กลิ่นอับชื้นของห้องขังใต้ดินผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อไคลและความหวาดกลัว จนแทบจะทำให้คนสติหลุดได้โดยง่าย แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟนีออนดวงเก่าที่กะพริบติดๆ ดับๆ สะท้อนเงายาวทอดทับร่างของชายผู้หนึ่งที่ครั้งหนึ่งเคยสวมชุดสูทราคาแพง นั่งอยู่บนพื้นคอนกรีตเย็นเยียบ เนื้อตัวมอมแมมและสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
"ฮ่าๆๆ... ไม่จริง! แกโกหก! ศิลาตายไปแล้ว! ฉันเห็นกับตาว่ามันตกหน้าผา!"
เสียงหัวoาะอย่างเสียสติของรวิศดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องขังแคบๆ เขาใช้มือทั้งสองข้างขยุ้มเส้นผมที่ยุ่งเหยิงจนหลุดร่วงติดมือ ดวงตาที่เคยคมปลาบเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ บัดนี้กลับเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว เส้นเลือดในตาปูดโปนจนแดงก่ำ ร่างกายผอมโซจากการอดอาหารและพิษไข้จากการถูกจองจำอย่างไร้กำหนด ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงสภาพจิตใจที่พังทลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี
นลินยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน เธอก้าวเข้าไปใกล้ลูกกรงเหล็กทีละน้อย ส้นสูงราคาแพงกระทบพื้นปูนเกิดเสียงก้องกังวาน บ่งบอกถึงความมั่นใจและชัยชนะที่เธอถือครองอยู่ในมือ รอยยิ้มบนใบหน้าสวยหวานนั้นไม่ได้มีความเห็นใจเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย กลับเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาและสะใจอย่างถึงที่สุด
"ตายไปแล้วอย่างนั้นเหรอคะ รวิศ..." นลินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานหยด แต่ทว่าเย็นเยียบราวน้ำแข็ง "คุณนี่ช่างหลอกตัวเองเก่งเสียจริงนะคะ ถึงได้ไม่รู้เลยว่า... หมากทุกตัวบนกระดานนี้ คุณกับฉันต่างหากที่เป็นฝ่ายเดินลงไปให้เขาเชือดนิ่มๆ ตั้งแต่แรก"
รวิศสะดุ้งสุดตัว เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ตนเคยร่วมมือด้วยเพื่อฮุบสมบัติทั้งหมด ใบหน้าที่เคยคิดว่าสวยงามและน่าหลงใหลในอดีต บัดนี้กลับดูคล้ายนางอสูรที่คอยสูบวิญญาณเขาให้จมดิ่งสู่นรกโลกันตร์
"นลิน! นลินช่วยฉันด้วยสิ! เธอเป็นคนบอกให้ฉันจัดการเรื่องหุ้นไม่ใช่เหรอ! เธอก็ต้องติดคุกด้วยเหมือนกันสิ!" รวิศพุ่งเข้าใส่ลูกกรงเหล็กด้วยความบ้าคลั่ง มือสั่นเทาคว้าซี่กรงไว้แน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด น้ำลายสอไหลย้อยมุมปากด้วยความสติแตก "ปล่อยฉันออกไปนะ! ปล่อยฉัน!"
"ช่วยคุณเหรอคะ?" นลินหัวoาะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความดูแคลน "คนอย่างคุณ ที่แม้แต่เพื่อนสนิทที่เคยร่วมเป็นร่วมตายยังหักหลังได้อย่างไร้ความปรานี จะมีค่าพอให้ฉันเอาอนาคตไปแลกด้วยหรือคะ? ฝันกลางวันไปหน่อยกระมังคะ รวิศ"
ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังแทรกขึ้นจากความเงียบงัน เมฆ มือขวาคนสนิทของศิลา ก้าวเดินเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างนลิน ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งรอยยิ้ม แววตาคมกริบทอดมองอดีตนายทุนผู้ยิ่งใหญ่ด้วยความเย็นชาไร้ความรู้สึก ในมือของเมฆถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะ ซึ่งบรรจุหลักฐานการทุจริตและเส้นทางการเงินที่มัดตัวรวิศไว้แน่นหนาจนไม่มีทางดิ้นหลุด
"ผู้พิพากษาตัดสินเสร็จสิ้นแล้วครับคุณนลิน..." เมฆเอ่ยเสียงเรียบ "ข้อหาสมคบคิด ฉ้อโกง และฟอกเงิน รวมบทลงโทษจำคุกตลอดชีวิต โดยไม่มีสิทธิ์ลดหย่อนโทษ และทรัพย์สินทั้งหมดถูกยึดเข้าหลวงเพื่อชดใช้ความเสียหาย"
ทันทีที่ได้ยินคำว่า 'ตลอดชีวิต' รวิศก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น เข่ากระแทกพื้นคอนกรีตเสียงดังอั๊ก ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาเบิกกว้างอย่างไร้โฟกัส สมองที่เคยประมวลผลแผนการชั่วร้ายนับร้อยนับพัน บัดนี้กลับว่างเปล่าและมืดบอด ร่างกายสั่นสะท้านราวกับคนเป็นไข้ป่า
"ไม่... ไม่จริง... ฉันต้องไม่จบแบบนี้ ฉันต้องรวย ฉันต้องยิ่งใหญ่..." รวิศพึมพำกับตัวเองซ้ำๆ ราวกับแผ่นเสียงตกร่อง น้ำตาแห่งความสิ้นหวังไหลรินอาบสองแก้มผสมกับคราบเหงื่อและฝุ่นผง รอยยิ้มบิดเบี้ยวปรากฏขึ้นบนใบหน้าก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะฮヒฮะอย่างน่ากลัว สติสัมปชัญญะที่เคยมีแตกกระเจิงไม่เหลือชิ้นดี ภาพของศิลาในอดีต ภาพความโลภที่เข้าครอบงำ และเสียงกระซิบแห่งความหายนะกำลังกัดกินจิตวิญญาณของเขาจนแหลقสลาย
นลินมองดูสภาพของรวิศด้วยความรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก การแก้แค้นที่เธอและศิลาวางแผนร่วมกันมาอย่างยาวนาน บัดนี้ได้เดินทางมาถึงบทสรุปที่งดงามและสะใจที่สุดแล้ว ศัตรูตัวฉกาจล่มสลายลงด้วยน้ำมือของความโลภของตนเองโดยที่พวกเขาแทบไม่ต้องออกแรงให้เปื้อนมือเลยด้วยซ้ำ
"นี่แหละค่ะ... ผลของการทรยศ" นลินทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินออกจากห้องขังมืดทึบแห่งนี้ พร้อมกับเมฆที่เดินตามประกบอย่างระแวดระวัง
ทว่า ในวินาทีที่ประตูกรงเหล็กกำลังจะถูกปิดล็อคสนิท เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากความมืดมิดของทางเดินด้านนอก เป็นจังหวะก้าวที่หนักแน่น ทรงพลัง และคุ้นเคยจนทำให้หัวใจของนลินกระตุกวูบ
ร่างสูงโปรสง่าในชุดสูทสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงาดำ แสงไฟสลัวกระทบเข้ากับใบหน้าคมคายที่เปี่ยมไปด้วยความสุขุมและเยือกเย็น นัยน์ตาคู่นั้นมองตรงมาที่รวิศที่กำลังนอนเกลือกกลิ้งอยู่กับพื้นด้วยสายตาที่ราบเรียบไร้ความปรานี ราวกับกำลังมองเศษขยะชิ้นหนึ่งข้างทาง
ศิลา... ชายผู้ที่รวิศเชื่อมั่นมาตลอดว่าได้ตายตกไปตามกันที่หน้าผาสูงชัน บัดนี้เขายืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยรัศมีแห่งอำนาจที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม
"ตกใจมากไหมครับเพื่อนรัก..." เสียงทุ้มนุ่มลึกเอ่ยทักทายขึ้นเบาๆ แต่กลับบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนที่กำลังเสียสติ "ผมบอกคุณแล้วไม่ใช่เหรอครับว่า... หหนี้เลือดที่พวกคุณทำไว้ มันต้องชำระด้วยชีวิตเท่านั้น"
รวิศที่นอนสติหลุดอยู่บนพื้น ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองบุคคลตรงหน้า ดวงตาที่เคยไร้โฟกัสกลับเบิกกว้างขึ้นสุดขีดราวกับเห็นผีสาง ร่างกายสั่นเทารุนแรงยิ่งกว่าเดิม อ้าปากพะงาบๆ จะกรีดร้องแต่กลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา
"ยินดีต้อนรับสู่... นรกบนดินนะครับ รวิศ" ศิลาโน้มตัวลงกระซิบชิดกรงเหล็กด้วยน้ำเสียงกระซิบที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งแห้ง ก่อนจะผละออกแล้วยื่นมือไปโอบไหล่นลินไว้เบื้องหน้าสายตาที่กำลังจะขาดใจตายของรวิศ
และในวินาทีนั้นเอง ที่โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเมฆก็สั่นครืนขึ้นพร้อมกับหน้าจอที่สว่างวาบ แสดงข้อความแจ้งเตือนจากสายลับที่ส่งตรงมาจากต่างประเทศ—ข้อความที่ระบุว่า "เป้าหมายรายสุดท้ายในเครือข่ายข้ามชาติติดกับแล้ว และกำลังเดินทางมาถึงประเทศไทยในอีกสองชั่วโมงข้างหน้า"...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟาดฟันศัตรูไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล•ตอนที่ 43
ล้างแค้นสำเร็จ
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!