กริคลิก... เสียงปลดล็อกกระสุนปืนพกสแตนเลสสตีลสีเงินเงาวับดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านลอยอบอวลไปทั่วห้องทำงานหรูหรา
"คิดจะไปไหนคะ... คุณชายคาร์ลอส"
เสียงหวานเยือกเย็นที่เอ่ยทักขึ้นไม่ได้ทำให้ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของคาร์ลอสเบนเบือนไปจากร่างระหงที่ยืนขวางประตูไว้เลยแม้แต่น้อย ทว่ามันกลับทำให้เส้นเลือดขมับของมาเฟียหนุ่มเต้นตุบด้วยความโกรธเกรี้ยว ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มเกือบกลืนไปกับเงื้อมเงาของความมืดขยับเข้าประชิดด้วยความเร็วราวกับเสือชีตาห์ที่พร้อมขย้ำเหยื่อ มือหนาเอื้อมคว้าต้นแขนเรียวของหญิงสาวผู้มาเยือนอย่างไม่ปรานีปราศรัย บีบแน่นจนคนถูกกระทำต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่รอยยิ้มบนเรียวปากเคลือบลิปสติกสีแดงสดกลับยิ่งกว้างขึ้น ราวกับหล่อนกำลังสนุกสนานกับความพินาศที่ตนเองเป็นคนจุดชนวน
"เมลดา... เธอรนหาที่ตายเองนะ"
เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาทีละคำ แววตาของคาร์ลอสแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะ มืออีกข้างกระชากปืนขึ้นเล็งจ่อขมับหญิงสาวผู้เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งในอดีตอย่างไร้ความลังเล
เวลาเดียวกันนี้... ลลิลกำลังเผชิญหน้ากับความมืดมิดและกลิ่นอัปชื้นของห้องใต้ดินร้าง หญิงสาวถูกมัดมือไพล่หลังติดกับเก้าอี้ไม้เก่าๆ ร่างกายระหงเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจากการต่อสู้ขัดขืนเมื่อหลายชั่วโมงก่อน แม้ลมหายใจจะเริ่มติดขัดและเรียวปากแห้งผากจนแตกเป็นรอยปริ แต่แววตาคู่สวยที่เคยอ่อนหวานกลับฉายแววเด็ดเดี่ยว ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลยสักนิด มีเพียงความคิดเดียวที่วนเวียนอยู่ในหัว... ขอแค่ให้เธอรอดไปได้ หรือต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร เธอก็จะไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือให้ใครมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอีก
*กึก! เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นคอนกรีตดังสะท้อนก้อง*
ลลิลเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก ท่ามกลางแสงไฟสลัวจากหลอดไฟดวงเดียวที่แกว่งไกวไปมา ร่างสูงโปร่งของศัตรูตัวฉกาจอย่าง 'กิตติ' ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าคมคายแต่น่าขยะแขยง ปลายนิ้วเรียวคีบบุหรี่ที่ถูกจุดไฟไว้จนปลายส้มเรืองรอง
"อวดดีนักนะแม่ดอกฟ้า... ผู้นำตระกูลวราห์จะคลั่งขนาดไหนถ้ารู้ว่าของเล่นราคาแพงของมันกำลังจะหมดลมหายใจในที่โสโครกแห่งนี้" กิตติหัวנסพึงพอใจ พ่นควันสีเทาโขมงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วร้อนๆ ของบุหรี่จี้ลงใกล้ต้นแขนเนียนจนลลิลต้องกัดริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงกรีดร้อง ไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้สมใจอยาก
ตัดกลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลวราห์... สถานการณ์กำลังเดือดดาลถึงขีดสุด
"ยิงฉันสิคะ! ถ้าฆ่าฉันตอนนี้ ความลับเรื่องพิกัดที่ซ่อนตัวของ 'ลลิล' และรหัสผ่านบัญชีลับทั้งหมดจะหายไปกับฉันด้วย... คุณคิดเหรอว่าลูกน้องไร้น้ำยาพวกนั้นจะหาตัวเธอก่อนที่ระเบิดเวลาจะทำงาน?" เมลดายังคงหัวเราะคิกคัก แม้ปากกระบอกปืนเย็นเฉียบจะแนบติดอยู่ข้างขมับของตนเอง ดวงตาคู่คมจดจ้องใบหน้าหล่อเหลาที่บิดเบี้ยวด้วยความเครียดแค้นอย่างท้าทาย
คาร์ลอสขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูง ความแค้นส่วนตัวกับเมลดาต้องถูกพับเก็บไว้ก่อน เมื่อชีวิตของหญิงสาวผู้กุมหัวใจเขาอย่างไร้เดียงสาแขวนอยู่บนเส้นด้าย
"เธอมันผู้หญิงสารเลว..." คาร์ลอสคำรามต่ำในลำคอ ก่อนจะตัดสินใจใช้ด้ามปืนกระแทกเข้าที่ท้ายทอยของเมลดาอย่างแม่นยำและรวดเร็ว ร่างระหงหมดสติทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นพรมทันทีโดยไม่มีเสียงร้องเล็ดลอดออกมา
"เตรียมรถ... แล้วเรียกหน่วยจู่โจมทั้งหมดตามฉันมา!" คาร์ลอสสั่งการด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจที่เฉียบขาดและเหี้ยมเกรียมที่สุดในรอบหลายปี ดวงตาคมกริบฉายประกายอำมหิตที่พร้อมจะเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล หากใครหน้าไหนกล้าแตะต้องผู้หญิงของเขา
รถสปอร์ตหรูสีดำสนิทพุ่งทะยานออกจากคฤหาสน์ด้วยความเร็วสูงราวกับพายุหมุน คาร์ลอสเหยียบคันเร่งมิดไมล์ หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต... ความกลัว ความหวาดหวั่นพรพรั่นที่กัดกินขั้วหัวใจจนเจ็บปวดแปลบ ภาพใบหน้าหวานหยาดเยิ้ม รอยยิ้มที่แฝงความดื้อรั้น และหยาดน้ำตาคลอหน่วยยามที่เธออยู่กับเขา วิ่งวนซ้ำอยู่ในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก
*ให้ตายสิ... ลลิล เธอทำอะไรกับฉันกันแน่?*
เสียงคำรามในใจดังก้องพร้อมกับความตระหนักรู้ที่พุ่งชนเข้าอย่างจังว่า โลกใบนี้ต่อให้ไม่มีอาณาจักรธุรกิจสีเทา ต่อให้สูญเสียอำนาจทั้งหมดที่มี เขาก็ยังสามารถสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้... แต่ถ้าโลกใบนี้ไม่มีผู้หญิงที่ชื่อ 'ลลิล' อยู่เคียงข้าง ลมหายใจของเขาคงไร้ความหมายไปตลอดกาล
รถยนต์หรูเบรกเอี๊ยดเสียงดังสนั่นลั่นโกดังร้างนอกเมือง คาร์ลอสพุ่งตัวลงจากรถในเสี้ยววินาที ปืนพกในมือถูกขึ้นลำพร้อมใช้งาน ร่างสูงใหญ่ก้าวเดินเข้าไปในความมืดด้วยสัญชาตญาณนักล่าที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ไร้ความเกรงกลัวต่อความตายใดๆ ทั้งสิ้น
ภายในห้องใต้ดิน... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังใกล้เข้ามาทำให้กิตติขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ลลิลที่สะบักสะบอมเงยหน้าขึ้นมองตามเสียง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวังอันริบหรี่
ปั้ง! เสียงประตูเหล็กถูกถีบพังกระเด็นหลุดจากบานพับด้วยแรงมหาศาล ฝุ่นละอองตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
ร่างสูงสง่าของคาร์ลอสปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงสลัว ดวงตาดุดจพญาเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองสภาพที่ยับเยินของลลิลแวบเดียว ก่อนที่ประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวจะระเบิดออกมาจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนเย็นเยือกราวกับยมบาลมารับตัว
"ใครกล้าแตะต้องเธอกis... เตรียมตัวตายได้เลย"
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมานั้นเต็มไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรงจนกิตติถึงกับหน้าถอดสี ทว่าก่อนที่เหตุการณ์นองเลือดจะเริ่มต้นขึ้น เสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางอย่างก็ดังขึ้นจากกระเป๋าเสื้อของกิตติ พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าศัตรู
"สายไปแล้วล่ะคุณคาร์ลอส... ดูนี่สิครับ ของขวัญส่งท้ายก่อนที่เราจะไปนรกด้วยกัน!" กิตติชูรีโมทคอนโทรลในมือขึ้น หน้าจอดิจิทัลสีแดงฉานกำลังนับถอยหลังตัวเลข 10... 9... 8... อย่างรวดเร็ว!
มิดไนท์คิส หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นไปกับความรักที่ต้องเดิมพันด้วยชีวิตในตอนนี้นะคะ
พันธะสเน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 12
หัวใจที่ยอมจำนน
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสเน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!