ถ้วยกาแฟเซรามิกสีดำสนิทในมือของคาร์ลอสถูกวางลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระทบเบาๆ ทว่าดังก้องพอจะทำลายความเงียบงันภายในห้องพักริมหน้าผาของรีสอร์ทหรู ‘เยชา’ ดวงตาคมกริบสีเทาเข้มคู่นั้นไม่ได้ทอดมองทัศนียภาพของท้องทะเลสีครามที่ทอดยาวไร้ขอบเขตเบื้องล่าง หากแต่กำลังจับจ้องร่างบางที่กำลังงלוนอยู่กับการจัดแจงเสื้อผ้าของตัวเองหน้ากระจกเงาบานใหญ่
ลลิลในยามนี้ไม่มีคราบของหญิงสาวผู้แบกรับภาระอันหนักอึ้ง หรือทาสสัญญาที่ถูกพันธะปีศาจล่ามโซ่ไว้อีกต่อไปแล้ว ผิวเนียนละเอียดสะท้อนกับแสงไฟสีส้มอ่อนในห้อง ทำให้เธอดูเปล่งประกายราวกับภาพวาดชั้นดี แม้จะเป็นชุดเดรสผ้าลินินสีครีมเรียบง่ายที่ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรมากมาย แต่มันกลับขับเน้นทรวดทรงระหงและเอวคอดกิ่วให้ยิ่งน่ามอง จนเจ้าของอาณาจักรสีเทาอดไม่ได้ที่จะขยับกายลุกขึ้นจากโซฟา เดินเข้าไปประชิดร่างบางโดยไร้ซึ่งซุ่มเสียง
สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือหนาที่โอบรอบเอวบางไว้จากด้านหลัง ทำให้ลลิลสะดุ้งเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ ทว่าเมื่อแผ่นหลังนุ่มแนบเข้ากับอกแกร่งที่คุ้นเคย ความตึงเครียดก็มลายหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ เธอมองเงาของเขากับเธอในกระจก ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนยากจะหาคำใดมานิยาม
"คิดอะไรอยู่คะ?" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียนที่โผล่พ้นร่มผ้า คาร์ลอสเกยคางไว้บนลาดไหล่นั้น ปลายจมูกโด่งรั้นสูดดมความหอมอ่อนๆ จากซอกคอระหงอย่างถือสิทธิ์
"ไม่ได้คิดอะไรค่ะ... แค่กำลังรู้สึกว่า ทุกอย่างมันเหมือนความฝัน" ลลิลตอบเสียงแผ่วเบา มือเรียวยกขึ้นสัมผัสมือหนาที่กุมเอวเธอไว้
"ความฝันเหรอ?" คาร์ลอสทวนคำ น้ำเสียงของมาเฟียหนุ่มเจือความเย้าแหย่เล็กน้อย มือใหญ่เปลี่ยนจากการโอบกอดเป็นการจับพลิกตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้ากัน นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นทอดมองเธอนิ่งนาน ราวกับต้องการสลักภาพหญิงสาวตรงหน้าไว้ในห้วงความทรงจำ "ถ้ามันคือความฝัน... ฉันก็คงไม่อยากตื่นตลอดไป ลลิล"
คำพูดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของคนที่ขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจและเลือดเย็น ทำเอาหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ลลิลเม้มริมฝีปากแน่นพยายามซ่อนความเขินอายที่กำลังระบายบนพวงแก้ม เธอยังจำความรู้สึกในคืนก่อนได้ดี คืนที่พันธะสัญญาลวงตาถูกฉีกกระชากทิ้งด้วยความลึกซึ้งและจริงใจ คืนที่ไม่มีเรื่องหนี้สิน ไม่มีข้อแลกเปลี่ยนใดๆ ระหว่างกัน มีเพียงหัวใจสองดวงที่เปลือยเปล่าต่อกันและกันอย่างแท้จริง
"คุณคาร์ล... พูดจาแปลกๆ นะคะ" เธอเอ่ยเสียงอู้อี้ ก้มหน้าหลบสายตาที่ร้อนแรงราวกับจะแผดเผาของเขา
"ฉันพูดความจริง" คาร์ลอสใช้นิ้วเรียวเชยคางมนขึ้นบังคับให้เเววตาคู่สวยสบตากันตรงๆ ปลายนิ้วกร้านไล้ผ่านริมฝีปากอิ่มแผ่วเบา "เธอรู้ใช่ไหม... ว่าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป จะไม่มีกระดาษแผ่นไหนมาขีดเส้นตายชีวิตเธอได้อีกแล้ว สิ่งเดียวที่จะผูกมัดเราไว้ด้วยกัน... คือหัวใจของเธอกับฉัน"
ความหมายที่ซ่อนอยู่หลังประโยคเรียบง่ายนั้นหนักแน่นเสียยิ่งกว่าพันธะสัญญาใดๆ บนโลกใบนี้ น้ำตาคลอหน่วยขึ้นที่หน่วยตาของลลิลด้วยความตื้นตัน ความหวาดระแวงที่เคยฝังรากลึกในใจถูกชะล้างออกไปจนหมดสิ้น เธอยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ดึงรั้งให้โน้มลงมาหา ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากหนาอย่างโหยหาและเต็มใจ
จูบที่เริ่มต้นด้วยความหวานล้ำค่อยๆ ทวีความเร่าร้อนขึ้นตามแรงอารมณ์ คาร์ลอสตอบรับสัมผัสนั้นด้วยความลึกซึ้ง มือหนารั้งเอวบางให้เข้ามาแนบชิดจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน ความเงียบงันภายในห้องถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามประสานกันอย่างไร้ที่ติ ไม่มีเงาของความหวาดกลัว ไม่มีคราบน้ำตาแห่งความจำยอม มีเพียงสเน่หาที่บริสุทธิ์และหอมหวานที่ทั้งคู่ต่างมอบให้แก่กันและกันอย่างไม่นึกเสียดาย
พวกเขาลืมเวลา ลืมโลกภายนอก ลืมแม้กระทั่งความจริงอันโหดร้ายที่เคยพัดพาให้มาพบกัน ในเวลานี้ มีเพียงอ้อมกอดของกันและกันคือความจริงแท้เพียงหนึ่งเดียว
ช่วงบ่ายคล้อยของวัน ทั้งสองตัดสินใจเดินเล่นริมชายหาดส่วนตัวของรีสอร์ท ลลิลถอดรองเท้าแตะออก ปล่อยให้เท้าเปล่าสัมผัสกับผืนทรายเนียนละเอียด ขณะที่คาร์ลอสเดินเคียงข้างโดยมีเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นรอยสักรูปอินทรีที่ท่อนแขนแกร่ง ลมทะเลพัดปอยผมของหญิงสาวให้ปลิวไสวไปตามแรง คาร์ลอสเอื้อมมือไปทัดผมให้เธอด้วยความทะนุถนอมอย่างที่ไม่อาจหาได้จากมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลคนเดิม
"เหนื่อยไหม?" เขาเอ่ยถามท่ามกลางเสียงคลื่นซัดสาด
"ไม่เลยค่ะ... อยู่กับคุณคาร์ล ลลิลไม่เคยรู้สึกเหนื่อยเลย" เธอยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่บริสุทธิ์ที่สุดตั้งแต่เขาเคยเห็นมา คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะดึงมือเธอมากุมไว้ แนบฝ่ามืออุ่นเข้ากับผิวเนื้อนุ่ม
"ต่อจากนี้ไป ฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากเอาความสุขแบบนี้ไปจากเธออีก ลลิล... จำคำพูดของฉันไว้"
น้ำเสียงจริงจังและแววตาเด็ดเดี่ยวของเขาทำให้ลลิลพยักหน้ารับเบาๆ เธอซบศีรษะลงกับลาดไหล่กว้างของเขาขณะเดินเคียงกันไปตามชายหาด ความสุขที่เอ่อล้นอยู่ในอกทำให้เธอคิดว่านี่คือจุดจบที่สวยงามที่สุดในชีวิตของเธอแล้ว...
ทว่า เธอกลับลืมไปว่า คนอย่าง ‘คาร์ลอส วราห์’ ไม่เคยเป็นเจ้าของความสงบสุขได้ยาวนานเพียงชั่วข้ามคืน
เมื่อพวกเขากลับมาถึงล็อบบี้ส่วนตัวของวิลล่าหรู บรรยากาศแสนหวานที่เคยอบอวลกลับถูกแทนที่ด้วยความเยียบเย็น บอดี้สืบสวนชุดสูทสีดำสนิทสองคนยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตู สีหน้าของลูกน้องคนสนิทอย่าง ‘มาคัส’ ดูเคร่งเครียดจนผิดปกติ ทันทีที่เห็นร่างสูงเดินเข้ามา มาคัสก็รีบก้าวเข้าไปกระซิบรายงานบางอย่างด้วยน้ำเสียงเบาราวเสียงกระซิบ
คาร์ลอสหยุดเดินทันที ร่างกายที่เคยผ่อนคลายกลับมาตึงเกร็งขึ้นในฉับพลัน ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีนิลเข้มจัด ความอบอุ่นเมื่อครู่อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงร่องรอยของความเหี้ยมเกรียมที่ลลิลไม่เคยเห็นมานาน
"เกิดอะไรขึ้นคะ?" ลลิลถามด้วยความสังหรณ์ใจที่ไม่สู้ดีนัก เธอบีบมือของเขาไว้แน่น
คาร์ลอสไม่ได้ตอบคำถามทันที เขาก้มมองหน้าเธอนิ่ง แววตาฉายความลังเลอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเด็ดขาดที่ยากจะต้านทาน เขาดึงมือเธอนำเข้าไปในห้องโถงกว้าง และภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ก็ทำให้ลมหายใจของลลิลสะดุดกึกทันที
บนโซฟารับแขกกลางห้อง มีร่างของชายวัยกลางคนคนหนึ่งนั่งไขว่ห้างรออยู่ เส้นผมสีดอกเลาและใบหน้าที่เคยคุ้นตาทำให้ลลิลแทบช็อกค้าง ชายผู้ซึ่งเป็นต้นเหตุของความฉิบหายทั้งหมดในชีวิตเธอ... ชายผู้เอาเธอไปจำنวลแลกกับหนี้สินก้อนโต...
พ่อเลี้ยงของเธอเอง
"เซอร์ไพรส์ไหมล่ะ ลูกสาวตัวดี..." พ่อเลี้ยงส่งยิ้มหยันให้ ขณะที่คาร์ลอสยืนนิ่งเป็นรูปปั้น หันกลับมามองเธ้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามที่เธอยังไม่ได้เตรียมใจจะตอบ
มิดไนท์คิสซึ้งใจที่นักอ่านทุกท่านร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันเสมอนะคะ
พันธะสเน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 14
รุ่งอรุณแห่งความสุข
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสเน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!