พันธะสเน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 18

จุดวิกฤตของหัวใจ

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
"สิบสองชั่วโมงแล้ว... มึงบอกกูว่าหาผู้หญิงคนเดียวไม่เจอเนี่ยนะ?!" เสียงคำรามกึกก้องปานฟ้าผ่าพร้อมกับแก้วบรั่นดีเจียระไนราคาเหยียบแสนที่ถูกเหวี่ยงกระแทกผนังหินอ่อนจนแตกกระจายเป็นเศษแก้วคมกริบ หยดแอลกอฮอล์สีอำพันสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนสูทอาร์มานีของลูกน้องคนสนิท ทว่าไม่มีใครกล้าแม้แต่จะกระพริบตาหรือขยับถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว คาร์ลอส วราห์ ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องทำงานชั้นบนสุดของเพนต์เฮาส์หรู ลมหายใจหนักหน่วงราวกับสัตว์ป่าที่กำลังบ้าคลั่ง สันกรามคมบดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามขมับและลำคอ เนกไทถูกกระชากหลุดลุ่ย สาบเสื้อเชิ้ตสีดำตัวหรูเปิดกว้างเผยให้เห็นแผงอกแกร่งที่สะท้อนขึ้นลงตามแรงอารมณ์ คราบความเยือกเย็น สุขุม และสง่างามดั่งพญามัจจุราชที่ผู้คนในแวดวงธุรกิจสีเทาต่างหวาดกลัว มลายหายไปจนสิ้น... เหลือเพียงชายหนุ่มผู้กำลังแหลกสลายด้วยเพลิงโทสะและความหวาดหวั่นที่กัดกินลึกถึงกระดูก สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวก้มมองโต๊ะทำงานไม้เนื้อหนา บนนั้น... มีกระดาษสัญญาฉบับหนึ่งวางทิ้งไว้ สัญญาว่าจ้างไร้หัวใจที่เขาเป็นคนบีบบังคับให้เธอลงชื่อด้วยหยาดน้ำตาเมื่อหลายเดือนก่อน พร้อมกับแหวนเพชรเม็ดงามที่เขาเคยสวมให้เธอเพื่อตีตราจอง แต่บัดนี้ มันกลับถูกถอดทิ้งไว้เคียงข้างกุญแจห้องอย่างไร้เยื่อใย ลลิลจากไปแล้ว... เธอหนีไปพร้อมกับศักดิ์ศรีที่แหลกเหลว และทิ้งเขาไว้กับความว่างเปล่าที่หนาวเหน็บเจียนตาย "กล้องวงจรปิดทุกตัวบนถนนสุขุมวิทถูกตรวจสอบหมดแล้วครับนาย แต่... แต่ช่วงทางออกนอกเมือง มีรถกระบะต้องสงสัยขับบังมุมกล้อง แล้วสัญญาณโทรศัพท์ของคุณลลิลก็ดับวูบไปแถบชานเมืองครับ" ธีรภัทร มือขวาคนสนิทรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า แม้จะผ่านสมรภูมิเลือดมานับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่สายตาของนายใหญ่จะน่าสะพรึงกลัวเท่าครั้งนี้ "กูไม่สน!" คาร์ลอสคำรามลั่น ฝ่ามือหนาทุบลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงสะเทือนเลื่อนลั่น "สั่งคนของเราทั้งหมด ลากคอทุกคนที่เกี่ยวข้องมา ไม่ว่าจะเป็นพวกตำรวจ ท่าเรือ หรือแก๊งใต้ดิน ปิดล้อมทุกเส้นทางที่จะออกต่างจังหวัด ถ้าคืนนี้กูไม่ได้ตัวลลิลกลับมา... พวกมึงเตรียมตัวลงไปนอนใต้แม่น้ำเจ้าพระยาได้เลย!" ความลับในอดีตที่เขาเคยหวาดระแวง ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศหักหลังที่ทำให้เขาสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาขังตัวเองและทำร้ายเธอ บัดนี้มันกลายเป็นเรื่องไร้สาระเมื่อเทียบกับความจริงที่ว่า... เขาไม่อาจมีชีวิตอยู่ต่อไปได้หากปราศจากเธอ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ยอมก้มหัวให้เขาย่ำยีเพื่อหาเงินไปรักษาแม่ ผู้หญิงที่ซ่อนความร้อนแรงไว้ใต้ท่าทีเหนียมอาย และผู้หญิงคนเดียวที่มองทะลุหน้ากากซาตานเข้ามาสัมผัสหัวใจที่พิการของเขา *‘คุณคาร์ลอสคิดว่าเงินของคุณซื้อได้ทุกอย่างใช่ไหมคะ... แต่คุณจำไว้นะคะ คุณซื้อได้แค่ร่างกายของลลิล แต่หัวใจของลลิล... คุณจะไม่มีวันได้มันไป’* ประโยคสุดท้ายที่เธอเอ่ยพร้อมแววตาสิ้นหวังยังคงดังก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาท คาร์ลอสยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองอย่างคนควบคุมสติไม่อยู่ ความเจ็บแปลบแล่นริ้วเข้ากลางอกจนแทบหายใจไม่ออก "ได้โปรดเถอะ ลลิล..." เสียงทุ้มต่ำพึมพำแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน น้ำเสียงที่ไม่มีใครคิดว่าจะหลุดออกมาจากปากของพญามาร "อย่าเพิ่งเป็นอะไรไป... กลับมาฟังฉันก่อน" ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ดาวเทียมเครื่องพิเศษที่เชื่อมต่อกับหน่วยข่าวกรองลับก็กรีดร้องขึ้น คาร์ลอสกระชากมันขึ้นมาแนบหูแทบจะในวินาทีเดียวกัน "ว่าไง!" "นายครับ! พบพิกัดรถแท็กซี่คันที่คุณลลิลโดยสารไปแล้วครับ เกิดเหตุที่ถนนเลียบเขาทางหลวงสายเก่า..." ปลายสายชะงักไปครู่หนึ่ง ลมหายใจที่ติดขัดของลูกน้องส่งสัญญาณร้ายแรงบางอย่าง "ฝนตกหนัก ถนนลื่น... รถคันนั้นถูกชนประสานงาแล้วเสียหลักตกเหวข้างทางครับ รถพังยับเยิน... และเกิดเพลิงไหม้บางส่วนครับนาย!" โลกทั้งใบของคาร์ลอส วราห์ ดับวูบลงในพริบตา กลิ่นไหม้ของยางรถยนต์ ควันโขมงสีเทาดำที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า และกลิ่นคาวสนิมของเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณก้นเหวลึก สายฝนที่ตกลงมาอย่างบ้าคลั่งไม่ได้ช่วยดับความร้อนรุ่มของเศษซากโลหะที่บิดเบี้ยวได้เลยแม้แต่น้อย ซากรถยนต์พลิกคว่ำหงายท้องอัดก๊อบปี้เข้ากับโขดหินใหญ่ ล้อข้างหนึ่งยังคงหมุนคว้างช้าๆ ตามแรงเฉื่อย ท่ามกลางเศษกระจกที่แตกละเอียดและหยดน้ำฝนที่สาดซัด ร่างบอบบางของลลิลติดอยู่ภายในซากเบาะโดยสาร เลือดสีแดงสดไหลอาบจากบาดแผลฉกรรจ์บนศีรษะลงมาเปรอะเปื้อนใบหน้าหวานละมุนที่บัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด เปลือกตาบางปิดสนิท ลมหายใจรวยรินจนแทบจับสัมผัสไม่ได้ ในห้วงความทรงจำที่พร่าเลือน ลลิลรู้สึกเหมือนกำลังลอยเคว้งคว้างอยู่ในความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง ความหนาวเหน็บเสียดแทงเข้าสู่ขั้วหัวใจ ทุกลมหายใจเข้าออกแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดทรมานจากกระดูกซี่โครงที่หักทิ่มปอด *‘คุณคาร์ล...’* ภาพใบหน้าหล่อเหลา ทว่าดุดันและเย่อหยิ่งของเขาวูบเข้ามาในความคิดสุดท้าย หยาดน้ำตาหยดหนึ่งไหลรินปะปนกับคราบเลือดที่แก้มเนียน เธออยากเกลียดเขา เกลียดสัญญาบ้าๆ เกลียดความสัมพันธ์ซ่อนเร้นที่ทำให้เธอต้องตกอยู่ในสถานะนางบำเรอที่ไร้ค่า... แต่ทำไมในวินาทีที่ความตายกำลังเอื้อมมือมารับ ร่างกายและวิญญาณของเธอกลับโหยหาเพียงอ้อมกอดอันเร่าร้อนและกลิ่นกายอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาเพียงคนเดียว "ลลิล! ลลิล!!!" เสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งแหวกม่านฝนลงมา ร่างสูงใหญ่ของคาร์ลอสไถลลงมาจากขอบหน้าผาอย่างไม่คิดชีวิต กิ่งไม้หนามเกี่ยวฉีกเนื้อผ้าและบาดผิวหนังจนเลือดซิบ แต่เขาไม่สนใจแม้แต่น้อย ลูกน้องและเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ตามมาติดๆ ต่างตะโกนห้ามด้วยความตกใจเพราะเกรงว่าถังน้ำมันที่รั่วซึมอาจจะระเบิดขึ้นมาได้ทุกเมื่อ "นายครับ อย่าเข้าไปครับ! มันอันตราย!" "ไสหัวไป! ถอยไปให้หมด!" คาร์ลอสสะบัดการเกาะกุมของบอดี้การ์ดร่างยักษ์จนอีกฝ่ายล้มคว่ำ เขาวิ่งตรงเข้าไปยังซากรถที่บิดเบี้ยวด้วยมือเปล่า เปลวไฟที่ลุกไหม้ตรงส่วนหน้าของรถสะท้อนประกายวาวโรจน์ในดวงตาที่แดงก่ำ เศษเหล็กแหลมคมบาดฝ่ามือหนาจนเลือดไหลทะลักขณะที่เขาพยายามดึงประตูรถที่บี้แบนออก แต่คาร์ลอสไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดใดๆ อีกต่อไป ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวของหัวใจที่กำลังถูกฉีกทึ้ง "ลลิล... ได้ยินฉันไหม! ฉันอยู่นี่แล้ว!" มือที่สั่นเทาของมาเฟียหนุ่มเอื้อมผ่านช่องว่างแคบๆ เข้าไปสัมผัสแก้มนวลที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง ชีพจรที่ลำคอของเธอเต้นแผ่วเบาจนน่าใจหาย วินาทีนั้น คาร์ลอสรู้สึกเหมือนมีคนควักหัวใจของเขาออกไปบดขยี้ต่อหน้าต่อตา "ช่วยเธอ... งัดมันออกเดี๋ยวนี้! ถ้าใครปล่อยให้เธอตาย กูจะฆ่าล้างโคตรพวกมึงทุกคน!" เขาหันไปตวาดสั่งทีมกู้ภัยด้วยเสียงที่แตกพร่า น้ำตาที่ไม่เคยมีใครได้เห็นไหลรินอาบสองแก้ม ปะปนไปกับสายฝนที่กระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย เครื่องตัดถ่างถูกนำมาใช้อย่างเร่งด่วนท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบหยุดลมหายใจ คาร์ลอสไม่ยอมถอยห่างแม้แต่ก้าวเดียว เขายืนจับมือที่ไร้เรี่ยวแรงของลลิลไว้แน่น ถ่ายทอดไออุ่นจากฝ่ามือของเขาไปสู่เธอ ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกอย่างบนโลกที่เขาไม่เคยเชื่อถือ ขอเพียงแค่ต่อลมหายใจให้ผู้หญิงคนนี้... ขอให้เขาได้รับโอกาสชดใช้ความผิดบาปทั้งหมด เมื่อร่างของลลิลถูกดึงออกมาจากซากมรณะได้สำเร็จ คาร์ลอสก็เป็นคนแรกที่เข้าช้อนอุ้มร่างไร้สติของเธอแนบอกอย่างทะนุถนอมราวกับเธอเป็นแก้วตาดวงใจที่แสนเปราะบาง เขาวิ่งฝ่าสายฝนขึ้นไปยังรถพยาบาลฉุกเฉิน ไม่ยอมให้ใครแตะต้องตัวเธอ "อย่าทิ้งฉันไป... ลลิล ฉันยอมแล้ว ฉันยอมทุกอย่าง..." เขาพร่ำกระซิบข้างหูเธอซ้ำๆ ริมฝีปากสั่นระริกจูบลงบนหน้าผากที่เปื้อนเลือด "สัญญานั่นมันไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้ว ได้ยินไหม... เธอไม่ใช่ของเล่น ไม่ใช่ลูกหนี้ แต่เธอคือชีวิตของฉัน ได้โปรด... ลืมตาขึ้นมามองฉันเถอะนะ..." ทว่า ตอบรับคำวิงวอนของเขามีเพียงความเงียบงัน และสัญญาณชีพจรบนหน้าจอมอนิเตอร์ของรถฉุกเฉินที่เริ่มส่งเสียงเตือนดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำระดับประเทศถูกปิดกั้นพื้นที่ชั้นพิเศษทันทีที่ขบวนรถของคาร์ลอสมาถึง ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกแขนงถูกระดมตัวมารอรับผู้ป่วยวิกฤตอย่างพร้อมเพรียง ร่างของลลิลถูกเข็นเข้าสู่ห้องผ่าตัดฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน ประตูบานคู่สีขาวปิดสนิทลงพร้อมกับไฟสัญญาณสีแดงเข้มที่สว่างวาบขึ้น ทิ้งให้คาร์ลอสยืนเคว้างคว้างอยู่หน้าห้องเพียงลำพัง สภาพของเจ้าพ่อกาสิโนและรีสอร์ทหรูในเวลานี้ไม่ต่างจากคนสิ้นเนื้อประดาตัว เสื้อผ้าเปียกโชกไปด้วยน้ำฝนและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดของเธอ มือทั้งสองข้างที่สั่นเทายังคงมีรอยแผลสดจากเศษแก้วและเหล็กบาด แต่เขากลับปฏิเสธการปฐมพยาบาลใดๆ ทั้งสิ้น เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้เหล็กหน้าห้องผ่าตัด ก้มหน้าลงซบกับฝ่ามือตัวเอง ความเงียบของทางเดินโรงพยาบาลช่างบีบคั้นและทรมานราวกับอยู่ในขุมนรก ทุกวินาทีที่เข็มนาฬิกาเดินไปข้างหน้า เหมือนกำลังนับถอยหลังลมหายใจสุดท้ายของลลิล เวลาผ่านไปสามชั่วโมง... สี่ชั่วโมง... ดั่งยาวนานชั่วกัปชั่วกัลป์ กระทั่งแสงไฟสีแดงหน้าห้องผ่าตัดดับลง ประตูบานใหญ่เปิดออกพร้อมกับนายแพทย์อาวุโสในชุดผ่าตัดสีเขียวที่ก้าวออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด คาร์ลอสผุดลุกขึ้นทันที ร่างกายซวนเซเล็กน้อยแต่ฝืนยืนหยัดไว้ได้ "หมอ... เธอเป็นยังไงบ้าง?!" น้ำเสียงของเขาแหบแห้งและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก นายแพทย์ถอดหน้ากากอนามัยออก ถอนหายใจยาวก่อนจะสบสายตากับผู้ทรงอิทธิพลตรงหน้า "เราผ่าตัดหยุดเลือดในช่องอกและดามกระดูกที่หักได้เรียบร้อยแล้วครับ แต่... คนไข้มีภาวะหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะระหว่างการผ่าตัด สมองขาดออกซิเจนไปช่วงหนึ่ง ตอนนี้ยังอยู่ในอาการโคม่าขั้นวิกฤต และยังไม่พ้นขีดอันตรายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนี้ครับ" คาร์ลอสรู้สึกเหมือนพื้นใต้ฝ่าเท้ากำลังทรุดตัวลง "แต่มีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากและหมอจำเป็นต้องแจ้งให้คุณคาร์ลอสทราบทันที..." สีหน้าของนายแพทย์แปรเปลี่ยนเป็นความหนักใจอย่างยิ่งยวด แววตาลึกล้ำคู่นั้นมองตรงมายังเขา "จากการตรวจเลือดและอัลตราซาวด์ฉุกเฉิน... คนไข้กำลังตั้งครรภ์ได้หกสัปดาห์ครับ" คำพูดของหมอเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางกะโหลกศีรษะของคาร์ลอสอย่างจัง *เธอ... ท้อง?* ลูก... เลือดเนื้อเชื้อไขของเขากับเธอ... ดวงใจน้อยๆ ที่ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางพันธะสัญญาอันมืดดำและเต็มไปด้วยความแค้น "แต่ร่างกายของเธอตอนนี้บอบช้ำมาก หัวใจและอวัยวะภายในรับภาระหนักเกินไป" หมอกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดแต่แฝงความเสียใจ "ยาและกระบวนการรักษาเพื่อยื้อชีวิตของคุณลลิล มีผลกระทบโดยตรงต่อเด็กในครรภ์... เราอาจจะต้องตัดสินใจเลือก ว่าจะเก็บชีวิตของแม่ หรือรักษาเด็กเอาไว้ หากเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวซ้ำอีกครั้ง" ก่อนที่คาร์ลอสจะได้เอ่ยปากตอบหรือแม้แต่จะประมวลผลความจริงอันโหดร้ายนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นของรองเท้าคัทชูสตรีก็ดังสะท้อนก้องมาจากสุดทางเดินโรงพยาบาล ชายหนุ่มหันขวับไปมอง ร่างสูงสง่าในชุดเดรสสีดำสนิทของสตรีผู้หนึ่งกำลังก้าวตรงเข้ามา ใบหน้าที่งดงามทว่าแฝงรอยยิ้มเย็นยะเยือกของคนที่เขาไม่คิดว่าจะได้พบที่นี่... บุคคลในอดีตที่เคยหักหลังเขาจนป่นปี้ และเป็นต้นเหตุของบาดแผลในใจเขาทั้งหมด "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ คาร์ลอส..." เสียงหวานหยดแต่ชวนขนลุกเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่มองไปยังประตูห้องผ่าตัด "ดูเหมือนว่าอุบัติเหตุคืนนี้... จะเร็วกว่าที่ฉันวางแผนไว้แค่นิดเดียวเองสินะ" *** ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเอาใจช่วยหัวใจทุกดวงไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — มิดไนท์คิส
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสเน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%