"กุญแจห้องนิรภัยตระกูลศิลาไม่ได้อยู่ที่รวิศ... แต่มันอยู่ในมือของคนที่พวกคุณคาดไม่ถึงต่างหากล่ะคะ"
เสียงหัวเราะเบาๆ ที่แฝงความเยียบเย็นดังขึ้นทำลายความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของศิลา กลิ่นอายของความตึงเครียดแผ่ซ่านจนแทบหายใจไม่ออก เมฆขยับตัวเข้าประชิดนายเหนือหัวในเสี้ยววินาที มือขวาของบอดี้การ์ดหนุ่มกุมด้ามปืนพกใต้สูทแน่น ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วทิศทางเพื่อประเมินภัยคุกคาม ขณะที่ศิลายังคงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานสีมะฮอกกานี ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยราਤรูปสลักน้ำแข็ง นัยน์ตาสสีดำสนิทมองตรงไปยังร่างเงาที่ค่อยๆ ก้าวออกมาจากมุมมืดของห้อง
นลินและรวิศที่เพิ่งถูกต้อนจนมุมในเกมการหักเหลี่ยมเฉือนคมเมื่อครู่ ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะกอน พวกมันคิดว่าพวกมันคือผู้กุมความลับทั้งหมด แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจสะดุด
ร่างของหญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทก้าวออกมาอย่างเชื่องช้า ส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานน่าสะพรึงกลัว ใบหน้านั้นงดงามราวกับภาพวาด ทว่ารอยยิ้มที่มุมปากกลับซ่อนความอำมหิตไว้เกินกว่าที่ใครจะจินตนาการ
"คุณ..." นลินหลุดอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีด เสียงของเธั่นสเครือจนแทบฟังไม่เป็นศัพท์ "เป็นไปไม่ได้... เธอควรจะ..."
"ควรจะนอนตายอย่างอนาถอยู่ในกองเพลิงเมื่อสี่ปีก่อนใช่ไหมคะ, นลิน?" ผู้มาใหม่เอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนกดดันให้บรรยากาศในห้องดิ่งลงเหว เธอคือคนที่ศิลาเคยคิดว่าเป็นเพียงเหยื่อผู้บริสุทธิ์ในเกมอำนาจของตระกูลใหญ่ แต่ในวินาทีนี้ หน้ากากอันบอบบางได้ถูกกระชากออก เผยให้เห็นตัวตนที่แท้จริง—ผู้ชักใยเบื้องหลังความพินาศทั้งหมดของตระกูลศิลาอย่างแท้จริง
ศิลาไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขายังคงประสานมือไว้บนโต๊ะ ปลายนิ้วเคาะเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับกำลังรอคอยให้ละครฉากนี้เดินทางมาถึงจุดไคลแม็กซ์อยู่แล้ว
"ฉันประเมินเธอน้อยเกินไปจริงๆ..." ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เย็นยะเยือกจนรวิศที่บาดเจ็บอยู่ถึงกับลอบกลืนน้ำลาย "พริม... หรือควรเรียกว่า คุณหญิงวิภาดา ดีล่ะคะ?"
พริม... หรือในอีกฐานะหนึ่งคือทายาทสายลับผู้สูญหายของตระกูลคู่แข่ง ยักมุมปากน้อยๆ เธอเดินตรงเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของศิลาโดยไม่เกรงกลัวรัศมีอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคู่นั้นกวาดมองเอกสารลับและหลักฐานการโกงกินที่ศิลาเพิ่งรวบรวมมาได้ด้วยความสมเพช
"ฉลาดมากค่ะ, ศิลาสมควรได้รับคำชมจริงๆ ที่ตามเช็ดล้างทำความสะอาดพวกสุนัขรับใช้อย่างรวิศกับนลินได้รวดเร็วขนาดนี้ แต่น่าเสียดายนะคะ... ที่คุณยังมองไม่เห็นหมากตัวที่ใหญ่ที่สุดบนกระดาน" พริมหยุดยืนห่างจากโต๊ะเพียงแค่ก้าวเดียว เธอยื่นมือเรียวสวยลงไปหยิบแฟ้มเอกสารลับสุดยอดขึ้นมาเปิดดูหน้าหนึ่ง แล้วฉีกมันทิ้งต่อหน้าต่อตาอย่างไม่แยแส
เมฆขยับตัวเตรียมพุ่งเข้าชาร์จ แต่ศิลายกมือขึ้นห้ามไว้เป็นสัญญาณเชิงจิตวิทยา เขายังต้องการรู้ขอบเขตอำนาจของศัตรูคนนี้ให้แน่ชัดเสียก่อน
"คิดเหรอว่าการทำลายหลักฐานพวกนี้ จะทำให้เธอรอดพ้นจากเงื้อมมือของฉันไปได้?" ศิลาเอ่ยถาม นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว ราวกับจะควักเอาความลับทั้งหมดออกมาจากสมองของเธอ
พริมหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจอย่างถึงที่สุด "รอดเหรอคะ? ฉันไม่เคยมีความคิดที่จะ 'รอด' ตั้งแต่แรกอยู่แล้วค่ะ... เพราะคนที่ต้องรอดและครอบครองทุกอย่างในเมืองนี้ มีเพียงแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น และตอนนี้... ทรัพย์สินทั้งหมดของคุณ รวมถึงบัญชีลับในต่างประเทศ ได้ถูกโอนถ่ายไปยังกองทุนของฉันเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อสามนาทีที่แล้ว"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางห้องทำงาน นลินและรวิศหันขวับมองหน้ากันด้วยความหวาดผวา เพราะพวกมันเองก็เป็นเพียงหมากที่ถูกพริมหลอกใช้ให้มาตายแทนเช่นกัน รวิศพยายามจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นเพื่อหนีเอาตัวรอด แต่เมฆกลับเตะตัดขาจนมันล้มลงไปนอนกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ
ศิลายังคงนิ่งสงบผิดคาด แม้ว่าข้อมูลทางธุรกิจจะสำคัญเพียงใด แต่รอยยิ้มที่ปรากฏบนมุมปากของเขากลับทำให้พริมเริ่มรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด
"เธอมั่นใจเกินไปหน่อยไหมคะ, พริม..." ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่กระจายออกมารอบตัวจนทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที "เธอคิดว่าฉันไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าเอกสารชุดที่เธอถืออยู่... เป็นเพียงแค่เอกสารล่อเสือออกจากถ้ำ?"
พริมชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความระแวง เธอรีบก้มลงมองแฟ้มในมืออีกครั้ง และพบว่าตัวอักษรบนกระดาษเหล่านั้นเริ่มจางลงเนื่องจากเป็นหมึกพิมพ์พิเศษที่ถูกตั้งเวลาทำลายตัวเอง
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงไซเรนเตือนภัยระดับสูงสุดของตึกก็ดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟฉุกเฉินสีแดงส้มกะพริบถี่รัวไปทั่วทั้งชั้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากที่กำลังวิ่งตรงเข้ามาปิดล้อมห้องทำงานนี้จากทุกด้าน
พริมหันขวับกลับไปมองที่ประตูห้องด้วยความตกใจสุดขีด ประตูนิรภัยที่ควรจะเปิดออกได้ด้วยรหัสของเธอ กลับถูกล็อกตายจากระบบภายนอกอย่างสมบูรณ์แบบ แผนการที่เธอวางไว้มาหลายปี กำลังถูกพลิกกลับมาขยี้จนไม่เหลือชิ้นดีภายในพริบตา
"คุณ... คุณดักรอฉันตั้งแต่แรกแล้วอย่างนั้นเหรอ?!" พริมหันกลับมาตวาดถามด้วยความโกรธเกรี้ยว ความเยือกเย็นทั้งหมดหายวับไปกับตา เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เริ่มกัดกินหัวใจ
ศิลาก้าวเท้าเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาใกล้เธอเรื่อยๆ ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งความปรานี นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นสะท้อนภาพของหญิงสาวที่กำลังตกอยู่ในมุมอับ
"เกมกระดานนี้... ฉันเป็นคนกำหนดกติกาตั้งแต่แรกแล้วนะคะ, พริม" ศิลาโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น "ยินดีต้อนรับสู่... หลุมพรางที่คุณขุดไว้รอฉันเองค่ะ"
ก่อนที่พริมจะได้ทันขยับตัวทำอะไร เสียงระเบิดเบาๆ ก็ดังขึ้นที่ช่องแอร์เหนือศีรษะ พร้อมกับควันสีขาวพวยพุ่งลงมาปกคลุมทั่วทั้งห้อง ร่างของพริมเซถลาล้มลงในอ้อมแขนของควันพิษไร้กลิ่น ขณะที่สติของเธอเริ่มเลือนราง ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นคือรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัวของศิลาที่ยืนมองลงมา ราวกับพญายมที่มารับตัวคนบาป... และก่อนที่ความมืดมิดจะกลืนกินทุกสิ่ง ประตูห้องทำงานด้านหลังที่ควรจะปิดตาย กลับค่อยๆ เลื่อนเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาร่างหนึ่งที่ก้าวเข้ามา... ร่างที่ทำให้หัวใจของศิลาต้องกระตุกวูบด้วยความตกตะกอนอย่างแท้จริง เพราะคนๆ นั้นคือคนที่ตายไปแล้วต่อหน้าต่อตาเขาเมื่อสี่ปีก่อน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฟาดฟัน และล้างแค้นไปพร้อมกับศิลาและทีมงานนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล•ตอนที่ 46
วิกฤตที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!