ความโกลาหลชั่วขณะที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าประตูห้องเพนต์เฮาส์ถูกจัดการลงอย่างรวดเร็วด้วยอำนาจมืดที่ลลิลไม่มีวันเอื้อมถึง แขกผู้ไม่ได้รับเชิญคนนั้นถูกบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนหิ้วปีกออกไปโดยแทบไม่มีโอกาสได้เปล่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ แม้ใบหน้าของคาร์ลอส วราห์ จะกลับมาเรียบสนิทอย่างไร้ร่องรอยอารมณ์ แต่ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นกลับระอุไปด้วยไอร้อนระอุที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า
ไม่มีบทสนทนาใดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากหยได้รูป เขากระชากข้อแขนเรียวบางของเธอให้ก้าวตามแรงดึงอย่างไร้ความปรานี กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของบรรยากาศรอบตัวทำให้ลลิลแทบหายใจไม่ทั่วท้อง เธอถูกพาตัวขึ้นรถยนต์กันกระสุนคันหรูที่จอดรอรับอยู่ชั้นใต้ดิน ท่ามกลางความมืดมิดและเงียบสงบของรัตติกาลที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น
ลลิลเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเซียว ขณะที่รถยนต์เคลื่อนตัวออกจากใจกลางเมืองมุ่งหน้าสู่เขตชานเมืองที่รายล้อมด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบและโดดเดี่ยว คฤหาสน์หลังมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าปรากฏแก่สายตาในเวลาต่อมา ตัวอาคารสไตล์โกธิคผสมผสานความโมเดิร์นถูกโอบล้อมด้วยกำแพงสูงลิ่วและระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่น มันงดงามราวกับภาพวาดในนิตยสารแฟชั่นชั้นนำ... แต่สำหรับเธอมันคือคุกดีๆ นี่เอง
ประตูเหล็กดัดบานใหญ่เปิดออกอัตโนมัติ รถเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าบันไดหินอ่อน คาร์ลอสเป็นฝ่ายก้าวลงไปก่อน เขารอจนกระทั่งประตูฝั่งที่ลลิลนั่งถูกเปิดออกโดยคนขับรถ ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมมาฉุดกระชากข้อมือของเธอให้ก้าวลงมาตามแรงบังคับโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ยืนทรงตัวอย่างมั่นคงด้วยซ้ำ
"ปล่อยฉันนะ!" ลลิลพยายามสะบัดข้อมือออกเมื่อเดินเข้ามาถึงห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ ความอดทนที่สะสมมาเริ่มสั่นคลอนเมื่อความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความโกรธ "คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิบัติกับฉันแบบนี้ คาร์ลอส!"
ร่างสูงใหญ่หยุดกريกในทันที เขาดึงเธอกลับเข้ามาประชิดตัวจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับร่างบาง ลลิลสัมผัสได้ถึงไอความร้อนและจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทรงพลังภายใต้เสื้อสูทเนื้อดี นัยน์ตาสีเทาเข้มก้มลงมองเธอด้วยสายตาที่ดุดันและเยียบเย็น ราวกับราชสีห์กำลังมองเหยื่อตัวน้อยที่ริอ่านส่งเสียงขู่คำราม
"ไม่มีสิทธิ์งั้นหรือ ลลิล...?" เสียงทุ้มต่ำรlอดไรฟันดังขึ้น ชิดริมหูของเธอจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอ "เธอเป็นคนเดินเข้ามาหาฉันเอง เป็นคนยื่นข้อเสนอที่แม้แต่ปีศาจยังต้องส่ายหน้า แล้วตอนนี้เธอมีหน้ามาทวงถามสิทธิ์อะไรจากฉัน?"
นิ้วเรียวยาวแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กเชยคางเธอขึ้นบังคับให้สบตา ลลิลพยายามฝืนความสั่นเทาในดวงตาคู่สวยไม่ให้เขารับรู้ว่าเธอหวาดกลัวเขามากแค่ไหน เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อรักษาศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ แม้หัวใจจะเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
"ฉันยอมแลก เพื่อปกป้องครอบครัว... แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันยอมให้คุณปฏิบัติกับฉันเหมือนสิ่งของไร้ค่า!"
คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขและเต็มไปด้วยความหยันเหยียด "สิ่งของไร้ค่าเหรอ? เธอมันมีค่ามากกว่านั้นเยอะ ลลิล... เธอคือราคาที่ฉันต้องจ่ายเพื่อความสงบสุขจอมปลอม" เขาผละมือออกอย่างไม่ไยดี ก่อนจะหันหลังเดินนำไปยังห้องรับแขกโอ่อ่าที่ตกแต่งด้วยโทนสีเข้มและเฟอร์นิเจอร์หนังแท้ "นั่งลง"
คำสั่งสั้นๆ ห้วนๆ แต่เต็มไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ลลิลทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาวอย่างจำยอม ดวงตากลมโตสำรวจไปรอบห้องก่อนจะกลับมาหยุดอยู่ที่ร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่างหันหลังให้เธอ แผ่นหลังกว้างนั้นดูโดดเดี่ยวแต่ทรงพลังในเวลาเดียวกัน
คาร์ลอสหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้าอีกครั้ง เขายกมือขึ้นประสานกันไว้ระดับอก สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงของเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำประกาศิตที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล
"ในเมื่อเธอเลือกที่จะก้าวเข้ามาในโลกของฉัน และใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกันนี้ เธอก็ต้องยอมรับกติกาของฉัน... ฟังให้ดี เพราะฉันจะพูดมันแค่ครั้งเดียว"
เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละน้อย จนเงาร่างของเขาทอดตัวทับร่างเธอมิดสนิท
"กฎข้อที่หนึ่ง... ห้ามก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของฉัน ไม่ว่าจะเป็นงาน ชีวิต หรือคนที่เข้ามาในพื้นที่ของฉัน ทุกอย่างที่เกี่ยวกับฉันคือสิ่งต้องห้ามสำหรับเธอ"
ลลิลขบกริมฝีปากแน่น ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก แม้เธอจะไม่เคยคิดอยากจะรู้เรื่องส่วนตัวของเขาอยู่แล้ว แต่การถูกตีเส้นกั้นขอบเขตเช่นนี้ก็ทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงคนนอกที่ไร้ตัวตน
"กฎข้อที่สอง... ทุกคำสั่งของฉันคือประกาศิต ห้ามปฏิเสธ ห้ามต่อรอง และห้ามตั้งคำถาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหน หากฉันต้องการให้เธอทำอะไร เธอก็มีหน้าที่แค่ทำตามโดยไม่มีข้อแม้"
ดวงตาของลลิลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ เธอไม่ใช่หุ่นยนต์เชิดที่จะต้องคอยทำตามคำสั่งใครตลอดเวลา แต่ก่อนที่เธอจะได้อ้าปากเถียง คาร์ลอสก็ยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากของตัวเองเป็นเชิงห้ามปราม พร้อมกับเอ่ยข้อสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำลงจนน่ากลัว
"และกฎข้อที่สาม... ซึ่งเป็นข้อที่สำคัญที่สุด..." คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลิลกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ กลิ่นกายบุรุษและไอร้อนจากตัวเขาโอบล้อมเธอไว้ทุกทิศทาง "ห้ามตกหลุมรักฉัน... เด็ดขาด"
ประโยคสุดท้ายราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ ลลิลชะงักงัน นัยน์ตาสั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยเพื่อซ่อนความรู้สึกที่แท้จริง หัวใจที่เต้นรัวเมื่อครู่เหมือนถูกกระชากลงสู่เหวลึก ความ arrogant และความมั่นใจเกินร้อยของเขาช่างน่าหมั่นไส้เสียเหลือเกิน
"คุณมั่นใจเกินไปหรือเปล่า คาร์ลอส วราห์?" ลลิลเค้นเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ แม้ในใจจะหวั่นไหวกับระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินงามนี้ "คิดว่าผู้หญิงทุกคนจะต้องวิ่งเข้าหาคุณหรือไง? วางใจเถอะค่ะ... ฉันมีจิตสำนึกมากพอที่จะไม่เอาหัวใจไปผูกไว้กับปีศาจไร้หัวใจอย่างคุณแน่นอน"
รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของมาเฟียหนุ่ม นัยน์ตาสีเทาเข้มพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่เชิดขึ้นอย่างดื้อรั้น เขายื่นมือออกไป ปลายนิ้วอุ่นจัดไล้เบาๆ ที่พวงแก้มเนียนนุ่มอย่างจงใจยั่วเย้า ลลิลสะดุ้งเฮือกแต่ไม่ยอมถอยหนี
"ดี... จำคำพูดของเธอไว้ให้ดี ลลิล" เสียงกระซิบพร่าต่ำลอดออกมาจากริมฝีปากหยัก "เพราะถ้าวันไหนที่เธอเผลอใจ... คนที่จะเจ็บปวดที่สุด จะไม่ใช่ฉัน... แต่จะเป็นเธอ"
บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่สอดประสานกันท่ามกลางความตึงเครียด ลลิลรู้ดีว่าเธอกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายที่บางเฉียบ และกรงทองแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ความเงียบกำลังครอบงำ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยร่างของบอดี้การ์ดคนสนิทที่เปิดประตูพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกจนผิดปกติ
"นายครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" บอดี้การ์ดหนุ่มละลลล่ำละลลล่ำเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงร้อนรน "คนที่พวกเราเพิ่งส่งตัวออกไปเมื่อครู่... มันหนีรอดไปได้ แถมมันยังทิ้งหลักฐานชิ้นสำคัญไว้ที่หน้าประตูรั้ว... เป็นแฟ้มเอกสารระบุชื่อและข้อมูลลับทั้งหมดของ 'คุณลลิล' เมื่อห้าปีก่อนครับ!"
คาร์ลอสชะงักก้าว นัยน์ตาสีเทาเข้มหันขวับกลับมามองหน้าลลิลในทันที ประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นความระแวงสงสัยที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น และก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว คาร์ลอสก็พุ่งเข้าคว้าต้นแขนเธอไว้แน่น ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่งามราวกับต้องการจะค้นหาความจริงทั้งหมดที่เธออาจจะปกปิดไว้
"อดีตอะไรที่เธอซ่อนไว้, ลลิล...?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในกรงทองแห่งพันธะสวาทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
พันธะสเน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 2
กรงทองของซาตาน
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสเน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!