เสียงกระเบื้องเคลือบราคาแพงกระทบกันเบาๆ บนโต๊ะอาหารหรูหราตัวยาว ทว่าความเงียบงันที่ปกคลุมบรรยากาศกลับน่าอึดอัดเสียยิ่งกว่าเสียงกรีดร้อง คาร์ลอส วราห์ ไม่ได้แตะต้องอาหารตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาสีเทาเข้มคู่นั้นดุดันและเย็นชาจนแทบจะแช่แข็งทุกสิ่งที่มอง สันกรามคมสันขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน ขณะจ้องมองร่างบางที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
"เกมจบลงแล้วค่ะ... ที่รัก"
ประโยคเดิมยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเขา ราวกับเสียงกระซิบจากซาตานที่คอยย้ำเตือนว่าเขากำลังพ่ายแพ้ พ่ายแพ้ให้กับผู้หญิงที่เขาคิดว่าเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมแก้แค้น พ่ายแพ้ให้กับความอบอุ่นที่เขาโหยหามาตลอดชีวิตอันมืดมน
ลลิลสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นและความเจ็บปวดที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก หญิงสาวพยายามฝืนยิ้ม—รอยยิ้มที่แสนเปราะบางและน่าสมเพชในสายตาของเธอเอง—เพื่อปกปิดหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยอยู่ใต้แพขนตางอนหนา
"ถ้าเกมมันจบลงแล้ว... คุณจะเอายังไงต่อคะ, คาร์ล" เสียงหวานเอ่ยถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ มือเรียวประสานกันแน่นอยู่บนตักเพื่อซ่อนอาการสั่นเทา
คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยการเยาะเยียดตัวเอง เขาเกลียดความรู้สึกนี้ เกลียดความอ่อนแอที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจ เกลียดอิทธิพลที่ผู้หญิงคนนี้มีเหนือความรู้สึกนึกคิดของเขา ชายหนุ่มกลัว... กลัวว่าถ้าปล่อยให้ความสัมพันธ์นี้ดำเนินต่อไป หัวใจที่ด้านชาจนเกือบตายด้านดวงนี้ จะถูกเธอกุมชะตากรรมไว้อย่างสมบูรณ์แบบ และนั่นคือจุดอ่อนที่มาเฟียอย่างเขาไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด
"หึ... อยากให้ฉันทำยังไงกับเธอล่ะ, ลลิล" คาร์ลอสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนอากาศรอบตัวแทบจะเบาบางลง "ในเมื่อเธอเองก็เป็นคนบอกว่ามันเป็นแค่เกม... งั้นเราก็ควรจะจบมันลงตรงนี้ ต่างคนต่างไป ไม่ต้องมีพันธะอะไรต่อกันอีก"
คำพูดนั้นเฉียบคมราดด้วยน้ำกรด มันหยดลงมาบนหัวใจของลลิลทีละหยดจนแทบไหม้เกรียม หญิงสาวรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรงด้วยความจริงที่โหดร้าย เธอลุกขึ้นยืนตามช้าๆ ขาสั่นเทaจนแทบยืนไม่อยู่ แต่ความทิฐิและศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดบังคับให้เธอต้องเชิดหน้าขึ้นสู้กับแววตาคู่นั้น
"พูดง่ายดีนะคะ..." ลลิลแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา หยดใสเอ่อล้นทะลักขอบตาลงมาอาบแก้มเนียนนุ่ม แต่เธอไม่คิดจะยกมือขึ้นเช็ดมัน "สำหรับคุณ... ทุกอย่างมันคงเป็นแค่เกมจริงๆ สินะคะ คาร์ลอส วราห์ ผู้ชายไร้หัวใจที่ไม่เคยแคร์ความรู้สึกใคร นอกจากความสะใจของตัวเอง!"
"ใช่! เธอมันก็เป็นแค่เกมแก้แค้น!" คาร์ลอสตะคอกกลับเสียงดังลั่นห้อง อาการสะอื้นไห้ของเธอเปรียบเสมือนหนามแหลมที่ทิ่มแทงหัวใจเขาเอง แต่เขากลับเลือกที่จะใช้ความเกรี้ยวกราดกลบเกลื่อนความหวาดกลัวที่กำลังกัดกินข้างใน "เธอคิดว่าฉันจะจริงจังกับผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตเพราะเงินและความจำเป็นของครอบครัวงั้นเหรอ? ตื่นจากฝันได้แล้ว, ลลิล!"
คำพูดที่พ่นออกมาเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลสด ลลิลชาไปทั้งตัว ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กายจนแทบหายใจไม่ออก เธอพยักหน้ารับช้าๆ เม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด เพื่อกลั้นเสียงสะอื้นที่จุกอยู่ที่ลำคอ
"ค่ะ... ฉันมันโง่เองที่เผลอคิดไปว่า... คุณอาจจะมีใจให้ฉันบ้าง" ลลิลสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมา น้ำตาที่เคยไหลรินถูกปาดทิ้งด้วยหลังมืออย่างลวกๆ เธอยืดตัวตรง พยายามทำให้น้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ถ้าอย่างนั้น... ฉันก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้วค่ะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง... และลาก่อนนะคะ, คุณคาร์ลอส"
หมุนตัวเตรียมก้าวเดินหนีจากขุมนรกแห่งนี้ ทว่าวินาทีนั้นเอง...
หมรับ!
ข้อมือเรียวถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลจนร่างบางเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างที่คุ้นเคย กลิ่นกายหอมกรุ่นปนกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่เธอยังคงหลงใหลโอบล้อมเธอไว้ในเสี้ยววินาที คาร์ลอสกระชากเธอกลับมาด้วยสัญชาตญาณดิบเถื่อน นัยน์ตาสีเทาเข้มคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะและความเจ็บปวดที่ฉายชัดจนปิดไม่มิด
"ใครอนุญาตให้เธอไป!" เสียงทุ้มต่ำคำรามลอดไรฟัน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ใกล้ชิดจนผิวแก้มสั่นสะท้าน "เธอคิดว่าเข้ามาในชีวิตของฉันแล้ว จะสะบัดก้นเดินหนีไปง่ายๆ แบบนี้งั้นเหรอ, ลลิล!"
"ปล่อยฉันนะคะ! ไหนว่าอยากจบเกมไม่ใช่เหรอไง!" ลลิลดิ้นรนสุดแรงเกิด มือเล็กทุบตีลงบนอกแกร่งเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ "ปล่อยสิ! คนใจร้าย!"
ยิ่งเธอขัดขืน คาร์ลอสก็ยิ่งรัดวงแขนให้แน่นขึ้น ราวกับต้องการหลอมรวมร่างของเธอให้กลายเป็นเนื้อเดียวกับเขา ชายหนุ่มก้มลงมองริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริก ความหวาดกลัวที่จะต้องสูญเสียเธอไปทำให้เขาสติหลุด ลืมสิ้นทุกอย่าง ลืมแม้กระทั่งกำแพงที่ตัวเองสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องหัวใจ
ในเสี้ยววินาทีที่สัญชาตญาณและความโหยหาเข้าครอบงำ คาร์ลอสไม่รอช้าที่จะโน้มใบหน้าลงมาประกบเรียวปากหยักลึกเข้ากับริมฝีปากนุ่มของหญิงสาวอย่างไร้ความปรานี จูบนั้นไม่ได้อ่อนโยนหรือนุ่มนวลเหมือนเช่นเคย แต่มันดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความโหยหาจนแทบแผดเผาทั้งคู่ให้มอดไหม้ ลลิลเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามเบือนหน้าหนีและทุบประท้วง แต่เรียวปากหนากลับรุกไล่บดขยี้อย่างไร้ความปรานี ดึงดูดกลืนกินเสียงททททานทั้งหมดหายลับไปในลำคอ ก่อนจะเปลี่ยนจากความดุดันเป็นความเว้าวอนอย่างน่าประหลาด
มือหนาเลื่อนขึ้นมาประคองท้ายทอยบังคับให้เธอรับสัมผัสอันลึกซึ้งนั้น รสชาติเค็มปร่าของหยาดน้ำตาผสมปنเปไปกับความหวานล้ำที่ทำให้คนทั้งคู่แทบคลั่ง ลลิลที่พยายามแข็งขืนในตอนแรก ค่อยๆ อ่อนระทวยลงทีละน้อย ความรู้สึกโหยหาที่อัดอั้นมานานนับแรมเดือนพรั่งพรูออกมา ปฏิกิริยาตอบรับที่เริ่มอ่อนโยนและโอนอ่อนผ่อนตาม ทำให้คาร์ลอสรู้ตัวว่า... เขาไม่มีทางผลักไสเธอไปจากชีวิตได้เลย
แต่ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองกำลังหลอมรวมเข้าหากันด้วยไฟสเน่หาอันร้อนแรงนั้นเอง
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเร่าร้อน ตามด้วยเสียงบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างวิสาสะ โดยไม่มีการรอคอยคำอนุญาตจากเจ้าของห้องแม้แต่น้อย
"คาร์ลคะ... แพรวคิดถึงคุณจังเลย..."
น้ำเสียงหวานหยดย้อยที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสยาวสีแดงเพลิงที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่กลางห้องนอนของคาร์ลอส นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจและเจ็บปวด เมื่อเห็นภาพบาดตาบาดใจ—ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของหัวใจ กำลังกอดจูบอยู่กับผู้หญิงอีกคนอย่างแนบชิด
คาร์ลอสผละออกจากริมฝีปากของลลิลอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาสีเทาเข้มไหววูบไปชั่วขณะเมื่อหันไปสบตากับผู้มาใหม่ ขณะที่ลลิลยืนตัวแข็งทื่อ หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อตระหนักได้ว่า... ผู้หญิงคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือใคร และเกมที่เธอคิดว่าจบลงแล้ว แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในนรกหมอกควันแห่งความจริง
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมอินไปกับความรู้สึกของตัวละครเสมือนจริงในตอนนี้นะคะ
พันธะสเน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 9
กำแพงความรู้สึก
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสเน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!