"รวิศ... แก... แกพูดอะไรออกมา!"
เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่อยากจะเชื่อของนลินดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงกว้างของคฤหาสน์ตระกูลศิลา ร่างบางในชุดราตรีหรูหราสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และมั่นอกมั่นใจ บัดนี้เบิกกว้างจนแทบถลون น้ำตาแห่งความคับแค้นและไร้หนทางไหลทะลักอาบแก้มอย่างน่าสมเพช
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนที่กำลังตระหนักว่า ตนเองกลายเป็นตัวตลกในเกมที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว
ศิลายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบเฉยและเย็นชาคู่นั้นไม่ได้ฉายแววความสงสารหรือเวทนาออกมาเลยแม้แต่น้อย นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ บนพนักพิงอย่างเป็นจังหวะ ราวกับกำลังฟังเสียงดนตรีบรรเลงในงานศพที่เขากำลังเป็นเจ้าภาพ
"ตกใจมากเลยสินะคะ นลิน" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนกดดันให้อากาศในห้องเบาบางลงไปถนัดตา "คนที่เราคิดว่าเป็นเบี้ยล่าง ที่แท้ก็เป็นคนถือหมากคอยคุมกระดาน... รู้สึกอย่างไรบ้างคะ กับความรู้สึกของการถูกหักหลังโดยคนที่ไว้ใจที่สุด?"
นลินหันขวับกลับมามองหน้าอดีตคนรักที่เธอเคยคิดว่าโง่เขลาและหลอกใช้งานได้ง่าย ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังและคำถามเป็นล้านคำ "แก... แกมันปีศาจศิลา! แกวางแผนเรื่องนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่... ตั้งแต่วันแรกที่แกฟื้นขึ้นมางั้นเหรอ!"
รวิศที่ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างกายศิลาปรายตาลงมองหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเขาเคยแสดงละครตบตาว่าเป็นพวกเดียวกัน รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม ก่อนที่เขาจะตอบแทนเจ้าของชื่อ
"ไม่ได้เพิ่งเริ่มหรอกครับคุณนลิน... แต่ศิลาเขาซื้อใจผมตั้งแต่วันที่เขาจำได้ด้วยซ้ำ ว่ามนุษย์เราถ้าคบคนผิด ชีวิตก็พังได้เหมือนที่คุณกับผมเคยทำในอดีตไงล่ะครับ" รวิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่มันกลับบาดลึกลงไปในขั้วหัวใจของนลิน ราวกับเอามีดกรีดซ้ำลงบนแผลฉกรรจ์
"แกมันสารเลว! รวิศ แกไอ้คนทรยศ!" นลินหวีดร้องสุดเสียง เธอพุ่งตัวหมายจะเข้าไปทำร้ายรahศด้วยความคลุ้มคลั่ง เล็บแหลมคมง้างขึ้นหมายจะข่วนใบหน้านั้นให้สะใจ แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะเฉียดผิวของรวิศ ร่างของเธอก็ถูกแรงมหาศาลกระชากไว้จากด้านหลัง
เมฆ บอดี้การ์ดผู้เงียบขรึมและจงรักภักดีที่สุด ปรากฏกายขึ้นด้านหลังนลินตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่
มือหนาราวกับคีมเหล็กบีบเข้าที่หัวไหล่บางทั้งสองข้างอย่างไม่ปรานีปราศรัย แรงกดนั้นทำให้นลินทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดร้าวรานในอก เมื่อเธอตระหนักได้ว่า ตัวเองไม่มีทางเลือกเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว
"ปล่อยฉันนะ! ไอ้สุนัขรับใช้ ปล่อยฉัน!" นลินดิ้นรนสุดชีวิต แต่เมฆไม่มีแม้แต่จะขยับใบหน้า เขากดเธอนิ่งไว้กับพื้นพรมราคาแพงราวกับกดสิ่งปฏิกูลไร้ค่า
ศิลายืนขึ้นเต็มความสูง ร่างกายสูงสง่าเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องล่าง เขาโน้มตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอนัยน์ตาประสานกับสายตาที่ว่างเปล่าและเย็นชาของเขา
"ความโลภมันบังตาคุณมากเกินไปนะคะ นลิน" ศิลาเอ่ยกระซิบเบาๆ น้ำเสียงของเขาช่างนุ่มนวล แต่กลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าเสียงคำรามของราชสีห์ "คุณอยากได้ทุกอย่างที่คุณไม่ได้สร้าง คุณอยากทำลายทุกชีวิตที่ขวางทาง... ในเมื่อคุณชอบความตายและความพินาศนัก ฉันก็จะมอบมันให้คุณ... แบบพิเศษสุดเลยค่ะ"
นลินส่ายหัวระรัว น้ำตาไหลพรากจนเครื่องสำอางราคาแพงเลอะเลือน เธอกลืนไม่เข้าคายไม่ออกริมฝีปากสั่นระริก "ศิลา... นายไว้ชีวิตฉันเถอะนะ... เราเคยรักกันไม่ใช่เหรอ? นายจำเรื่องระหว่างเราไม่ได้เลยหรือไง ฉัน... ฉันแค่ทำพลาดไป..."
คำว่า 'รัก' ที่ถูกเอ่ยออกมาจากปากของคนทรยศ ทำให้ศิลาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันเต็มไปด้วยความสมเพชและหยามเหยียด
"ความรักเหรอคะ?" ศิลาปัดมือออกจากการจับคางเธอนั้น ราวกับรังเกียจที่จะสัมผัสสิ่งสกปรก "วันที่คุณกับรวิศวางยาพิษฉันในคืนนั้น วันที่คุณมองดูฉันค่อยๆ ตายอย่างทรมานโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง... คุณเคยพูดคำว่ารักกับตัวเองบ้างไหมคะ?"
คำพูดนั้นทำให้นลินสะอึกจนพูดไม่ออก เธอนิ่งงัน ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระบาล ความจริงที่ถูกเปิดเผยตอกย้ำว่า ทุกอย่างที่เธอทำในอดีตได้ย้อนกลับมาสนองนี้ดเธอในรูปแบบที่โหดร้ายที่สุด
ศิลาผายมือออกเล็กน้อย เมฆจึงก้าวถอยหลังออกไปครึ่งก้าว พร้อมกับที่ประตูบานใหญ่ของห้องโถงถูกผลักเปิดออกโดยบอดี้การ์ดอีกสองคนในชุดสูทสีดำสนิท ในมือของพวกเขาไม่ได้ถืออาวุธร้ายแรง แต่มันคือสิ่งที่จะทำลายล้างความหวังเฮือกสุดท้ายของนลินลงอย่างราบคาบ
กล่องไม้โบราณสลักลวดลายประณีตถูกวางลงตรงหน้าของนลิน
หญิงสาวก้มมองมันด้วยความหวาดผวา ร่างกายสั่นเทิ้มจนควบคุมไม่ได้ เธอจำกล่องใบนี้ได้ดี... มันคือกล่องใบเดียวกันกับที่เธอเคยใช้เก็บเอกสารโอนถ่ายหุ้นทั้งหมดของตระกูลศิลา หลังจากที่เธอหลอกให้เขาเซ็นมันในวาระสุดท้ายของชีวิตเมื่อชาติภพก่อน
"เปิดดูสิคะ" ศิลากล่าวเสียงเรียบ "ของขวัญชิ้นพิเศษที่ฉันเตรียมไว้ต้อนรับ 'ความตายที่งดงาม' ของคุณ"
ด้วยมือที่สั่นเทาจนแทบจับอะไรไม่ได้ นลินค่อยๆ เอื้อมไปเปิดฝากล่องไม้นั้นออก สิ่งที่อยู่ข้างในไม่ได้มีเอกสารสมบัติหรือเงินทองมหาศาลอย่างที่เธอจินตนาการไว้... แต่ภายในกล่องกลับบรรจุขวดแก้วใบเล็กที่มีของเหลวสีแดงฉานอยู่ภายใน พร้อมกับรูปถ่ายเก่าๆ ของครอบครัวศิลาที่ถูกฉีกขาดและมีคราบเลือดแห้งกรัง
และที่น่ากลัวที่สุดคือ... มีจดหมายลาตายลายมือของตัวเธอเอง ที่ถูกเขียนขึ้นเตรียมไว้ล่วงหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ!
"นี่มัน... นี่มันอะไรกัน..." นลินหันขวับมามองหน้าศิลาด้วยความสติแตก "นาย... นายจะบังคับให้ฉันเขียนจดหมายพวกนี้งั้นเหรอ? ไม่มีทาง! ฉันไม่ทำเด็ดขาด!"
"คุณไม่ต้องเขียนหรอกค่ะ..." รวิศเป็นคนก้าวเข้ามาหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดูด้วยรอยยิ้มพึงใจ "เพราะผมช่วยจัดการพิมพ์และปลอมลายมือของคุณให้เรียบร้อยตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะครับ ฝีมือการปลอมลายเซ็นของผมนี่... เหมือนเป๊ะจนเจ้าตัวยังแยกไม่ออกเลยใช่ไหมล่ะครับ?"
"พวกแก... พวกแกมันวางแผนทุกอย่างไว้หมดแล้ว..." นลินกรีดร้องออกมาด้วยความสิ้นหวังสุดขีด สติสัมปชัญญะของเธอขาดผึ่งลงตรงนั้น เธอนั่งพับเพียบลงกับพื้น ร้องไห้ฟูมฟายราวกับคนเสียสติ ความทะเยอทะยาน อำนาจ และความโลภที่เคยมี มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความกลัวตายที่เกาะกินหัวใจ
ศิลามองดูสภาพอันน่าเวทนาของอดีตคนรักด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ เขาไม่เหลือความรู้สึกใจอ่อนให้ผู้หญิงคนนี้อีกต่อไปแล้ว ทุกวินาทีที่เขาย้อนเวลากลับมา เป้าหมายเดียวที่มีคือการลากคอมนุษย์จอมปลอมเหล่านี้ลงสู่ขุมนรกทีละคน
"ความตายมันน่ากลัวใช่ไหมคะ นลิน?" ศิลาโน้มตัวลงไปกระซิบใกล้ใบหูที่กำลังสั่นเทาของเธอ น้ำเสียงของเขาเย็นยะเยือกราวกับมาจากขุมนรก "แต่มันยังน้อยเกินไป... ถ้ารຽบเทียบกับความเจ็บปวดที่ครอบครัวฉันต้องเจอในวันนั้น"
ศิลาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สะบัดชายเสื้อสูทเบาๆ ก่อนจะหันหลังให้กับเธออย่างไร้เยื่อใย
"จัดการให้เรียบร้อย อย่าให้เสียชื่อมืออาชีพนะคะ เมฆ"
"ครับคุณศิลา" เมฆรับคำด้วยเสียงอันหนักแน่น ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปใกล้นลินที่กำลังพยายามตะเกียกตะกายหนีสุดชีวิต แต่ไร้ซึ่งหนทางรอด
นลินหันกลับมามองแผ่นหลังของศิลาที่กำลังเดินห่างออกไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความมืดมิดของมุมห้อง และในวินาทีที่เธอกำลังจะอ้าปากกรีดร้องขอชีวิตเป็นครั้งสุดท้าย ประตูห้องโถงที่ถูกปิดสนิทไปแล้ว ก็ถูกกระชากเปิดออกอีกครั้งด้วยแรงมหาศาลจากบุคคลภายนอก!
แสงไฟสว่างจ้าจากด้านนอกสาดส่องเข้ามา พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นตาในชุดสูทสีขาวสะอาดตา ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มพิศวงและเสียงปรบมือช้าๆ ดัง "แปะ... แปะ... แปะ..."
ศิลาชะงักฝีเท้าลงทันที ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงด้วยความประหลาดใจเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน เมื่อมองเห็นใบหน้าของผู้ที่เพิ่งก้าวเข้ามาเหยียบในอาณาจักรของเขาในยามวิกาลเช่นนี้
"แหม... งานเลี้ยงอำลาจัดได้สนุกสนานดีนี่คะศิลา..." เสียงหวานใสแต่แฝงไปด้วยพิษร้ายเอ่ยทักทายขึ้น พร้อมกับที่บุคคลนั้นก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าศิลา โดยมีรอยยิ้มที่สะใจจนน่าขนลุกประดับอยู่บนใบหน้า "แต่ดูเหมือนว่า... คุณจะลืมเชิญ 'แขกคนสำคัญที่สุด' อย่างฉันมาร่วมสนุกด้วยคนนะคะ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางล้างแค้นไปกับศิลาในตอนนี้นะคะ!
เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล•ตอนที่ 42
ความตายที่งดงาม
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!