พันธะสเน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 17

ทางแยกของความเจ็บปวด

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
เสียงกุญแจรถยนต์ราคาแพงกระทบกันเบาๆ ในอุ้งมือที่สั่นเทาของลลิล มันคือเสียงที่ดังชัดเจนที่สุดในความเงียบงันอันน่าอึดอัดของโถงทางเดินหินอ่อนอิตาลี ที่ซึ่งไม่กี่นาทีผ่านพ้นมานี้ เคยอบอวลไปด้วยความหวังอันริบหรี่ ก่อนที่มันจะถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดด้วยความจริงอันโหดร้าย ดวงตาคู่สวยที่บวมช้ำจากการร้องไห้กวาดมองไปรอบคฤหาสน์หลังใหญ่โตมโหฬารแห่งนี้—สถานที่ที่เธอเคยคิดว่ามันคือ ‘กรงทอง’ อันปลอดภัย แต่บัดนี้มันเป็นดั่งคุกมืดที่สูบเอาลมหายใจของเธอไปจนหมดสิ้น ทุกมุมห้อง ทุกตารางนิ้วที่เธอเคยเดินผ่าน ล้วนมีเงาของคาร์ลอสซ้อนทับอยู่ เงาของผู้ชายที่ครอบครองทั้งร่างและวิญญาณของเธอ แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นผู้ชายคนเดียวกันกับที่ขีดเส้นความเจ็บปวดลงกลางใจเธออย่างเลือดเย็น “ลลิล… ฟังผมก่อน” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยกระซิบคำหวานแนบชิดริมหูในยามค่ำคืน บัดนี้สั่นเครือและเต็มไปด้วยความตระหนก คาร์ลอสพยายามก้าวเข้ามาใกล้ ทว่าร่างบางกลับถอยหลังหนีราวกับกลัวว่าปลายนิ้วของเขาจะแผดเผาผิวเนื้อให้ไหม้เกรียม “อย่าเข้ามานะคะ!” ลลิลเปล่งเสียงออกมาได้เพียงเท่านั้น ลำคอตีบตันจนแทบไม่มีอากาศหายใจ ความเจ็บปวดจากภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงกรีดแทงซ้ำๆ ในอก ภาพที่เธอเห็นผู้หญิงคนนั้นเดินออกมาจากห้องทำงานส่วนตัวของเขา พร้อมกับรอยยิ้มเหนือกว่าและเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่เล็กน้อย มันชัดเจนเกินกว่าที่คำแก้ตัวใดๆ จะลบเลือนได้ คาร์ลอสหรี่ตาลงด้วยความเจ็บปวด สันกรามคมกริบขบเข้าหากันจนนูนเด่น ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษดูราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่กำลังร้าวราน เขายกมือขึ้นระดับอกเชิงห้ามปราม ไม่กล้าแม้แต่จะขยับเข้าใกล้เธอมากกว่าเดิม เพราะรู้ดีว่าตอนนี้กำแพงความไว้วางใจพังทลายลงจนหมดสิ้นแล้ว “มันไม่ใช่แบบที่คุณคิด… ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้มีความหมายอะไรกับผมทั้งสิ้น” คาร์ลอสพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมความสั่นไหวให้มากที่สุด ดวงตาคมกริมคู่นั้นแดงก่ำ เต็มไปด้วยความหวาดกลัว—ความหวาดกลัวชนิดเดียวที่ผู้ชายอย่างเขาไม่เคยรู้จักมาก่อนในชีวิต… ความหวาดกลัวที่จะสูญเสียผู้หญิงคนนี้ไป “แล้วอะไรล่ะคะที่หมายถึงคุณ?” ลลิลแค่นหัวเราะออกมา ทั้งน้ำตานองหน้า รอยยิ้มหยันบนเรียวปากบางช่างน่าเวทนาเสียจนคนมองรู้สึกปวดร้าวไปถึงขั้วหัวใจ “ภาพที่ฉันเห็นเมื่อกี้ หรือความจริงที่คุณเก็บงำมันไว้ตลอดเวลาที่เราอยู่ร่วมกันคะ คาร์ลอส… คุณบอกว่าฉันเป็นคนเดียว แต่ลับหลังคุณก็ยังใช้ชีวิตอยู่กับโลกสีเทาที่เต็มไปด้วยผู้หญิงพวกนั้น!” “ผมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคุณนะลลิล!” คาร์ลอสเผลอขึ้นเสียงด้วยความอัดอั้น ทว่าเมื่อเห็นหญิงสาวสะดุ้งโหยงและถอยหนีจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาหิน เขาก็ต้องรีบผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมา พยายามลดทอนความเกรี้ยวกราดในน้ำเสียงลง “โลกของผมมันสกปรก… คุณก็รู้ แต่ผมพยายามอย่างยิ่งที่จะเก็บคุณไว้ในที่ที่สะอาดที่สุด ทำไมคุณถึงไม่เข้าใจว่าความสัมพันธ์ทางธุรกิจพวกนั้นมันเป็นแค่เรื่องฉาบฉวย” “เพราะฉันไม่ใช่ตุ๊กตาประดับบ้านยังไงล่ะคะ!” ลลิลตะโกนแทรกขึ้นมา หยดน้ำตาไหลอาบแก้มเนียนอย่างไม่ขาดสาย หัวใจของเธอด้านชาและแตกสลายจนเกินกว่าจะเยียวยات “ฉันมีความรู้สึก… ฉันมีหัวใจ และฉันก็เจ็บเป็นเหมือนกันค่ะ! การที่คุณเก็บฉันไว้ในกรงขังแห่งความลับนี้ มันไม่ได้เรียกว่าการปกป้อง แต่มันคือการดูถูกศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของฉันต่างหาก” ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง มีเพียงเสียงสะอื้นเบาๆ ของหญิงสาวที่พยายามกลั้นมันไว้ คาร์ลอสยืนนิ่งค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางอก คำว่า ‘ศักดิ์ศรี’ จากปากของเธอตอกย้ำให้เขาตระหนักว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขามองเธอเป็นสิ่งล้ำค่าที่ต้องซ่อนเร้นจากสายตาผู้คน จนลืมไปว่าเธอก็ต้องการการยอมรับและพื้นที่ยืนในหัวใจของเขาอย่างแท้จริง “ถ้าฉันก้าวเท้าพ้นประตูบ้านหลังนี้ไป…” ลลิลสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้าครั้งสุดท้าย แม้ว่าหัวใจจะร้าวรานจนแทบแหลกสลายเป็นผุยผง เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริมคู่นั้น ดวงตาที่เธอเคยหลงใหลและมอบหัวใจให้ทั้งดวง “ถือว่าเราจบกันนะคะ คาร์ลอส… สัญญาบ้าๆ ระหว่างเรา สิ้นสุดลงแค่นี้” คำว่า ‘จบกัน’ ทำเอาคาร์ลอสพุ่งตัวเข้าไปหาร่างบางด้วยสัญชาตญาณ ทว่าลลิลไวกว่า เธอหมุนตัวเปิดประตูไม้บานใหญ่แล้วก้าวออกไปสู่สายฝนที่โปรยปรายลงมาด้านนอกทันที ความเย็นเยียบของสายฝนปะทะเข้ากับผิวเนื้อและใบหน้าของลลิล แต่มันกลับเทียบไม่ได้เลยกับความหนาวเหน็บภายในอก เธอวิ่งไปที่รถยนต์คันเล็กของตัวเอง มือที่สั่นเทาพยายามไขกุญแจจนเกือบทำมันร่วงลงพื้น เสียงฟ้าร้องคำรามก้องราวกับเยาะเย้ยชะตากรรมอันร้าวรานของเธอ ข้างในคาร์ลอสยืนมองแผ่นหลังบอบบางที่กำลังจะหายลับไป เขากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนเลือดซึม ความรู้สึกผิด ความโกรธแค้น และความหวาดกลัวตีรวนอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก เขาจะไม่ยอมปล่อยให้เธอเดินจากไปเด็ดขาด—ผู้หญิงคนนี้คือลมหายใจ คือความอบอุ่นเดียวในชีวิตที่มืดมนของเขา ทว่า ในขณะที่ลลิลกำลังจะเปิดประตูรถเพื่อก้าวขึ้นไป เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเธอก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง “คุณลลิลครับ! อย่าเพิ่งไปครับ!” ลลิลชะงักมือที่กำลังจะดึงประตูรถ เธอหันกลับไปมองผ่านม่านสายฝนที่หนาทึบด้วยความประหลาดใจ ชายสูงวัยในชุดสูทภูมิฐานคนหนึ่ง—มือขวาคนสนิทของคาร์ลอส—กำลังวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาเธอ ใบหน้าของเขาซีดเผือดและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด “มีอะไรคะ ลุงมานิต” ลลิลเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงระแวง ขณะที่ฝนยังคงสาดซัดลงมาไม่ขาดสาย “นายหญิงครับ… อย่าเพิ่งไปไหนเลยครับ กลับเข้าไปในบ้านก่อนเถอะครับ” ลุงมานิตละล่ำละลักพูด พยายามหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ “เรื่องผู้หญิงคนนั้น… มันไม่ใช่เรื่องชู้สาวอย่างที่นายหญิงเข้าใจจริงๆ นะครับ ท่านทำไปเพราะ…” “เพราะอะไรคะ?” ลลิลถามสวนกลับทันที หัวใจเต้นรัวด้วยความสงสัยระคนเจ็บปวด “เพราะผู้หญิงคนนั้น… คือสายลับของศัตรูที่แฝงตัวเข้ามาเพื่อจะเอาชีวิตนายหญิงครับ!” โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนในเสี้ยววินาทีนั้น ลลิลยืนแข็งทื่อเป็นหิน ข้อมูลที่เพิ่งได้รับกระแทกเข้าใส่สมองจนขาวโพลน ขณะที่ประตูรถในมือค่อยๆ หลุดร่วงลงสู่พื้น เสียงฟ้าร้องคำรามก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ของคาร์ลอสที่เดินฝ่าสายฝนตรงเข้ามาหาเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความลับอันดำมืดที่เธอยังไม่เคยล่วงรู้ ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ มิดไนท์คิส
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสเน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%