้บัลลังก์ของแกพังทลายลงมาอีกครั้ง เหมือนกับ... ตอนนั้น”
คำพูดจี้ใจดำทำให้แววตาสีเข้มของคาร์ลอสไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ปมในอดีตที่เขาฝังกลบไว้ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาต่อหน้าต่อตา ความแค้นที่สั่งสมมานานปะทุขึ้นในอกจนแทบควบคุมไม่อยู่ แต่เหนือความแค้นทั้งหมด... คือสัญชาตญาณดิบที่สั่งให้เขาต้องปกป้องผู้หญิงด้านหลังด้วยชีวิต
“แกไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยถึงเรื่องนั้น” คาร์ลอสพุ่งตัวออกไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป มือหนาคว้าคอเสื้อของวิคเตอร์กระชากเข้ามาประชิดตัวในพริบตาเดียว แรงปะทะทำให้แก้วเหล้าบนโต๊ะล้มคว่ำ น้ำสีอำพันกระเซ็นเปรอะเปื้อนพื้นพรม แต่วิคเตอร์กลับไม่มีทีท่าหวาดกลัว เขากลับแย้มยิ้มอย่างผู้กุมชัยชนะ
“ฆ่าฉันตอนนี้ แล้วความลับที่ว่าผู้หญิงของแกเป็นใคร... และครอบครัวของเธอมีส่วนพัวพันกับอะไรบ้าง แกจะไม่มีวันได้รู้ คาร์ลอส!”
คาร์ลอสชะงักกึก มือที่กำคอเสื้อของวิคเตอร์คลายออกเล็กน้อย ดวงตาคมกริบหันกลับมามองลลิลที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ด้านหลังด้วยความตกใจ คำพูดของวิคเตอร์ทิ้งปริศนาชิ้นใหญ่ที่บาดลึกเข้าในขั้วหัวใจของมาเฟียหนุ่ม ลลิลส่ายหน้าช้าๆ หยาดน้ำใสคลอหน่วยตาคู่สวยด้วยความตระหนก เธอยืนยันได้ทันทีว่าเธอไม่เคยเกี่ยวข้องกับโลกมืดของวิคเตอร์มาก่อน แต่วิคเตอร์กำลังเล่นเกมจิตวิทยาเพื่อทำลายความเชื่อใจระหว่างเขากับเธอ
“อย่าไปฟังเขา... คาร์ลอส...” ลลิลเอ่ยเสียงสั่นเครือ มือเรียวเอื้อมไปแตะแขนแกร่งของชายหนุ่มเบาๆ ราวกับต้องการเหนี่ยวรั้งความมั่นใจของเขาไว้ “ฉันไม่รู้เรื่อง... ฉันไม่รู้จักผู้ชายคนนี้เลยจริง่อนะคะ”
คาร์ลอสสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมสติ อารมณ์ดิบเถื่อนถูกกดทับลงไปภายใต้หน้ากากความเยือกเย็นอีกครั้ง เขาดันวิคเตอร์ออกไปห่างๆ ด้วยแรงมหาศาลจนชายร่างสูงเซถอยหลังไปสองสามก้าว ก่อนจะหันมาใช้สายตาที่อ่อนลงเพียงนิดเดียวมองหญิงสาวที่เขากำลังปกป้อง
“ฉันเชื่อเธอ... ลลิล” เสียงทุ้มเอ่ยลอดไรฟันอย่างหนักแน่น แม้ภายนอกจะดูนิ่งสงบ แต่รังสีอำมหิตรอบตัวยังคงแผ่ซ่าน “แต่อย่าปล่อยมือจากฉันเด็ดขาด เข้าใจไหม”
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของวิคเตอร์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ วิคเตอร์เหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่ง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะกดรับสายแล้วเปิดสปーカーโฟนท่ามกลางความเงียบงันของห้อง
*(‘จัดการเรียบร้อยแล้วครับนาย... ตอนนี้เป้าหมายที่บ้านพักของตระกูลนาราภัทร กำลังอยู่ในกำมือเราแล้ว’)*
สิ้นเสียงรายงานจากปลายสาย ลลิลเบิกตากว้างจนแทบถลน ร่างกายชาวาบไปถึงขั้วหัวใจ ความหวาดกลัวพุ่งทะยานขึ้นสู่ขีดสุดเมื่อตระหนักได้ว่า... อันตรายไม่ได้อยู่แค่ตรงหน้าเธอเวลานี้ แต่มันกำลังพุ่งเป้าไปที่คนที่เธอรักที่สุดที่บ้านหลังนั้น!
“พ่อกับแม่...!” ลลิลอุทานออกมาอย่างคนเสียสติ สองขาแทบทรุดลงไปกองกับพื้นหากคาร์ลอสไม่คว้าเอวบางเอาไว้เสียก่อน
วิคเตอร์หัวเราะลั่นห้องอย่างสะใจ ดวงตาคู่เหี้ยมเกรียมจ้องมองมาที่คาร์ลอสด้วยความเหนือกว่า “เกมเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเองนะ คาร์ลอส... แกจะเลือกปกป้องผู้หญิงในอ้อมแขน หรือจะวิ่งกลับไปช่วยครอบครัวที่กำลังจะมอดไหม้เป็นจุลในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า?”
คาร์ลอสขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน ดวงตาสีนิลคู่นั้นฉายแววเหี้ยมเกรียมชนิดที่โลกต้องจารึก เขากระชากร่างของลลิลเข้าแนบอกแน่น พร้อมกับคว้าปืนพกสีดำสนิทออกจากเอวขึ้นมาปลดล็อกเซפต์อย่างรวดเร็วท่ามกลางความตกใจของวิคเตอร์
“แกคิดตื้นเกินไป... วิคเตอร์” คาร์ลอสพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบดั่งมาจากขุมนรก “แกคิดว่าฉันเป็นหมาจนตรอกเหรอ ถึงได้ส่งคนไปบ้านหลังนั้นโดยไม่รู้เลยว่า... ฉันส่งหน่วยคุ้มกันฝีมือดีที่สุดไปรอต้อนรับพวกมันตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว!”
วิคเตอร์หุบยิ้มทันที สีหน้าของอดีตมือขวาเปลี่ยนเป็นซีดเผือกในพริบตา ทว่าในวินาทีที่สถานการณ์กำลังพลิกผัน ประตูห้องรับรองด้านหลังบาร์ก็ถูกถีบพังกระเด็นเข้ามาอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าของชายฉกรรจ์อีกนับสิบชีวิตในชุดสูทสีดำที่พกอาวุธครบมือ กรูกันเข้ามาปิดล้อมพวกเขาทุกด้าน!
และคนที่ก้าวเข้ามาเป็นคนสุดท้ายในกลุ่มนั้น... คือบุคคลที่ทำให้คาร์ลอสต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด เพราะเขาคือคนที่ควรจะนอนตายอยู่ก้นทะเลสาบเมื่อสามปีก่อน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจจดใจจ่อไปกับความลุ้นระทึกนี้นะคะ
พันธะสเน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 7
ศัตรูในคราบมิตร
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสเน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!