เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล•ตอนที่ 45

ความสงบที่มาถึง

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
แฟ้มเอกสารสีดำสนิทบนโต๊ะไม้สักทองถูกปิดลงด้วยเสียงทุบเบาๆ แต่มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้ห้องทำงานกว้างขวางตกอยู่ในความเงียบงัน ศิลาไม่ได้เหลือบมองตัวเลขกำไรสุทธิไตรมาสล่าสุดที่พุ่งทะยานจนทิ้งห่างคู่แข่งรายใหญ่อย่างไม่เห็นฝุ่น สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะสีเงินกลับทอดมองออกไปนอกกระจกใสบานยักษ์ของตระหง่านตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ ภาพของตึกแถวเก่าๆ และกองเลือดที่เคยย้อมพื้นห้องนอนของครอบครัวเมื่อหลายชาติภพก่อนยังคงชัดเจนในความทรงจำ แม้ว่าในความเป็นจริงตอนนี้ อาณาจักรธุรกิจที่เขาสร้างขึ้นจากซากปรักหักพัง จะแผ่ขยายอิทธิพลครอบคลุมทุกอุตสาหกรรมจนไม่มีใครกล้าสบตาเวลาเดินผ่าน "คุณศิลาครับ... เอ่อ ดิฉันหมายถึง บัญชีรายชื่อของบริษัทในเครือที่เพิ่งควบรวมเสร็จเมื่อเช้า ส่งตรงถึงมือผู้บริหารสูงสุดเรียบร้อยแล้วนะคะ" เลขานุการสาวสะดุดคำพูดเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้สรรพนามผิด แต่ศิลาไม่ได้ถือสา "เก็บไว้ที่เดิม เมฆจัดการเรื่องสัญญาที่เหลือเรียบร้อยหรือยัง?" เสียงทุบโต๊ะครั้งนั้นถูกแทนที่ด้วยน้ำนิ่งสนิท เยชาจนคนฟังต้องลอบกลืนน้ำลาย "เรียบร้อยทุกประการครับ นายใหญ่" เมฆก้าวเข้ามาในห้องพร้อมแฟ้มอีกชุด สีหน้าของอดีตบอดี้การ์ดผู้จงรักภักดีเรียบเฉยไร้ความรู้สึก แต่แววตากลับเปล่งประกายความสะใจอย่างปิดไม่มิด "ไม่มีบริษัทไหนในตลาดหลักทรัพย์กล้าปฏิเสธข้อเสนอของเราอีกแล้วครับ ทุนสำรองที่เรามีตอนนี้... มากพอที่จะซื้อหุ้นใหญ่ของกลุ่มรวิศได้ทั้งหมดภายในสามวินาที หากคุณศิลาต้องการ" รวิศ... ชื่อนี้ทำให้มุมปากของศิลาหยักขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น การเติบโตอย่างไร้คู่แข่งไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคช่วย แต่เกิดจากการที่ศิลาใช้เวลาแรมปีในการขุดหลุมพลางทีละนิด ทีละก้าว จนกระทั่งศัตรูที่เคยเหยียบย่ำเขาและครอบครัว ค่อยๆ เดินตกลงไปทีละคนอย่างไม่รู้ตัว รวิศที่เคยผยองในแวดวงสังคมชั้นสูง บัดนี้กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตสภาพคล่องที่กลุ่มทุนปริศนา (ซึ่งก็คือบริษัทของศิลาเอง) คอยบีบเค้นออกซิเจนในตลาดทีละน้อย เหมือนงูเหลือมที่กำลังรัดเหยื่อให้ขาดใจตายอย่างช้าๆ ในขณะเดียวกัน นลิน หญิงสาวที่เคยใช้รอยยิ้มหวานหยดมาเป็นอาบยาพิษทำลายชีวิตเขา ตอนนี้กลับต้องวิ่งวุ่นเข้าออกสถานีตำรวจและศาลแพ่ง เพื่อเคลียร์คดีความฟ้องร้องหมิ่นประศาลและละเมิดลิขสิทธิ์ทางการค้าที่บริษัทของเธอถูกฟ้องล้มละลาย ภาพลักษณ์คุณหนูผู้สูงศักดิ์เลือนหาย เหลือเพียงหญิงสาวเนื้อตัวสั่นเทาที่ไม่มีแม้แต่เงินจะจ้างทนายฝีมือดี ช่างน่าสมเพชเสียจริง... ศิลาคิดในใจ "ปล่อยให้รวิศดิ้นรนไปอีกสักสัปดาห์ค่ะ" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย นัยน์ตาสีนิลมองสะท้อนภาพตัวเองบนกระจก "คนเรามักจะทำเรื่องโง่ที่สุด ก็ตอนที่พวกเขารู้สึกว่ายังมีทางรอดเหลืออยู่นิดเดียวนี่แหละ ฉันอยากเห็นเขาล้มละลายด้วยมือของตัวเอง ไม่ใช่ด้วยความเมตตาจากฉัน" "รับทราบครับ ผมจะคอยคุมเชิงไม่ให้ใครยื่นมือเข้าไปช่วยมันเด็ดขาด" เมฆโค้งศีรษะรับคำสั่งอย่างรู้ใจ โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานสั่นเบาๆ หน้าจอแสดงเบอร์แปลกที่ไม่ปรากฏชื่อ แต่ศิลากลับจำรหัสพื้นที่นั้นได้แม่นยำ มันคือเบอร์โทรศัพท์พื้นฐานจากคฤหาสน์เก่าของตระกูลรวิศ ที่ถูกตัดขาดการติดต่อมานานนับปี ศิลากดรับสายโดยไม่ลังเล ปลายสายมีความเงียบงันอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะมีเสียงหอบหายใจและน้ำเสียงสั่นเครือที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวดังลอดเข้ามา "ศิลา... ช่วยฉันด้วย... แกจำฉันได้ใช่ไหม นลินเองนะ..." เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยคราบน้ำตา "เรารักกันไม่ใช่เหรอ... ทำไมใจร้ายกับฉันแบบนี้..." ศิลาหลับตาลงช้าๆ ซึมซับความสิ้นหวังที่อีกฝ่ายส่งผ่านมาทางคลื่นความถี่ เขายกยิ้มมุมปากอย่างเยียบเย็น ก่อนจะเอמהตอบด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลที่สุด แต่กลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "รักเหรอครับ นลิน?" ศิลาทวนคำพลางหัวเราะในลำคอเบาๆ "คุณลืมไปแล้วหรือยัง ว่าวันที่คุณนั่งมองพวกมันฆ่าพ่อแม่ฉัน คุณเคยพูดประโยคเดียวกันนี้หรือเปล่า... ว่าความรักมันกินไม่ได้" "นาย... นายรู้..." ปลายสายสะดุดกึก ลมหายใจขาดห้วงทันที ศิลายังไม่ทันได้เอ่ยคำพิพากษาประโยคต่อไป เสียงเคาะประตูกระจกห้องทำงานดังขึ้นอย่างรวดเร็วกระชั้นชิด เมฆขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ หันไปมองที่บานประตู แต่ก่อนที่บานประตูกระจกจะถูกผลักเปิดออก ร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มคนหนึ่งก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้านในโดยไม่รอการอนุญาต ชายคนนั้นวางซองเอกสารสีน้ำตาลเปื้อนคราบโคลนลงบนโต๊ะทำงานของศิลาอย่างแรง พร้อมกับหอบหายใจหนักหน่วง ใบหน้าซีดเผือดราวกับเพิ่งไปเห็นผีมา "นายใหญ่ครับ... ระบบความปลอดภัยทั้งหมดของเรา ถูกเจาะเข้าแล้วครับ!" ชายคนนั้นละล่ำละลักพูด "ไม่ใช่ฝีมือของรวิศ... และไม่ใช่ฝีมือของนลินด้วย!" ศิลาลืมตาขึ้นทันที แววตาเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นความคมกริบทันควัน เขาก้มมองซองเอกสารบนโต๊ะ ก่อนจะดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาดู ปรากฏว่าเป็นภาพถ่ายหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงโค้ดลับเฉพาะตัว ซึ่งมีเพียงคนเดียวในโลกเท่านั้นที่เขียนมันขึ้นมาได้... คนที่ควรจะตายไปพร้อมกับกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟาดฟันศัตรูไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%