นิ้วมือที่สั่นเทาของกิตติค้างอยู่เหนือปุ่มสีแดง ตัวเลขดิจิทัลบนหน้าจอสาดแสงสีเลือดสาดส่องลงบนใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความบ้าคลั่ง
*เจ็ด... หก... ห้า...*
เสียงหัวใจของลลิลเต้นโครมครามรากับจะทะลุออกมานอกอก ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น แต่ในวินาทีที่ความเป็นความตายทับซ้อนกันนั้นเอง คาร์ลอสก็ไม่ลังเลแม้แต่นินทาเดียว ร่างหนาโถมเข้าใส่ร่างของกิตติอย่างดุดันราวกับพญาอินทรีขย้ำเหยื่อ แรงกระแทกส่งผลให้ทั้งคู่กลิ้งหลุดจากระเบียงห้องควบคุมตกลงสู่เบาะนิรภัยชั่วคราวชั้นล่าง เสียงวัตถุกระแทกพื้นดังสนั่นหวั่นไหวตามด้วยเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด
*ปัง! เสียงสัญญาณเตือนครั้งสุดท้ายตัดขาดลงในความเงียบ*
ลลิลหอบหายใจโยนตัวลงไปกองกับพื้น มือเรียวบางยกขึ้นกุมขมับที่เต้นตุบๆ หยาดน้ำตาที่สะกดกลั้นไว้ไหลรินลงมาอาบแก้มอย่างเงียบเชิด ความมืดมิดของโกดังร้างแห่งนี้ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับความคิดที่ว่า เธอเกือบจะสูญเสียเขาไปชั่วนิรันดร์
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งเงาร่างคุ้นเคยปรากฏขึ้นตรงหน้า ลลิลเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาที่พร่ามัว คาร์ลอสเดินกลับเข้ามาในแสงสลัวของหลอดไฟสำรอง เสื้อผ้าของเขาเปรอะเปื้อนคราบเขม่าและหยาดเลือด รอยแผลถลอกตามใบหน้าและลำคอไม่ได้ลดทอนความน่าเกรงขามลงเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งขับเน้นให้ดวงตาคมกริบคู่นั้นดูดุดันและลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่ซ่อนพายุร้ายไว้ภายใน
"คุณคาร์ล..." เสียงของเธอกระซิบแผ่วเบา สั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้
ชายหนุ่มไม่ตอบ เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วแล้วดึงร่างบางเข้าสู่อ้อมอกกว้างทันที อ้อมแขนที่เคยโอบกอดเธอด้วยความเย่อหยิ่งและต้องการเพียงครอบครอง บัดนี้กลับสั่นเทาน้อยๆ อย่างที่ลลิลไม่เคยสัมผัสมาก่อน มันเป็นความสั่นเทาที่เกิดจากการตระหนักรู้ว่า... เขาเกือบจะปกป้องผู้หญิงคนนี้ไว้ไม่ได้
"เธอโง่มาก ลลิล..." เสียงทุ้มต่ำพึมพำอยู่ข้างขมับ ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกับกลิ่นควันปืนและกลิ่นกายเฉพาะตัวโอบล้อมเธอไว้ "รู้ไหมว่าฉันเกือบจะฆ่าไอ้สารเลวนั่นด้วยมือเปล่า... และฉันก็เกือบจะเสียเธอไป"
"ลลิลแค่อยากช่วย..." เธอยังคงดื้อรั้นแม้ในยามที่น้ำตานองหน้า สองมือเล็กกำสาบเสื้อเชิ้ตที่ขาดวิ่นของเขาแน่น "ถ้าคุณตายไป... ลลิลจะอยู่ยังไงคะ"
คำพูดนั้นราวกับกุญแจดอกสำคัญที่ไขเปิดประตูปิดตายในใจของคาร์ลอส เขาผละออกเล็กน้อยเพื่อใช้ปลายนิ้วเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มนวลอย่างทะนุถนอม แววตาที่เคยแข็งกระด้างและเต็มไปด้วยความระแวงระวังต่อโลกใบนี้ บัดนี้กลับอ่อนโยนจนน่าใจหาย มันคือสายตาของคนที่ยอมจำนนต่อหัวใจตัวเองอย่างราบคาบ
"ฉันไม่เคยกลัวตาย..." คาร์ลอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า นัยน์ตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "แต่ความคิดที่ว่าโลกนี้ไม่มีเธออยู่... มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังตกนรกทั้งเป็น ลลิล"
หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ความหวาดกลัวในอก คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังนี้ หนักหน่วงยิ่งกว่าพันธะสัญญาฉบับใดๆ ที่พวกเขาเคยทำร่วมกัน ในความมืดสลัวและกลิ่นอายความตายที่ยังหลงเหลืออยู่ ระยะห่างระหว่างพวกเขาก็ถูกหลอมรวมให้กลายเป็นหนึ่งเดียว
ริมฝีปากหยักลึกประทับลงมาบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างแผ่วเบาในคราแรก ก่อนจะทวีความเร่าร้อนและลึกล้ำขึ้นตามแรงอารมณ์ที่อัดอั้น มันไม่ใช่จูบแห่งการครอบครองเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เหมือนเช่นวันเก่า แต่เป็นจูบแห่งความจริงใจ การเยียวยา และการประกาศิตว่านับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ชีวิตของพวกเขาทั้งคู่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ลลิลหลับตาลงรับสัมผัสอันวาบหวามนั้น ปล่อยให้รสจูบที่ทั้งดุดันและอ่อนโยนดึงเธอดิ่งลงไปในวังวนแห่งเสน่หา มือเรียวเลื่อนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง นิ้วมือสอดแทรกไปตามเส้นผมหยักศกของเขา ตอบรับความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่คิดจะหลบ
เมื่อผละริมฝีปากออกจากกันอย่างอ้อยอิ่ง ทั้งคู่ต่างหอบหายใจเบาๆ คาร์ลอสซบหน้าผากเข้ากับหน้าผากของเธอ ปลายนิ้วยังคงเกลี่ยแก้มเนียนอย่างรักใคร่ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความเงียบสงบที่แปลกประหลาด ท่ามกลางซากปรักหักพังของแผนการสกปรกและความแค้น ความสัมพันธ์ของพวกเขากลับเติบโตหยั่งรากลึกอย่างมั่นคง
"เราจะเริ่มต้นใหม่กันเร็วนี้นะ ลลิล" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมใบหู "ลืมสัญญาบ้าๆ ระหว่างเราไปซะ ต่อจากนี้... เธอเป็นของฉัน และฉันเป็นของเธอด้วยหัวใจ ไม่ใช่ด้วยพันธะใดๆ ทั้งสิ้น"
ลลิลพยักหน้ารับช้าๆ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนริมฝีปากที่บวมเจ่อเล็กน้อยจากรสจูบ ความหวังและอนาคตที่เธอไม่เคยกล้าฝันถึง บัดนี้มันอยู่ตรงหน้าแล้ว...
ทว่า ในขณะที่ความอบอุ่นกำลังโอบล้อมหัวใจของคนทั้งคู่ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังแว่วมาจากทางด้านนอกทางเข้าโกดัง เสียงเหล็กกระทบกันและการตะโกนสั่งการเป็นภาษาต่างประเทศทำลายความเงียบงันลงทันที
คาร์ลอสขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาเหยี่ยวเปลี่ยนเป็นคมกลาตันในเสี้ยววินาที ร่างหนาขยับตัวบังลลิลไว้ด้านหลังตามสัญชาตญาณการระแวดระวังภัยทันที
ไฟฉายลำแสงจ้าสาดส่องเข้ามาภายในความมืด ก่อนที่ร่างของชายในชุดสูทสีดำสนิทผู้หนึ่งจะก้าวพ้นเงาไม้ออกมา พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ชวนให้สันหลังวาบหวิว
"ไม่คิดเลยนะครับว่าจะเจอคุณสภาพนี้... นายใหญ่คาร์ลอส" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักทายพร้อมกับเสียงปรบมือเบาๆ สองสามครั้ง "ดูท่าทางคุณจะเสร็จศึกหนักมาสินะครับ... แต่, น่าเสียดายจริงๆ ที่เกมมันยังไม่จบแค่นี้"
ลลิลเบิกตากว้างเมื่อมองข้ามไหล่ของคาร์ลอสไปเห็นใบหน้าของผู้ที่มาใหม่ ชายคนนั้นคือคนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นในสถานที่แห่งนี้... คนที่ถือไพ่เหนือกว่าพวกเขาทั้งหมดในเงาเบื้องหลัง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ มิดไนท์คิสซึ้งใจมากๆ ค่ะ
พันธะสเน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 13
คำสารภาพในความมืด
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสเน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!