เสียงแก้วคริスタルกระทบกันเบาหูในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของเพนต์เฮาส์หรู ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศตึงเครียดผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย
"คุณคิดจริงๆ หรือคะคาร์ลอส ว่าการเงียบใส่ฉัน จะทำให้เรื่องราวเมื่อสามปีก่อนมันเลือนหายไปได้"
น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงไว้ด้วยพิษสงร้ายกาจดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่คาร์ลอสจงใจสร้างขึ้นเพื่อขับไล่ผู้มาเยือน
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ดวงตาคมกริบสีสนิมเหล็กมองลอดผ่านกลุ่มควันจางๆ จากมวนซิการ์ในมือ ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ราวกับรูปสลักหินอ่อนที่ไร้หัวใจ แต่กรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน บ่งบอกว่าเสือร้ายตัวนี้กำลังอดกลั้นต่อความน่ารำคาญถึงขีดสุด
"ไอรีน... ฉันคิดว่าเราเคลียร์กันจบไปตั้งแต่สนามบินวันนั้นแล้ว" คาร์ลอสเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ กังวานและทรงอำนาจจนทำให้คนที่ได้ยินต้องขนลุก "และที่สำคัญ คุณไม่มีสิทธิ์มาเหยียบที่นี่โดยไม่ได้รับอนุญาต"
หญิงสาวเจ้าของชื่อ—ไอรีน อดีตคู่หมั้นผู้หายสาบสูญไปพร้อมกับรอยแผลเป็นในอดีตที่คาร์ลอสเกือบฝังกลบมันลงดิน ยิ้มเยาะที่มุมปาก เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอย่างถือวิสาสะ ชุดเดรสสีแดงเพลิงขับเน้นเรือนร่างเย้ายวนให้โดดเด่นท่ามกลางความมืดสลัวของห้อง เธอย่อตัวลงใช้มือเรียวบางแตะลงบนปกเสื้อสูทของเขาอย่างจงใจยั่วยวน
"สามปีก่อน คุณเคยบอกว่าฉันคือคนที่กุมหัวใจคุณไว้ครึ่งหนึ่ง... วันนี้ฉันกลับมาทวงคืนทั้งหัวใจและตำแหน่งที่ควรจะเป็นของฉันแล้วค่ะคาร์" นิ้วเรียวกรีดกรายลงมาที่แผงอกแกร่ง "ผู้หญิงบ้านๆ คนนั้น... ลลิล... เธอเป็นแค่ตัวแทนชั่วคราวที่คุณใช้แก้ขัดไม่ใช่หรือคะ? อย่าบอกนะว่าคุณเผลอใจให้ลูกหนี้ตกอับคนนั้นจริงๆ"
จังหวะนั้นเอง ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกเบาๆ พร้อมกับร่างบางของลลิลที่ถือถาดชาสมุนไพรเข้ามา ดวงตากลมโตชะงักค้าง ภาพที่เห็นตรงหน้า—หญิงสาวแปลกหน้าในชุดแดงกำลังแนบชิดกับชายหนุ่มที่เธอเพิ่งมอบทั้งตัวและหัวใจให้—ทำให้ถาดในมือแทบจะร่วงหล่นลงพื้น
หัวใจของลลิลกระตุกวูบ ความรู้สึกหนาหนักแล่นพล่านขึ้นมาจุกที่ลำคอ แม้เธอจะเตือนตัวเองเสมอว่าระหว่างเธอกับคาร์ลอสเป็นเพียง "พันธะสวาท" ที่แลกมาด้วยหนี้สิน แต่ภาพบาดตานี้กลับกรีดแทงหัวใจดวงน้อยจนเจ็บแปลบ
"ลลิล..." คาร์ลอสผุดลุกขึ้นยืนทันที นัยน์ตาคมฉายแววร้อนรนอย่างที่ไอรีนไม่เคยได้เห็นมาก่อน เขาปัดมือของหญิงสาวออกอย่างไร้เยื่อใยแล้วสาวเท้ายาวๆ ตรงดิ่งเข้ามาหาภาระผูกพันเพียงหนึ่งเดียวของเขา "มันไม่ใช่..."
"ไม่ต้องอธิบายหรอกค่ะคุณคาร์ลอส" ลลิลสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำใสที่รื้นขึ้นมาขอบตา เธอยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เจ็บปวดเสียจนคาร์ลอสรู้สึกเหมือนถูกมีดกรีดซ้ำ "ฉันแค่นำน้ำชามาให้... ดูเหมือนว่าคุณกำลังมีแขกคนสำคัญ ฉันขอตัวก่อนนะคะ"
"เดี๋ยวก่อนสิคะน้องลลิล" เสียงหวานหยดของไอรีนเอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน เจ้าของเรือนร่างระหงเดินนارتเข้ามาสมทบ ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างประณีตประดับด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย "ในเมื่อฉันกำลังจะกลับมาอยู่ที่นี่ในฐานะ 'คู่หมั้น' ของคาร์ลอส... ฉันว่าเราควรทำความคุ้นเคยกันไว้ดีกว่านะคะ เผื่อว่าต่อไปเธอจะต้องรับหน้าที่เป็นคนรับใช้คอยดูแลความสะอาดในห้องนอนของเราต่อ"
คำพูดนั้นบาดลึกยิ่งกว่าคมมีด ลลิลชะงักเท้าที่กำลังจะหมุนตัวหนี เธอยืนนิ่งราวกับถูกสาบให้เป็นหิน ความภาคภูมิใจที่เหลืออยู่น้อยนิดถูกเหยียบย่ำจนแหลกละเอียด แต่หญิงสาวเลือกที่จะไม่ร้องไห้ฟูมฟาย เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ซ่อนความเปราะบางไว้ภายใต้เกราะกำบังแห่งความเย่อหยิ่งที่เพิ่งค้นพบ
"ยินดีด้วยล่วงหน้านะคะ... สำหรับตำแหน่ง 'คู่หมั้น' ของคุณ" ลลิลหันไปสบตาไอรีนตรงๆ น้ำเสียงนิ่งเรียบแต่สั่นเครือเล็กน้อย "หวังว่าคุณจะทนรับมือกับ... 'รสนิยม' ของเขาได้นานกว่าครั้งก่อนนะคะ"
พูดจบ ลลิลก็วางถาดชาลงบนโต๊ะใกล้ที่สุดแล้วสาวเท้ามุ่งหน้าออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่เปิดโอกาสให้คาร์ลอสได้เอמהอธิบายอะไรอีก
"ลลิล!" คาร์ลอสคำรามลั่นด้วยความโกรธจัด เขานัยน์ตาวาวโรจน์หันกลับมามองต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ไอรีนสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูง แต่เธอกลับยิ้มรับอย่างไร้ความเกรงกลัว
"คุณใจร้อนกับเด็กคนนั้นเกินไปแล้วนะคะคาร์ลอส" ไอรีนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ผู้หญิงโลภมากแบบนั้น ก็แค่เสียใจไปตามระเบียบ เดี๋ยวเอาเงินฟาดหัวสักก้อนเธอก็ไปแล้วค่ะ"
"คุณไม่รู้จักเธอ... และคุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องเธอ ไอรีน!" คาร์ลอสพุ่งเข้าไปกระชากต้นแขนของอดีตคู่หมั้นด้วยความแรงจนหญิงสาวนิหน้าด้วยความเจ็บปวด "จำใส่สมองของคุณเอาไว้ ถ้าลลิลเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายเส้นผมเดียว ผมจะทำให้บริษัทตระกูลของคุณหายไปจากแผนที่โลกภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง!"
ไอรีนกัดริมฝีปากแน่น ความริษยาแล่นริ้วขึ้นมาในอกจนน่ากลัว ในเมื่อเธอใช้ไม้นิ่มไม่ได้ผล ก็คงต้องใช้ไม้แข็งเพื่อกำจัดเสี้ยนหนามชิ้นนี้ให้พ้นทาง
ในขณะเดียวกัน ลลิลที่เดินหนีออกมาจากห้องทำงาน ทรุดตัวลงพิงกำแพงห้องโถงทางเดินอย่างไร้เรี่ยวแรง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความจริงที่ว่าเธอกับเขาอยู่กันคนละโลกถูกตอกย้ำด้วยการกลับมาของอดีตคู่หมั้นผู้เพียบพร้อม ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังจะยกมือขึ้นปาดน้ำตา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากมุมมืดของทางเดินหนีไฟ
"เสียใจด้วยนะจ๊ะหนูนา... ที่ฝันหวานมันดันสลายเร็วกว่าที่คิด"
เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยเอ่ยทักขึ้น ลลิลสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นมองร่างสูงของชายวัยกลางคนผู้มีศักดิ์เป็นอาแท้ๆ ของคาร์ลอส—บูรพา—ที่ก้าวออกมาจากเงหามืด พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่แฝงไปด้วยความน่าสะพรึงกลัว
"คุณอา..." ลลิลครางชื่อนั้นอย่างหวาดผวา ถอยหลังกรูดจนชิดผนัง
"อยากรู้ความลับไหมล่ะ... ว่าทำไมยัยผู้หญิงคนนั้นถึงกลับมาได้ในจังหวะเวลานี้พอดี" บูรพาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่สั่นประสาท "เพราะฉันเป็นคนพาเธอกลับมา... เพื่อทำลายหัวใจหลานชายตัวดีของฉัน และเพื่อดึงเธอให้หลุดพ้นจากหลุมพรางนี้ยังไงล่ะเด็กน้อย"
มิดไนท์คิสขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันเสมอนะคะ
พันธะสเน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 15
พายุลูกใหม่กำลังตั้งเค้า
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสเน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!